ทุกวันนี้ เราได้ยินการกล่าวถึง ‘ความปลอดภัยทางไซเบอร์’ บ่อยแทบจะเท่ากับการรีวิวเทคโนโลยีใหม่ๆ แห่งยุคอย่าง AI, หุ่นยนต์, Big Data, Internet of Things หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ค ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะการใช้งานเทคโนโลยีและสื่อออนไลน์ที่เอ่ยมา มาพร้อมกับความเสี่ยงในการโดนคุกคามด้วยภัยไซเบอร์ต่างๆ นานา

และเหตุผลเพิ่มเติมที่มาสนับสนุนข้อสันนิษฐานข้างต้นนี้ จากบทความเรื่อง “5 เทคโนโลยีใหม่สู้ภัยไซเบอร์” โดย วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์ PWC Thailand คือ

“ขณะที่ธุรกิจกำลังใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ บรรดาแฮกเกอร์และอาชญากรทางไซเบอร์ก็จ้องที่จะโจมตีเพื่อขโมยข้อมูล หรือเข้ามาป่วนระบบ สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลให้แก่ธุรกิจ ในเวลาเดียวกัน ผู้บริโภคก็กำลังเผชิญกับการคุกคามจากการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปแอบอ้าง หรือ การหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เพื่อขอข้อมูลที่สำคัญทางอีเมล ดังนั้น เพื่อรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ จึงขอแนะนำ 5 เครื่องมือใหม่สู้ภัยไซเบอร์ ต่อไปนี้”


ความปลอดภัยทางไซเบอร์ สร้างได้ ด้วยปฏิบัติการใช้เทคโนโลยีสู้ แบบ เกลือจิ้มเกลือ

ก่อนจะไปแนะนำให้รู้จักกับ 5 เครื่องมือใหม่สู้ภัยไซเบอร์ ที่มีบทพิสูจน์จากผู้บริหารทั่วทุกมุมโลกยืนยันแล้วว่า สามารถใช้รับมือกับภัยไซเบอร์ และสร้าง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้จริง ผู้เขียนได้กล่าวถึงรายงานผลสำรวจ Global State of Information Security® Survey ของ PwC ในปีล่าสุด ที่ศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหารและผู้นำด้านไอทีจำนวน 9,500 คนจาก 122 ประเทศทั่วโลกพบว่า

“ผู้บริหารถึง 40% คาดว่า ผลจากการถูกโจมตีระบบอัตโนมัติและระบบหุ่นยนต์จะส่งผลให้ระบบปฏิบัติการและการผลิตต้องหยุดชะงักมากที่สุด ตามมาด้วยการรั่วไหลของข้อมูลสำคัญ ผลกระทบเชิงลบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้ และอื่นๆ  

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความกังวลเกี่ยวกับภัยไซเบอร์จะขยายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก ก็ไม่ได้ทำให้การประยุกต์ใช้นวัตกรรมต่างๆ เหล่านี้ลดลง ในทางตรงกันข้าม ผู้บริหารทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะปรับตัว และมีการวางแผนใช้เทคโนโลยีเพื่อต่อสู้กับภัยที่มากับเทคโนโลยีหรือเรียกว่าการแก้ปัญหาแบบ ‘เกลือจิ้มเกลือ’ มากขึ้น”


ชี้เป้า 5 เครื่องมือใหม่สู้ภัยไซเบอร์ อย่างได้ผล

ได้เวลามารู้จัก 5 เครื่องมือใหม่สู้ภัยไซเบอร์ ที่การันตีประสิทธิผลจากซีอีโอทั่วโลกว่าสามารถนำมาปรับใช้เพื่อสร้าง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้จริง

  1. เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ บริษัทเทคโนโลยี หรือแม้กระทั่ง PwC เอง ก็ได้ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเพื่อการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชน ทั้งนี้ เพราะบล็อกเชนมีศักยภาพในการช่วยแก้ปัญหาความปลอดภัยที่สถาบันการเงินทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ รวมไปถึงกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การผลิต เวชภัณฑ์ คมนาคมขนส่ง และความปลอดภัยของระบบซัพพลายเชน โดยบล็อกเชนเป็นระบบที่แยกเก็บบัญชีธุรกรรมไว้ในที่ต่างๆ แล้วกระจายฐานข้อมูลแบบแยกศูนย์ ซึ่งแม้จะมีรูปแบบการกระจายข้อมูล แต่ระบบก็ยังสามารถเชื่อมต่อเครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ ที่ทุกคนแชร์ข้อมูลกันไปมาโดยไม่มีศูนย์กลางได้ ทำให้สามารถตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เที่ยงตรง และมีความโปร่งใส
  2. ระบบความปลอดภัยของคลาวด์ (Cloud security) หลายองค์กรเริ่มมีการเคลื่อนย้ายข้อมูลมาไว้บนคลาวด์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะวิธีนี้ช่วยให้ธุรกิจจำนวนมากแก้ปัญหาความปลอดภัยของข้อมูลได้จริง ยิ่งถ้าองค์กรนั้นสามารถเลือก Cloud provider ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ องค์กรนั้นก็จะได้ประโยชน์จากการได้รับข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า ที่จะมีระบบดูแลข้อมูลได้แบบมืออาชีพ มากกว่าที่ท่านดูแลระบบเองอยู่แล้ว
  3. การยืนยันตัวตนขั้นสูง (Advanced authentication) ในปัจจุบันมีองค์กรไม่น้อยที่นำเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนหลาย Factor มาใช้อย่างแพร่หลาย โดยหลังจากที่ผู้ใช้ใส่ชื่อและรหัสแล้ว ก็จะได้รับรหัสลับจากข้อความบนมือถือเพื่อยืนยันอีกครั้ง ซึ่งวิธีการนี้ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ และยังช่วยแจ้งเจ้าของบัญชีให้ทราบเมื่อมีผู้ไม่ได้รับอนุญาต log in เข้าบัญชีของตน นอกจากนี้ ยังมีการยืนยันตัวตนด้วยระบบอื่นๆ เช่น การสแกนลายนิ้วมือ ม่านตา หรือใบหน้า ซึ่งเป็นการยืนยันตัวตนด้วยระบบชีวภาพ พร้อมทั้งมีระบบที่จะรีเซ็ต หรือล็อคโดยอัตโนมัติหากมีการใส่รหัสผิด ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ช่วยให้องค์กรมีระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลมากขึ้น และเราจะได้เห็น Behavior-based authentication เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
  4. การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine learning) เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ถูกนำมาใช้ในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้ดีขึ้น ด้วยระบบการเรียนรู้ของเครื่องที่มีความก้าวหน้าและช่วยคาดการณ์จุดอ่อนที่อาจถูกแฮกเกอร์โจมตีได้
  5. การเข้ารหัส (Encryption) หรือกระบวนการแปลงข้อมูลให้เป็นรหัสลับ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้เป็นเทคโนโลยีใหม่แต่กลับถูกนำไปใช้งานค่อนข้างจำกัดในแวดวงธุรกิจในอดีตที่ผ่านมา โดยปัจจุบัน การเข้ารหัสกลายมาเป็นเครื่องมือของแพลตฟอร์มที่เกี่ยวกับการสื่อสารมากมาย เช่น G-mail หรือแอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับพูดคุยกัน เช่น วอทแอพ และอุปกรณ์ไอโฟน ซึ่งเทคโนโลยีนี้ ช่วยป้องกันข้อมูลไม่ให้ถูกขโมยหรือรั่วไหลได้มากขึ้น เพราะการแปลงข้อมูลให้เป็นรหัสลับ ทำให้บุคคลอื่นไม่สามารถอ่านข้อมูลได้ แต่จะให้อ่านได้เฉพาะบุคคลที่เราต้องการให้อ่านเท่านั้น


:: Salika’s says ::

ในตอนสรุปของบทความ ผู้เขียนให้ความเห็นในเรื่องการสร้าง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ไว้อย่างน่าสนใจว่า

“แม้เทคโนโลยีจะช่วยธุรกิจป้องกันภัยจากไซเบอร์ได้ในระดับหนึ่ง แต่ความพร้อมของบุคลากรก็เป็นอีกกุญแจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์นั้นสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งน่าเสียดายว่า จากผลสำรวจฉบับนี้พบว่า 40% ขององค์กรทั่วโลก ยังไม่มีโปรแกรมอบรมพนักงานเพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ และมากกว่าครึ่ง (54%) ยังไม่มีแม้กระทั่งกระบวนการรับมือในกรณีถูกจู่โจม

“ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทั่วโลกหรือแม้กระทั่งธุรกิจไทยเองก็ต้องเสริมทัพตนเองให้พร้อมในทุกด้าน ซึ่งนอกจากจะลงทุนด้านระบบรักษาความปลอดภัยแล้ว ควรจัดให้มีการฝึกอบรมพนักงานให้ตระหนักถึงความสำคัญและรู้ทันภัยคุกคามทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา รวมทั้งแต่งตั้งทีมให้คำปรึกษาในการสร้างระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ และต้องไม่ลืมจัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เพราะในปัจจุบันหลายประเทศมีการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น กฎหมายจีดีพีอาร์ของสหภาพยุโรป ในขณะที่ประเทศไทยเองน่าจะคลอดกฎหมายที่คล้ายคลึงกันออกมาในไม่ช้านี้ด้วย”


ที่มา : บทความเรื่อง “5 เทคโนโลยีใหม่สู้ภัยไซเบอร์” โดย วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย เผยแพร่ในเว็บไซต์ PWC Thailand https://www.pwc.com/th/en/pwc-thailand-blogs/blog-20181128.html

อ้างอิง : https://www.pwc.com/ca/en/services/consulting/perspective/cyber-hub/cyber-how-blockchain-cloud-and-other-emerging-technologies-are-changing-cybersecurity.html


อยากรู้เคล็ดลับสร้างธุรกิจให้รุ่ง อ่านบทความนี้กันต่อ

ถอดบทเรียน ‘ธุรกิจ 100 ปี’ แดนอาทิตย์อุทัย สร้างกิจการอย่างไร ให้ยิ่งใหญ่และยั่งยืนเกินร้อยปี

ตอกย้ำพันธกิจ ‘ผู้นำอุตสาหกรรมโดรนโลก’ จีนเดินหน้าสร้าง ‘ฐานการวิจัยและผลิตโดรน’ ที่นครซีอาน

ทำไมสตาร์ทอัพไทยยังไปไม่ถึง ‘ยูนิคอร์น’ คำตอบที่อาจแทงใจดำ จาก ‘กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล’