ยุคนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธได้อีกแล้วว่า เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง ระบบอัตโนมัติ หรือ Automation เข้ามามีบทบาททั้งในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ และปฏิวัติระบบการผลิตในภาคอุตสาหกรรมแทบทุกภาคส่วน ด้วยเหตุนี้ ในฐานะผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ศาสตร์ของการผลิตใหม่เพื่อปรับเอาหุ่นยนต์ที่มีระบบ Automation เข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้กับกิจการของตน โดยเฉพาะในภาคการขนส่งหรือ โลจิสติกส์ ที่ในตอนนี้มีการนำ ‘หุ่นยนต์ขนส่งสินค้าในโกดัง’ เข้ามาทำงานร่วมกับมนุษย์แล้ว ซึ่งชื่อของสถานประกอบการระดับโลกที่ได้นำระบบนี้มาใช้อย่างได้ผล นั่นคือ ‘อาลีบาบา’ และเป็นที่น่ายินดีไม่น้อยที่ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญของอาลีบาบา เยือน EEC เพื่อถ่ายทอดวิชาระบบหุ่นยนต์ขนส่งสินค้าในโกดังให้แก่ผู้ประกอบการใน EEC แล้ว

โดยปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ภายใต้โครงการ ICT for SME “Alibaba Smart Logistics and Lean Management for Manufacturing” ที่จัดขึ้นโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) เครือข่ายโปรแกรม ITAP สถาบันไทย-เยอรมัน เพื่อให้ความรู้และเพิ่มศักยภาพด้านระบบอัตโนมัติแก่ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยในงานนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้าน ‘ระบบหุ่นยนต์ขนส่งสินค้าในโกดัง’ ของอาลีบาบา เยือน EEC เพื่อมาร่วมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ถึงแนวโน้มเทคโนโลยี AI หุ่นยนต์อัจฉริยะ พร้อมสาธิตการทำงานของหุ่นยนต์ที่ใช้ในโกดังจริง


ได้เวลาติดอาวุธให้ผู้ประกอบการ EEC ไปได้ไกลขึ้น ด้วยการถ่ายทอดความรู้ ลดต้นทุนโลจิสติกส์  

เพื่อเตรียมพร้อมรองรับต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นเพราะภาวะการขาดแคลนแรงงานเฉพาะทาง และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในพื้นที่หันมาปรับเอาเทคโนโลยีและระบบไอทีไปใช้มากขึ้น พร้อมยกระดับ เพิ่มความเข้มข้นให้ผู้ประกอบการ 3 จังหวัดในเขตพื้นที่ EEC สามารถพัฒนาสินค้าและบริการของตนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม นายสนัด วงศ์ทวีทอง รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงที่มาของการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาว่า

นายสนัด วงศ์ทวีทอง

กิจกรรมสัมมนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในการใช้ซอฟต์แวร์บริหารจัดการ ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (ปี 2560-2564) ด้วยการสนับสนุนให้ความรู้ด้านไอซีที ดิจิทัล และการปฏวัติอุตสาหกรรม 4.0 โดยกลุ่มเป้าหมายของการจัดงานนี้ คือ ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 180 คนใน 3 จังหวัดของพื้นที่ EEC (ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง)

โดย รองผู้อำนวยการ สวทช. อธิบายต่อว่า การส่งเสริมและพัฒนาการใช้ไอซีทีแก่ผู้ประกอบการใน EEC ให้เพิ่มมากขึ้นเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของ EECi ที่มุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ยกระดับอุตสาหกรรมเดิมและสร้างอุตสาหกรรมใหม่ สร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรรมในพื้นที่

ที่ผ่านมา โครงการนี้ได้จัดกิจกรรมในหลายรูปแบบเพื่อให้ความรู้กับผู้ประกอบการไทย อย่าง การอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ให้ใช้ซอฟต์แวร์และนวัตกรรมพัฒนากระบวนการผลิตและลดต้นทุน การนำเสนอโซลูชันส์ของพาร์ทเนอร์แก่ผู้ประกอบการให้สามารถนำเทคโนโลยีไปปรับใช้เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการผลิต และการสร้างเครือข่ายให้ผู้ประกอบการพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเกิดเป็นพันธมิตรและเครือข่ายร่วมกัน ซึ่งกลไกเหล่านี้จะช่วยให้เอกชนไทยสามารถยกระดับความสามารถการแข่งขันด้านเทคโนโลยีได้ในที่สุด

โดยครั้งนี้ สวทช. ในฐานะหน่วยงานหลักที่ร่วมจัดต้องการมุ่งไปที่การนำเสนอโซลูชันส์ที่สามารถลดต้นทุนเกี่ยวกับด้านการบริหารจัดการ ต้นทุนการเก็บรักษาสินค้าคงคลัง และต้นทุนค่าขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นต้นทุนสูงที่สถานประกอบการต้องแบกรับ จึงต้องมาศึกษาและหาแนวทางเพื่อตอบโจทย์ผู้ประกอบการมากขึ้น

เพราะถ้าอ้างอิงตามข้อมูลฟอร์บส ไทยแลนด์ พบว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ของประเทศไทยมีสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศใกล้เคียง ทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีต้นทุนด้านโลจิสติกส์อยู่ที่ 18% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ขณะที่มาเลเซียและสิงคโปร์อยู่ที่ต่ำกว่า 10% ดังนั้น เพื่อให้แข่งขันได้ การส่งเสริมภาคเอกชนในเรื่องการดำเนินธุรกิจ การบริหารต้นทุนให้ถูกลง และการส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคได้เร็วขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญและต้องอาศัย ‘นวัตกรรม’ มาช่วยจัดการ


อาลีบาบา เยือน EEC ถ่ายทอดเคล็ดลับวิชา ‘ระบบหุ่นยนต์ขนส่งสินค้าในโกดัง’

และปฏิบัติการเพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าวงการโลจิสติกส์ไทย ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ สวทช. ได้นำกรณีศึกษานวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกของอาลีบาบามาถอดบทเรียน และได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ Mr. Sebastain Leung ตัวแทนจาก Quicktron บริษัทผลิตหุ่นยนต์ขนส่งของอาลีบาบา ผู้มีประสบการณ์ในการจัดการระบบขนถ่ายวัสดุ มากกว่า 20 ปี มาเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในครั้งนี้

Mr. Sebastain Leung

Mr. Sebastain Leung, Project Director, MAX STORAGE ENGINEERING (HK) COMPANY แนะนำถึงการทำงานของหุ่นยนต์ในคลังสินค้าของอาลีบาบาว่า

“หุ่นยนต์นี้ทำขึ้นเพื่อใช้เคลื่อนย้ายสินค้าได้ตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้แรงงานคน สั่งงานจากระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) จากการวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรโดยรวม ส่งต่อไปยังระบบ WMS (warehouse management system) ผ่านระบบ WiFi ควบคุมการสั่งงานโดยอัตโนมัติ ซึ่งจุดเด่นของหุ่นยนต์ดังกล่าวอยู่ที่ ความสามารถในการยกของที่มีน้ำหนักมากถึง 1 ตัน เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง 1.5 เมตรต่อวินาที ทำงานได้ 8 ชั่วโมง ต่อการบรรจุแบตเตอรี่ 1 ครั้ง และด้วยระบบ AI ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการคลังสินค้า ทั้งในแง่ต้นทุน ความถูกต้อง และความรวดเร็ว”

ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญจาก Quicktron ระบุว่า มีลูกค้าจำนวนมากได้รับประโยชน์จากโซลูชันส์การจัดการ การขนถ่ายวัสดุ ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าแต่ละราย และเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจระบบอย่างแท้จริง ในแต่ละครั้งจะได้นำหุ่นยนต์ที่ใช้ในคลังสินค้าของอาลีบาบามาจำลองการทำงานจริง พร้อมเปิดโอกาสให้วิศวกรรมซอฟต์แวร์มีส่วนร่วมในการพัฒนาโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ที่เชื่อมโยงกับ WMS, ERP, OEE และ Real time Monitoring ของแต่ละธุรกิจด้วย

ในโอกาสนี้ ผู้เชี่ยวชาญจาก Quicktron ให้มุมมองต่อผู้ประกอบการไทยในการปรับใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์คลังสินค้าอัจฉริยะดังกล่าวด้วยว่า

“บริษัทที่ทำธุรกิจ e-commerce รายใหญ่ในประเทศไทยกำลังตัดสินใจใช้ระบบนี้ในการขนส่งสินค้า เช่นเดียวกันกับโรงงานขนาดใหญ่ในประเทศไทยที่กำลังตัดสินใจใช้ระบบนี้ในการขนส่งสินค้าในกระบวนการผลิตเช่นกัน ดังนั้น จึงมีแนวโน้มที่ชัดเจนว่า หุ่นยนต์ขนส่งสินค้าในโกดัง จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการทำงานร่วมกับมนุษย์ ผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคอุตสาหกรรมตั้งแต่เจ้าของกิจการ ไปจนถึงพนักงานผู้ปฏิบัติงาน จึงจำเป็นต้องศึกษาระบบการทำงานของหุ่นยนต์ จะได้พร้อมใช้หุ่นยนต์นี้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ได้มากที่สุดนั่นเอง”



:: Salika’s says ::

นายอนุชิต นาคกล่อม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นเซอร์นิกส์ จำกัด ได้สะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในมุมของภาคเอกชนถึงการปรับตัวและเตรียมพร้อมกับการเกิดขึ้นของ EEC ว่า

นายอนุชิต นาคกล่อม

“หุ่นยนต์เพื่อการผลิตและโลจิสติกส์ คือ อุตสาหกรรมอนาคตที่ EEC ให้สิทธิประโยชน์ทางการลงทุนระดับสูงเป็นพิเศษ เพื่อชักนำให้เกิดการลงทุนในพื้นที่นี้เป็นจำนวนมาก ทุกฝ่ายจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความต้องการของโรงงานในอนาคต”

“ในภาพรวมที่ผ่านมา มีการใช้งานระบบอัตโนมัติและระบบคลังสินค้าอัจฉริยะของภาคเอกชน ทั้งในส่วนผู้ประกอบการและโรงงานอุตสาหกรรมไทย นับว่ามีการตื่นตัวสูงมาก จากปัญหาแรงงานขาดแคลน ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น และจำเป็นต้องพัฒนาการขนส่งเพื่อการแข่งขัน ส่งผลให้การใช้งานระบบอัตโนมัติ รวมถึงระบบคลังสินค้าอัจฉริยะมีความต้องการเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ เทรนด์หรือแนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญกับผู้ประกอบการโรงงานพบว่า เป็นการใช้หุ่นยนต์แทนคน ใช้ระบบการจัดการที่เป็นซอฟต์แวร์ ใช้ Big Data ในการวิเคราะห์ธุรกิจ และใช้ AI ในการดำเนินงานมากขึ้น”


ที่มา : รายงานข่าวเรื่อง “สวทช. ดึงผู้เชี่ยวชาญอาลีบาบา นำระบบหุ่นยนต์ขนส่งสินค้าในโกดัง ให้ความรู้ผู้ประกอบการใน EEC รองรับเทรนด์โลกและต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น” จาก ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)


อัปเดต มาตรการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ EEC กันต่อ

เปิด ‘แผนโรดโชว์ อีอีซี ปี 2562’ ชักชวนต่างชาติมาลงทุน เน้นเจาะลึกอุตสาหกรรมเป้าหมาย

เสริมพลังมุ่งอนาคต EEC HDC ตั้งทีมยุทธศาสตร์เสริมปฏิบัติการ ‘ผลิตสร้างบุคลากรป้อน 10 S-curve’

เมืองพัทยา พิชิตภารกิจ ต้นแบบเมืองไมซ์ ดัน อุตสาหกรรมไมซ์ โตไม่หยุดใน EEC