ข่าวเดี่ยวที่ฮือฮาเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนก็คือ การที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ประกาศรับรองการขึ้นบัญชีให้การแสดงโขนของไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของมวลมนุษยชาติ

ข่าวดีดังกล่าวเป็นผลพวงมาตั้งแต่ปี พ.. 2554 ที่กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอขอขึ้นทะเบียนโขน ลิเก มวยไทย โนรา เป็นมรดกทางวัฒนธรรมไว้กับยูเนสโก

อย่างไรก็ดี การที่โขนได้เป็นมรดกโลกครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปวัฒนธรรมไทย แม้การแสดงหลายอย่าง ไทยรับเอาจากชาติอื่นมาประยุกต์ให้เป็นมรดกของชาติก็ตาม


ย้อนอดีต “ลิเก” 1.0

ดูเหมือน คาราวานลิเกเร่ และวิกลิเก หรือโรงลิเก ยุคทศวรรษที่ 2510 จะเป็นมหรสพที่คนภาคกลางคุ้นเคยมากที่สุด

คู่กับตลาดนัดและงานวัด “ลิเก” เป็นความบันเทิงราคาถูกที่เข้าถึงผู้คนทุกเพศทุกวัย แถมยังทำหน้าที่คล้ายกองอำนวยการงานวัดหรือตลาดนัดกลายๆ

หอมหวล นาคศิริ ราชาลิเกลูกบท

ห้วงนั้น ทั่วทั้งภาคกลางบรรยากาศประกาศข่าววิกลิเกมีอยู่ทั่วไป นำโดยชาวคณะ “ศิษย์หอมหวล” และ “สมศักดิ์ ภักดี” ตีคู่มากับคอนวอยลูกทุ่งซูเปอร์สตาร์แห่งยุค เรียกได้ว่าไปที่ไหนก็จะต้องเห็นมหรสพทั้งสองอย่างนี้

คนรุ่นใหม่ที่นึกภาพความเฟื่องฟูของคณะลิเก “ศิษย์หอมหวล” หรือ “สมศักดิ์ ภักดี” ไม่ออก ก็ขอให้นึกถึงความยิ่งใหญ่ของ “เสียงอีสาน” หรือ “ลำไย ไหทองคำ” ชั่วโมงนี้

แต่หลังจากยุคทองของ “ศิษย์หอมหวล” อยู่ๆ “ลิเก” ก็หายหน้าไปจากสังคมไทยช่วงเวลาหนึ่ง มาโผล่อีกทีก็ในช่วงยุคทองของ “ทีวีสี” โดยมีรายการโทรทัศน์ “รวมดาวสาวสยาม” เป็นหัวหอกนำ “ลิเก” มาออกจอตู้


“แม่ยก” ศตวรรษที่ 21

หลังความรุ่งเรืองของ “รวมดาวสาวสยาม” วงการ “ลิเก” ก็กลับไปซบเซาอีกครั้งเป็นเวลายาวนาน ก่อนที่ “ลิเก” จะถูกปลุกให้ตื่นอีกครั้งจากความโด่งดังของ “ไชยา มิตรชัย” ที่ตีคู่มากับ “กุ้ง สุธิราช” และ “ลิเก” ก็เฟื่องฟูอยู่อีกระยะหนึ่งก่อนจะหายหน้าไปอีกครั้ง

ไชยา มิตรชัย

กลับมาอีกที “ลิเก” ถูกแปลงโฉมลงแผ่น VCD และ DVD ในยุคที่ชาวบ้านร้านตลาดเบี้ยน้อยหอยน้อย สามารถจับจองเป็นเจ้าของโฮม เอนเตอร์เทนเมนต์ ระบบเงินผ่อน ซื้อ DVD มานอนดูกันในห้องนอน

ใครที่ทันยุครุ่งเรืองของ “ศิษย์หอมหวล” หรือ “สมศักดิ์ ภักดี” คงจะได้สัมผัสถึงวิวัฒนาการ “แม่ยก” ที่แจกติ๊ปพระเอกลิเกทีหนึ่งเป็นพัน บางคนให้หลายพันก็มี

ยุค “แม่ยก ศตวรรษที่ 21” คือการควักกระเป๋ากว้านซื้อ DVD “ลิเก” ไปนอนชื่นชมกันเป็นส่วนตัว

นอกจาก “แม่ยก ศตวรรษที่ 21” แล้ว “แม่ยก 4.0” ก็ไม่ยอมน้อยหน้า กับการติดตาม YouTube ลิเก ซึ่งอัปโหลด กันเป็นว่าเล่น และบางเจ้าก็ Facebook Live กันสนั่นจอ

ศรราม-น้ำเพชร

ซึ่งหากพูดถึง “ลิเก 4.0” คงไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่า “ศรราม-น้ำเพชร” ที่ Live ทีไร คนดูแตะหลักหมื่นขึ้นไปทุกวิก

ถือเป็นการสืบสานที่ไม่ใช่การ “ต่อลมหายใจ” เพราะลิเกรวยกว่ามนุษย์เงินเดือนหลายเท่า แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีต่อยอดอาชีพเต้นกินรำกินที่น่าสนใจในยุค Thailand 4.0


เข้าสู่ยุค 5.0 ลิเกไทยขอไปต่อ

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวฮือฮาและเป็นกระแสใน Social Media นั่นคือ การเกิดขึ้นของลิเกซูเปอร์ฮีโร่คณะ “2 เทพบุตร สุดที่รัก

ความฮือฮาของลิเกซูเปอร์ฮีโร่ก็คือการปรับเครื่องทรงของลิเก ผสมผสานกับคอสตูมของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ค่ายมาร์เวลและดีซีคอมิค ไม่ว่าจะเป็นแบทแมน สไปเดอร์แมน กัปตันอเมริกา ธอร์เทพเจ้าสายฟ้า หรือไอรอนแมน ซึ่งได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับลูกเล็กเด็กแดง และคนรุ่นใหม่ไม่น้อย
เบื้องหลังความสำเร็จของลิเกซูเปอร์ฮีโร่ต้องยกนิ้วให้เอกชัย ศรีวิชัยซุปตาร์ลูกทุ่งปักษ์ใต้ ผู้สร้างความฮือฮาในวงการบันเทิงมาหลายต่อหลายครั้ง และครั้งนี้กับการปลุกปั้น “2 เทพบุตร สุดที่รักให้เป็นลิเกสายพันธุ์ใหม่หรือลิเก 5.0”

ที่ใช้กลยุทธ์ถ่ายโยงอารยธรรมข้ามทวีปจากเดิมที่ลิเกไทยมีรกกำเนิดจากเปอร์เซีย กลายเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมจากอเมริกา

ซึ่งนอกจากจะเป็นความท้าทายขนบธรรมเนียมประเพณีเดิมของไทยแล้วยังถือเป็นการสอดรับกับยุคสมัยใหม่ที่มหรสพดั้งเดิมอย่างลิเกได้เดินมาถึงยุคเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริง

ที่ทำไปทำมานอกจากจะไม่ท้าทายคนรุ่นเก่าเพราะคนรุ่นเก่าจำนวนมากได้ก้าวข้ามกรอบคิดการย่ำอยู่กับที่ของวัฒนธรรมกันมาไกลแล้ว

ยังย้อนแย้งถึงขั้นเป็นการเรียกคะแนนเสียงจากคนรุ่นใหม่ได้อย่างน่าชื่นชมอีกด้วยครับ