ฉะเชิงเทรา 1 ใน 3 จังหวัดระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่ได้รับคัดเลือกจาก คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้นำร่องพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City ด้วยการจัดวางระบบผังเมืองและที่อยู่อาศัยทันสมัยระดับสากล คำนึงถึงรูปแบบคุณภาพชีวิตที่มีคุณภาพ และมีความกลมกลืนกับวัฒนธรรมในพื้นที่และธรรมชาติอย่างลงตัว เพียบพร้อมด้วยระบบสาธารณูปโภคสมบูรณ์แบบ ภายใต้แนวทาง Thai Way of Life คือ เมืองแห่งการอยู่อาศัยที่มีความทันสมัย สะดวก สบาย


รถไฟความเร็วสูงหนุนที่ดินพุ่ง อสังหาฯ ผุดรับ Smart City

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา ทำให้ฉะเชิงเทราอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงแค่ 20 นาที รวมถึงภายใต้แผนพัฒนา Smart City ในโครงการอีอีซี ฉะเชิงเทราจะได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีโรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย ศูนย์การค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกระดับมาตรฐาน จากกระแสดังกล่าวทำให้ราคาที่ดินในตัวเมืองฉะเชิงเทราปรับสูงขึ้นเป็นเท่าตัวในแต่ละปี โดยล่าสุดเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เปิดเผยข้อมูลราคาที่ดินซึ่งขยับขึ้นมาอยู่ที่ 30,000 บาทต่อตารางวา โดยมีผู้ประกอบการจากส่วนกลางเข้ามาเปิดโครงการมากขึ้น เฉพาะในปี 2561 มีโครงการเปิดใหม่รวม 12 โครงการ จำนวน 2,500 ยูนิต มูลค่ารวมราว 5 พันล้านบาท กระจายอยู่ในอำเภอเมือง อำเภอบางปะกง และอำเภอแปลงยาว


เสียงสะท้อนคนแปดริ้ว ชุมชนน่ามอง เมืองก็น่าอยู่

จ.ส.อ.วัฒนชัย บุญมานะ

จ.ส.อ.วัฒนชัย บุญมานะ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดเหนือ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เครือข่ายผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่การพัฒนาอีอีซี หรือ CAEC มองว่า เมืองน่าอยู่ต้องเริ่มต้นจากชุมชน ก่อนขยายเป็นตำบลน่าอยู่ อำเภอน่าอยู่ และเมืองน่าอยู่ในที่สุด

“อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องมองให้ขาด ไม่ใช่เราไปสร้างเมืองใหม่ให้น่าอยู่ แต่ลืมมองเมืองเก่า ชุมชนน่าอยู่ควรจะมีอะไร ความสะดวกสบาย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาด ความมั่นคงด้านที่พักอาศัย กิจกรรมในชุมชนที่ควรส่งเสริมในเรื่องวัฒนธรรมประเพณี” ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดเหนือ กล่าว


‘น้ำเสีย’ หนึ่งปัญหาใหญ่ของชุมชน

ปลัดวัฒนชัยหยิบยกปัญหา ‘น้ำเสีย’ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาของชุมชน โดยกล่าวว่า ปัญหาน้ำเสียจากชุมชนที่ไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกงมีปริมาณมากไม่แพ้น้ำเสียจากภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งน้ำเสียจากชุมชนเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม ไม่ได้ให้ความสนใจ แต่สร้างปัญหาให้แม่น้ำได้พอๆ กัน และจากการวัดหรือการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำบางปะกงที่อยู่ใกล้ชุมชน สารต่างๆ ที่อยู่ในแม่น้ำ ส่วนหนึ่งเกิดจากชุมชนเอง ชุมชนก็บอกว่าโรงงานอุตสาหกรรมทำให้น้ำเสีย ภาคการเกษตรทำให้น้ำเสีย แต่ในความเป็นจริงนั้น ทั้ง 3 ภาคสร้างปัญหาพอๆ กัน


เมืองเล็ก หรือ เมืองใหญ่ ต้องสมาร์ทได้เหมือนกัน

ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรามีการสร้างบ้านสำหรับคนมีรายได้น้อยจำนวนมาก ซึ่งคนที่อยู่ก็มาจากทั่วสารทิศ ต่างคนต่างวัฒนธรรม เหนือ ใต้ ออก ตก เกิดความหลากหลาย ปรับเข้าหากันยาก จึงต้องมีหน่วยงานมารวมตัวจัดสรรพื้นที่ให้อยู่ร่วมกันได้ ซึ่งจะทำให้ชุมชนเกิดได้เร็วขึ้น เป็นชุมชนน่าอยู่ได้เร็วขึ้น เช่น ในชุมชนมี 1,000 ครอบครัว ครอบครัวละ 3 คน รวม 3,000 คน ที่จะต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกัน จึงควรมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์ส่งเสริมผู้สูงอายุ มีทางเข้าออกสำหรับรถยนต์หลายช่องทาง มีแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ศูนย์ออกกำลังกาย สถานพยาบาล มีแสงสว่างทั่วถึงเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยปัจจุบันรัฐบาลมีโครงการบ้านราคาถูกให้แก่ผู้มีรายได้น้อยกระจายอยู่หลายพื้นที่ แต่หากอยากให้พัฒนาเป็นชุมชนน่าอยู่อย่างแท้จริง ถ้าความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยไม่สมบูรณ์ ความมั่นคงด้านสังคมก็ไม่เกิด

“ผมมองว่าการสร้างเมืองอัจฉริยะเป็นของใหม่ที่จะเนรมิตให้ดีแค่ไหนก็ได้ แต่การบูรณาการเมืองเก่าให้น่าอยู่ ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจละเลย และอาจจะเป็นเรื่องที่ยากกว่าสร้างเมืองใหม่เสียอีก ถ้าเราพัฒนาเมืองเก่าควบคู่กับเมืองใหม่ได้ นั่นคือสมาร์ทซิตี้ที่สมบูรณ์แบบ” ปลัดวัฒนชัย กล่าว


น้ำไหล ไฟไม่ดับ ขยะไม่ล้นเมือง

ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดเหนือ ยังได้หยิบยกสาธารณูปโภคด้านน้ำประปาที่เมื่อคนในชุมชนมาอยู่กันอย่างหนาแน่นมักจะเกิดปัญหาน้ำไม่ไหล ไฟตก เครื่องไฟฟ้าเสีย เหล่านี้ต้องคำนวณด้วยว่าการใช้ไฟของชุมชนมีมากน้อยแค่ไหน ควรติดตั้งหม้อแปลงหรือมิเตอร์ไฟฟ้าขนาดไหนถึงจะเพียงพอ น้ำประปาก็เช่นกัน เนื่องจากพอถึงเสาร์-อาทิตย์ น้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภค ซึ่งหลายชุมชนมีปัญหา ทำอย่างไรให้ปัญหาหมดไป เช่นเดียวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างหลอดไฟ เมื่อเสียก็ต้องนำไปทิ้งในถังขยะรวมกัน เวลาไปจัดการก็จะเกิดปัญหา ดังนั้น ต้องมีการสร้างสถานที่จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยต้องรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง


ส่งเสริมอาชีพ พัฒนารายได้ หนุนศักยภาพชุมชน

เช่นเดียวกับเรื่องการส่งเสริมอาชีพชุมชนก็เป็นเรื่องสำคัญ ต้องมองว่าบางอาชีพบางชุมชนสามารถทำร่วมกันได้ ถ้ามีผู้นำคอยเติมองค์ความรู้ให้แก่เขา มีหน่วยงานคอยให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าขาย การทำธุรกิจต่างๆ

“ผมขอฝากไปถึงการเคหะแห่งชาติ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสร้างที่พักอาศัยให้กับคนที่มีรายได้น้อย เนื่องจากในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรามีการเตรียมการที่จะสร้างบ้านพักอาศัยให้ผู้มีรายได้น้อยอีกจำนวนมาก แต่การที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาจะต้องมองให้ครอบคลุมว่า ไม่ใช่เฉพาะที่พักอาศัยอย่างเดียว แต่ต้องมองเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก มองปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ปัญหาการจราจร น้ำเสีย การเดินทาง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นการพัฒนาชุมชนให้เป็นเมืองน่าอยู่อย่างแท้จริง”

เพื่อให้ ‘แปดริ้วโมเดล’ เป็นเมืองที่ใครก็อยากไปอยู่!!!


บทความเกี่ยวกับอีอีซีในบริบทที่ครอบคลุมจังหวัดฉะเชิงเทรา

ผ่าโรดแมปบันได 3 ขั้น ชาวบ้านได้อะไรจาก EEC

เผยแผนเนรมิต ผังเมือง อีอีซี พร้อมรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย เดินหน้าสู่การพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

จีนปั้นและกระจายเศรษฐกิจจากเมืองสู่ชุมชน ไทยปั้น ‘เศรษฐกิจชุมชน’ โตไปกับ EEC ได้เลย