สาลิกาคาบข่าว Vol.338/61

85

ประชาชนสวมเสื้อเหลืองนายกฯ นำตักบาตร

วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา .9

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร 500 รูป เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร, วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2561 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีองคมนตรี คณะรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ข้าราชการ เข้าร่วมพิธี โดยนายกรัฐมนตรีได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ต่อจากนั้น เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ให้ศีล พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ นายกรัฐมนตรีถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ และถวายผ้าไตร จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร

จากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมภริยา นำผู้ร่วมงานร่วมพิธีตักบาตรพระสงฆ์ พร้อมกับประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วม ซึ่งพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองแสดงออกถึงความจงรักภักดี

สมคิดลั่นเมกะโปรเจ็กต์

ติดปีกเศรษฐกิจไทยหนีคู่แข่ง

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “Thailand’s  Economic Outlook 2019 อนาคตเศรษฐกิจไทย” ระบุว่าการส่งออกของไทยไตรมาส 4 ปีจะปรับตัวดีขึ้นหลังจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีสัญญาณที่ดีขึ้น โดยมองว่าจีดีพีไตรมาส 4 จะโตได้ถึง 3.5% ทำให้ทั้งปีจะโตได้สูงกว่า 4% หรืออยู่ที่ 4.1-4.2% อย่างแน่นอน ส่วนในปี 2562 ไทยต้องเร่งเดินหน้าโครงการลงทุนขนาดใหญ่มูลค่ารวมกันกว่า 2 ล้านล้านบาท ทั้งการลงทุนรถไฟฟ้าในเมือง รถไฟทางคู่ โครงการหลักๆ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) รวมถึงการเปิดประมูลแหล่งพลังงาน ซึ่งทุกฝ่ายต้องร่วมกันดูแลไม่ให้การลงทุนสะดุด เพราะเป็นโอกาสของการปรับโครงสร้างประเทศ พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากการเป็นประธานอาเซียนดึงการลงทุนจากจีนและญี่ปุ่นเข้ามาช่วยพัฒนาภาคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ของไทย หนีคู่แข่งอย่างเวียดนามที่ถือเป็นประเทศที่น่ากลัวที่สุดสำหรับไทย

กกร.เชื่อมั่นแรงกระตุ้นภาครัฐ

บวกส่งออกดันจีดีพีโต 4.4

นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (...) และสมาคมธนาคารไทย ประจำเดือนธันวาคม2561 ว่า กกร.ประเมินเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายของปีนี้น่าจะขยายตัวจากแรงหนุนมาตรการเศรษฐกิจภาครัฐและการส่งออกที่เติบโต จึงมีมติคงตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้ที่กรอบล่างคือ เติบโต4.4% ขณะที่การส่งออกปีนี้คาดว่าจะเติบโตถึง 8%

กัมพูชาสปป.ลาวยกอีอีซี

ดันไทยล้ำหน้าเพื่อนบ้าน

Dr.Chap Sotharith, Director of Research and Board Member นักวิชาการประเทศกัมพูชา กล่าวว่าประเทศไทยมีความก้าวหน้าในด้านอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ขณะที่กัมพูชาเพิ่งผ่านพ้นสนามรบมาได้ไม่นาน ทำให้การแข่งขันในด้านธุรกิจยังเป็นรองประเทศไทยค่อนข้างมาก นักลงทุนย่อมสนใจเข้ามาลงทุนในอีอีซีมากกว่า เช่นเดียวกับนักลงทุนกัมพูชาเองก็สนใจเข้ามาลงทุนในอีอีซีด้วยเช่นกัน รวมถึงในอนาคตอาจมีแรงงานกัมพูชาที่มีทักษะสูงเดินทางเข้ามาทำงาน เนื่องจากค่าตอบแทนที่สูงกว่าในกัมพูชา อย่างไรก็ตาม กัมพูชาก็มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะในเมืองที่มีศักยภาพเช่น เกาะกง สีหนุวิลล์ และ เสียมเรียบ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับอีอีซีได้ในอนาคต ขณะที่ Dr.Sthabandith Insisienmay, Director General, Center for Macroeconomic Policy and Economic Restructuring จาก สปป.ลาว มองว่าการพัฒนาอีอีซีของประเทศไทยอาจส่งผลให้มีแรงงานลาวเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้น แต่ก็หวังว่าเมื่อโครงการรถไฟจีนลาวแล้วเสร็จ ยุทธศาสตร์การพัฒนาลาวเป็นแลนด์ลิงก์จะทำให้ลาวได้ประโยชน์จากอีอีซีเช่นกัน ซึ่งลาวมีโครงการหลายโครงการที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ ปัจจุบันอีอีซีอาจยังห่างไกลจากลาว แต่ถ้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีนสายกรุงเทพฯหนองคายสร้างเสร็จ เชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงลาวจีน ทุกอย่างก็จะใกล้กันมากขึ้น

สนข.ชี้ 2 ทศวรรษนับจากนี้

คือยุคแห่งระบบราง

นับจากอดีตจนถึงปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาโครงสร้างทางถนนเป็นหลัก มีการสร้างถนนมากกว่า 4.6 แสนกิโลเมตร ในขณะที่มีการสร้างระบบรางเพียง 4.04 พันกิโลเมตร แต่ 2 ทศวรรษนับจากนี้ประเทศไทยจะเดินหน้าเข้าสู่ระบบราง โดยนายวิจิตต์ นิมิตรวานิช นักวิชาการขนส่งทรงคุณวุฒิ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนการขนส่งหลักไปสู่ระบบรางมากขึ้น ระบบรางจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชุมชนรอบสถานี ช่วยลดต้นทุนในการเดินทาง ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี (2561-2580) แต่ละโครงการที่อยู่ในแผนต้องใช้เวลาดำเนินการ 6-10 ปี โดยเฉพาะโครงการต่างๆ ที่เดินหน้าโดยรัฐบาลชุดนี้

ผุดศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทยจีน

ยกระดับความสัมพันธ์ 2 ประเทศ

สถาบันวิจัยการพัฒนาและยุทธศาสตร์แห่งชาติ มหาวิทยาลัยเหรินหมินแห่งประเทศจีน (Renmin University of China) และศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทยจีน สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ได้ทำพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) จัดตั้งศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทยจีน (The Belt and Road Cooperation Research Center – CTC) ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเหรินหมินแห่งประเทศจีน ณ กรุงปักกิ่ง โดยศูนย์วิจัยแห่งนี้มีขึ้นเพื่อเพิ่มการวิจัยและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิชาการและนักศึกษาไทยและจีนในสาขา One Belt One Road ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและยังเป็นการเพิ่มการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทยอีกด้วย

สนช.ไฟเขียวร่างกม.

เก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์

ที่ประชุมสภานิติบัญญํติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาร่างพ...แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร จำนวน 5 มาตรา วาระ 2-3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ...แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรพิจารณาเสร็จแล้ว มีสาระสำคัญคือการกำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานข้อมูลของบุคคลและนิติบุคคลที่มีความเคลื่อนไหวทางบัญชีในการทำธุรกรรมฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีเกิน 3,000 ครั้งต่อปี หรือการฝากรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้ง ที่ยอดเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี ส่งให้กรมสรรพากรตรวจสอบเพื่อประโยชน์ในการเก็บภาษีได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นการแก้ไขจำนวนการโอนรับที่เพิ่มขึ้นจากร่างเดิมที่กำหนดไว้ 200 ครั้ง โดยตั้งเป้าเรียกเก็บภาษีจากผู้ขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ที่ปัจจุบันการติดตามข้อมูลเพื่อจัดเก็บภาษีไม่อาจดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายดังกล่าว

มาครงเบรกขึ้นภาษีน้ำมัน

หลังม็อบปะทะรุนแรง

wikipedia.org

เว็บไซต์บีบีซีของอังกฤษรายงานว่า รัฐบาลประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้ระงับการขึ้นภาษีน้ำมันแล้ว หลังจากเกิดการประท้วงรุนแรงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกลุ่มม็อบซึ่งนัดชุมนุมกันทุกวันเสาร์นานกว่า 3 สัปดาห์ ลุกลามไปยังเมืองใหญ่ทั่วประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งยังเกิดเหตุจลาจลรุนแรง ปะทะกับตำรวจปราบจลาจล เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เพื่อต่อต้านการขึ้นภาษีน้ำมันดีเซลของรัฐบาล ที่เตรียมจะประกาศขึ้นในเดือนมกราคม 2562 ซึ่งจะนำไปสู่ค่าครองชีพที่สูงขึ้น