เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2561 มร.หลู กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกมาแถลงข่าวปมร้อนเรื่องที่ถูกจับตาจากกลุ่มคนในบางประเทศว่า หัวเว่ยเป็นอันตรายต่อ ‘ความมั่นคงของชาติ’ ซึ่งต่อเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ นางเมิ่ง หว่านโจว ลูกสาวผู้ก่อตั้ง ‘หัวเว่ย’ ถูกจับกุมตัวที่ประเทศแคนาดา 


Remarks by Chinese Foreign Ministry Spokesperson, Mr. Lu Kang's huawei
Chinese Foreign Ministry Spokesperson, Mr.Lu Kang | 10 December 2018
ถาม : ตามที่มีการรายงานข่าวว่า รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป มร.แอนดรัส แอนซิพ กล่าวว่า สหภาพยุโรปควรกังวลใจเกี่ยวกับหัวเว่ยและบริษัทอื่นๆ ของจีน เพราะรัฐบาลจีนอาจขอให้บริษัทเทคโนโลยีของจีนให้ความร่วมมือกับหน่วยงานข่าวกรองของจีน อย่าง ‘การใช้ช่องโหว่สำคัญในซอฟต์แวร์’ เพื่อให้สามารถเข้ารหัสข้อมูลได้ คุณคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นนี้

มร.หลู กัง : เมื่อเร็วๆ นี้ เราได้ชี้แจงไปแล้วว่า มีกลุ่มคนในบางประเทศที่กล่าวหาว่า หัวเว่ย ‘อาจ’ เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติของพวกเขา ทว่าในขณะเดียวกัน ก็ยังไม่มีประเทศไหนสามารถหาหลักฐานที่น่าเชื่อถือมาอธิบายได้อย่างชัดเจนว่า หัวเว่ยเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติแต่อย่างใด จึงเป็นเรื่องที่น่าขันที่ธุรกิจซึ่งดำเนินมาตามปกติจะต้องมาถูกขัดขวางเพียงเพราะ ‘การคาดคะเน’ ของกลุ่มคนไม่กี่คน ยิ่งไปกว่านั้น ผมก็ไม่เห็นว่า การกระทำเช่นนี้จะนำไปสู่ความร่วมมือเพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศต่างๆ ในยุคโลกาภิวัตน์ได้

อันที่จริง ผมเองก็อยากจะทราบเหมือนกันว่าพวกเขาจะรู้สึกอย่างไร หากผลิตภัณฑ์หรือการลงทุนและโครงการความร่วมมือของประเทศตนต้องถูกยับยั้งเพียงเพราะข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล คนเหล่านั้นจะคิดอย่างไร?

หัวเว่ย เป็นองค์กรเอกชนของจีนที่มีความเป็นอิสระและสร้างความสัมพันธ์อันดีในด้านความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก และเราก็ไม่เคยได้ยินว่า ประเทศเหล่านั้นมีปัญหาด้านความมั่นคงเพราะความร่วมมือกับหัวเว่ยแต่อย่างใด เท่าที่ทราบ หัวเว่ยได้ลงนามสัญญา 5G เชิงพาณิชย์กับบริษัทหลายแห่งใน 20 กว่าประเทศ ซึ่งก็พิสูจน์ได้ว่า หัวเว่ยได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

ผมขอย้ำอีกครั้งว่า กฎหมายและระเบียบข้อบังคับของประเทศจีนไม่เคยยินยอมให้อำนาจแก่สถาบันใดๆ ไปบังคับบริษัทต่างๆ ให้สร้าง ‘ช่องโหว่สำคัญในซอฟต์แวร์’ เมื่อต้องประสานความร่วมมือเชิงเศรษฐกิจกับประเทศต่างๆ รัฐบาลจีนสนับสนุนให้บริษัทจีนปฏิบัติตามหลักสากล รวมถึงกฎหมายของท้องถิ่นนั้นๆ มาโดยตลอด

และเราก็หวังเช่นเดียวกันว่า ประเทศเหล่านี้จะสามารถสร้างสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจอันยุติธรรม โปร่งใส และปราศจากอคติแก่บริษัทของจีนที่ต้องการเข้าไปลงทุน ดำเนินธุรกิจ และแสวงหาความร่วมมือในประเทศนั้นๆ ได้ ตลอดจนหลีกเลี่ยงที่จะสร้างอุปสรรคที่ไม่จำเป็นสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัทสัญชาติจีนด้วยเหตุจูงใจอื่นๆ นอกเหนือจากนี้

ถาม : คุณกล่าวว่า บริษัทในหลายประเทศได้ลงนามเอกสารความร่วมมือกับหัวเว่ย บริษัทเหล่านั้นเป็นใครบ้าง

มร.หลู กัง : อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้ว มีประเทศต่างๆ กว่า 20 ประเทศที่ลงนามในสัญญา 5G เชิงพาณิชย์กับหัวเว่ย ส่วนที่ว่าบริษัทเหล่านั้นเป็นใครบ้าง เดี๋ยวผมจะไปดูมาให้ อันที่จริง หลายต่อหลายประเทศมองว่า หัวเว่ยเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือด้านการทำงานร่วมกัน ซึ่งคุณก็คงสังเกตเห็นได้เมื่อสัปดาห์ก่อนว่ามีบริษัทโปรตุเกสลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับหัวเว่ย

และในงาน China-France High-Level Economic and Financial Dialogue ครั้งที่ 6 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส บรูโน เลอ มารี กล่าวกับนักข่าวที่ปารีสว่า หัวเว่ยเป็นบริษัทที่มีความสำคัญกับฝรั่งเศส และฝรั่งเศสเองก็ยินดีต้อนรับการลงทุนของหัวเว่ย

นอกจากนั้น เมื่อไม่นานมานี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลเยอรมันยังบอกด้วยว่า รัฐบาลเยอรมันไม่มีแผนสั่งห้ามนำเข้าอุปกรณ์ 5G จากซัพพลายเออร์ต่างชาติ บริษัทโทรคมนาคมของเยอรมันก็กำลังประสานความร่วมมือกับบริษัทอีกหลายแห่งรวมถึงหัวเว่ยในการพัฒนาเครือข่าย 5G ด้วย ตัวอย่างเหล่านี้ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้แล้วว่า ตลอดเส้นทางแห่งการเติบโต หัวเว่ยได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรทั่วโลกมาตลอด

อ่านคำแถลงการณ์ฉบับเต็ม : www.chinaembassy.or.th

บทความเกี่ยวกับหัวเว่ยและเทคโนโลยีที่เคยลงเว็บไซต์สาลิกา

เผยบิ๊กโพรเจกต์ของ ‘หัวเว่ย’ กับเบื้องหลังการส่งออก Safe City Compact Solution

Say Hi! Digital Thailand Big Bang 2018 ไปทักทายเทคโนโลยีดิจิทัลที่(จะ)เข้ามาพลิกโฉมประเทศกัน