รายงานผลการสำรวจเทรนด์การท่องเที่ยวที่ออกมาในแต่ละปี นอกจากจะช่วยแนะแนวทางให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสามารถปรับกลยุทธ์การตลาดให้โดนใจเหล่านักท่องเที่ยวแล้ว ทางฝั่งนักท่องเที่ยวก็ยังได้อานิสงส์กับผลการสำรวจที่ได้รับทราบด้วยว่า ตอนนี้เทรนด์การท่องเที่ยวโลกไปในทิศทางไหน แล้วปรับเปลี่ยนแผน สร้างความแปลกใหม่ให้กับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งหน้าของตนได้ ซึ่งในอีกไม่กี่วันก็จะเปลี่ยนศักราชเข้าสู่ ปี 2019 แล้ว จึงได้เวลามาอัปเดต เทรนด์การท่องเที่ยว ปี 2019 ว่าในปีหน้าการท่องเที่ยวแบบไหนจะอินเทรนด์กันบ้าง

โดย เราขอหยิบเอา การสำรวจ เทรนด์การท่องเที่ยว ปี 2019 ของ Booking.com เว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง ที่เหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลกใช้เสิร์ชหาที่พักโดนใจ ซึ่งในปีนี้ Booking.com ได้ออกมาเผย 8 เทรนด์ท่องเที่ยว ปี 2019 ที่ได้จากการวิเคราะห์รีวิวกว่า 163 ล้านรายการ ของผู้เดินทางที่ได้เข้าพักจริง รวมถึงแบบสำรวจจากผู้เดินทาง 21,500 คน จาก 29 ประเทศ กระทั่งได้แนวโน้มและรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวยอดนิยมที่คาดว่าจะฮอตฮิตตลอดปี 2019 ที่จะถึงนี้ มาบอกกัน


เมื่ออยากรู้ จึงออกเดินทางไปหาคำตอบ

ในการออกเดินทางแต่ละทริปของทุกคนจะต้องเกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจที่แตกต่างกันไป โดยในปีหน้า นักเดินทางทั่วโลกบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า แรงขับเคลื่อนที่มีผลต่อการตัดสินใจออกเดินทางของพวกเขา คือ การเดินทางเพื่อหาคำตอบ การเดินทางเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ และที่สำคัญในปี 2019 นี้ จะเป็นปีแห่งปรากฏการณ์เทรนด์การเดินทางรูปแบบใหม่ และวิธีการเที่ยวก็จะช่วยเติมเต็มความต้องการส่วนตัวของผู้เดินทาง

โดยนักเดินทางจะตั้งใจทำให้ทริปแต่ละทริปมีความหมายยิ่งขึ้น ซึ่งกว่าครึ่ง (56%) ยอมรับว่าการเดินทางได้สอนทักษะชีวิตที่ประเมินค่าไม่ได้ให้กับพวกเขา ด้วยเหตุนี้ ในปี 2019 จะมีผู้ออกเดินทางท่องเที่ยวไม่น้อยที่ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในระหว่างออกเดินทางท่องเที่ยว โดยทริปนั้นอาจไม่ใช่การท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่อาจเป็นทริปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเพื่อเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ (68%) ตามด้วยทริปอาสาสมัคร (54%) และทริปทำงานระหว่างประเทศ (52%)


เที่ยวสนุกยิ่งขึ้น ต้องเข้าถึงความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง

ในปีหน้า ปัจจัยเรื่องความทันสมัยของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะทำให้การเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้น จะกลายเป็นแรงจูงใจให้นักเดินทางทุกชาติ ทุกภาษา เลือกใช้บริการนั้น อย่างการเข้าห้องพักโดยใช้โทรศัพท์ของคุณสแกนเปิดประตูแทนกุญแจ หรือจะเป็นคำแนะนำด้านการเดินทางที่ Custom made (สั่งทำ) สำหรับคุณโดยเฉพาะ หรือแม้แต่คอนเซียร์จหุ่นยนต์ที่สามารถสื่อสารภาษาเดียวกับคุณได้

โดยการสำรวจของ Booking.com ระบุว่า นวัตกรรมที่ทำให้เหล่านักท่องเที่ยวตื่นเต้นที่สุดกลับไม่ใช่สิ่งที่ล้ำสมัยเหนือจินตนาการหรือแปลกแหวกแนวที่สุด แต่อาจจะเป็นแค่นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่จับต้องได้อย่างระบบติดตามสัมภาระผ่านแอปในแบบเรียลไทม์ (57%) การสามารถวางแผนจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับการจอง และความต้องการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเดินทางผ่านแอปพลิเคชันเดียว (57%) รวมถึงระบบขนส่งอัตโนมัติแบบไร้คนขับในจุดหมายนั้นๆ (40%)

นอกจากนี้ข้อค้นพบที่น่าสนใจจากการสำรวจ เทรนด์การท่องเที่ยว ปี 2019 คือ เทคโนโลยีต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับการค้นคว้าข้อมูลในช่วงก่อนทริปจะทวีความสำคัญ โดยผู้เดินทางทั่วโลกเกือบ 1 ใน 3 (31%) ชื่นชอบไอเดียของบริการ “ตัวแทนเสมือนจริงด้านการท่องเที่ยว” ซึ่งใช้ระบบตอบกลับด้วยเสียงเพื่อตอบข้อซักถามที่มีเกี่ยวกับการเดินทาง นอกจากนี้ผู้เดินทาง 1 ใน 5 ยังอยากเห็นเทคโนโลยีอย่างโลกเสมือนผสานโลกความเป็นจริง (Augmented Reality) เพื่อทำความคุ้นเคยกับจุดหมายก่อนที่จะถึงวันเดินทางด้วย


เดินทางท่องเที่ยว ด้วยความตระหนักรู้

ด้วยโลกทุกวันนี้มีความตื่นตัวเพิ่มขึ้นในเรื่องประเด็นต่างๆ ทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม หรือสภาพการทำงาน ทำให้ในปี 2019 เทรนด์ที่เราจะได้เห็น คือ นักเดินทางส่วนใหญ่จะเดินทางท่องเที่ยวโดยมีความตระหนักรู้ในประเด็นที่กล่าวมาตามบริบทของแต่ละประเทศที่เดินทางไปมากขึ้น โดยจะมีการตั้งคำถามมากขึ้นเกี่ยวกับประเด็นทางสังคม การเมือง และสิ่งแวดล้อมในจุดหมายต่างๆ ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจว่าจะเดินทางไปเยือนที่ใด

ในปัจจุบันผู้เดินทางเกือบครึ่ง (49%) รู้สึกว่าประเด็นทางด้านสังคมในจุดหมายที่พวกเขาสนใจนั้นเป็นปัจจัยสำคัญอย่างแท้จริงในการเลือกว่า หมุดหมายในการเดินทางท่องเที่ยวของเขาคือสถานที่ไหนบ้าง โดยกว่าครึ่ง (58%) เลือกที่จะไม่ไปยังจุดหมายที่พวกเขารู้สึกว่าการเดินทางไปนั้นจะยิ่งไปเพิ่มปัญหาหรือสร้างผลกระทบกับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น

ขณะเดียวกัน ถึงแม้ว่าผู้เดินทางจำนวนไม่น้อยจะมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ และชอบที่ที่มีกลิ่นอายความเป็นท้องถิ่นอย่างแท้จริง แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ยังให้ความสำคัญกับปัจจัยเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง ไม่อยากเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความขัดแย้งไม่ว่าในเรื่องใดก็ตาม


เที่ยวสุขใจ ไม่สร้างขยะพลาสติกเพิ่มให้โลก

นักเดินทางรุ่นใหม่ อย่างชาวเจนมิลเลนเนียลและกลุ่มเจเนอเรชั่น Z จะตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบที่สร้างประสบการณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในจุดหมายที่เดินทางไป ในขณะที่ผู้ให้บริการที่พักเองก็จะมองหาช่องทางที่จะลดการใช้พลาสติกและเพิ่มใบรับรองในด้านการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ตัดสินใจเดินทางมาใช้บริการ

โดยผู้เดินทางจากทั่วโลกส่วนใหญ่ (86%) ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขายินดีที่จะใช้เวลาทำกิจกรรมที่จะชดเชยผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากทริปของตน โดยกว่า 1 ใน 3 (37%) เต็มใจที่จะลงมือ ลงแรง เก็บขยะและพลาสติกจากชายหาดหรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ตนได้ไปเยี่ยมเยือน

ในอีกด้าน จึงไม่น่าแปลกใจที่เทรนด์การท่องเที่ยวแบบมีจิตสำนึก ใส่ใจ รักษาสิ่งแวดล้อมนี้ ยิ่งส่งผลดีและก่อให้เกิดการลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพที่ประกอบกิจการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากกว่าที่เคยเป็นมา


ใช้เวลาซึมซับความทรงจำดีๆ มากกว่าแค่ฝากรอยเท้าเอาไว้

เทรนด์การท่องเที่ยวที่เป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางในปี 2018 คือ การท่องเที่ยวเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทั้งการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อซึมซับความสุขแบบย้อนอดีต และการท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสประสบการณ์อันแปลกใหม่ แต่ในปี 2019 เทรนด์นี้จะก้าวไปอีกขั้น โดยผู้เดินทางเกือบ 2 ใน 3 (60%) ให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าวัตถุหรือสิ่งของที่ซื้อติดไม้ติดมือมาจากแหล่งท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมเยือนเสียอีก

ในปี 2019 นักเดินทางส่วนใหญ่จะเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากมาย ทั้งในแบบที่แตกต่างและสัมผัสกับความเป็นท้องถิ่นอย่างแท้จริง ตั้งแต่ที่ที่พวกเขากินและนอน ไปจนถึงสถานที่จับจ่ายซื้อของและดูกีฬาสุดโปรด โดยมุ่งไปที่การสร้างช่วงเวลาที่มีความสุขและพึงพอใจ เพื่อเก็บเป็นความประทับใจทุกครั้งที่หวนนึกถึง

ประสบการณ์การเดินทางจะเข้ามามีบทบาทในการช่วยแบ่งเบาภาระความเครียดจากชีวิตวัยผู้ใหญ่ โดยในปีหน้า ผู้เดินทางถึง 2 ใน 5 (42%) วางแผนที่จะไปเยือนจุดหมายที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ดังนั้น เราจะได้เห็นกิจการที่พักให้ความสำคัญมากขึ้นกับองค์ประกอบและบรรยากาศที่สะท้อนถึงความเป็นเด็กและความสนุกสนาน เช่น สระลูกบอล ปราสาทเบาะกระโดด ที่ไม่ได้สร้างไว้สำหรับเด็กเล่น แต่สร้างไว้สำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งเทรนด์นี้จะตอบสนองความต้องการของผู้เดินทางกลุ่มมิลเลนเนียลและกลุ่มเจน Z ได้อย่างตรงจุด เพราะคนกลุ่มนี้มีความต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวเพื่อย้อนบรรยากาศวัยเยาว์อีกครั้ง


เทรนด์การท่องเที่ยว ปี 2019 ขอทริปสั้นๆ แต่ฟินยาวๆ สไตล์ Less is more

แผนการเดินทางท่องเที่ยวของใครหลายคนในปี 2019 (53%) จะปรับมาเป็นการวางแพลนเป็นทริปเดินทางท่องเที่ยวเล็กๆ สั้นๆ ซึ่งเหมาะสำหรับสไตล์การท่องเที่ยวของแต่ละบุคคล ซึ่งแผนการเดินทางจะอัดแน่นในระยะเวลาสั้นๆ มากกว่าที่จะวางแผนการท่องเที่ยวทริปยาวๆ เทรนด์นี้จึงสะท้อนแนวคิด Less is more หรือ “เรียบง่ายแต่ได้มาก” เพราะผู้เดินทางต่างหันมาเดินทางท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองมากขึ้น

นอกจากนั้น หากพิจารณาปัจจัยอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ถูกวางไว้เพื่อตอบรับกับเทรนด์ Less is more นี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เส้นทางการบินที่เพิ่มขึ้น เที่ยวบินราคาประหยัด ไปจนถึงบริการเช่ารถยนต์ออนดีมานด์ที่สะดวกง่ายดายและสามารถแชร์กันได้ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับบริการขนส่งสาธารณะอย่างละเอียดแบบเรียลไทม์ ซึ่งให้บริการกับผู้มาเยือนได้อย่างราบรื่นไม่ติดขัด ปัจจัยเหล่านี้จะยิ่งทำให้ทริประยะสั้นนั้น มีสีสัน โดนใจนักเดินทางแต่ละคนมากยิ่งขึ้น


ที่มา :


อัปเดตเทรนด์ไลฟ์สไตล์ โดนใจคนรุ่นใหม่ กันต่อ

ชี้เป้า เทรนด์ธุรกิจท่องเที่ยว สุดฮิต เมื่อนักท่องเที่ยวถูกใจ ผู้ประกอบการก็เตรียมเป๋าตุงได้เลย

เปิดตัว ‘Netflix Asia’ ความบันเทิงอุบัติใหม่ ย้ำเทรนด์ ‘คอนเทนต์เอเชีย’ เชื่อมโลก

ได้เวลาประเทศไทยโชว์ของ กับภารกิจส่ง ‘สตรีทฟู้ดไทย’ สร้างชื่อในเวที ‘สตรีทฟู้ดโลก’