ข้อเท็จจริงสำคัญที่ได้รับการกล่าวถึงในงานสัมมนาหัวข้อ “Innovative E-Commerce : แนวโน้มใหม่และโอกาสของ SME ไทยในจีน” โดยศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (บีไอซี) ประจำสถานเอกอัครราชทูต-สถานกงสุลใหญ่ในจีน ที่จัดขึ้นไปเมื่อเร็วๆ นี้ นั่นคือ ขณะนี้ มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเข้าสู่สนามแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซ จีน เพื่อชิงเค้กก้อนใหญ่ในจีนแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะยังคงทำธุรกิจรูปแบบเดิมๆ ไม่ศึกษาทิศทางตลาดและพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีน ดังนั้น นอกจากจะต้องสร้างสรรค์สินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ผู้ประกอบการไทยยังต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละมณฑล และควรใช้ช่องทางการกระจายสินค้าที่เหมาะสม เพื่อตอบโจทย์การค้ายุคอีคอมเมิร์ซของจีน รวมไปถึงการศึกษา กฎหมายอีคอมเมิร์ซใหม่ของจีน เพื่อสร้างความได้เปรียบและป้องกันไม่ให้เกิดความเพลี่ยงพล้ำในการทำธุรกิจครั้งนี้


ตลาดอีคอมเมิร์ซ จีน ไม่หมู… ต้องเรียนรู้ อัปเดต ทำความเข้าใจ จึงจะเจาะตลาดได้ฉลุย

จากงานสัมมนางานเดียวกันนี้ ได้ให้คำแนะนำและชี้ประเด็นที่ผู้ประกอบการชาวไทยต้องเรียนรู้ก่อนที่จะรุกเข้าไปเป็น ผู้เล่น หรือ Player ในตลาดอีคอมเมิร์ซ จีน โดยเริ่มจากเกริ่นให้เห็นภาพพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนที่เปลี่ยนแปลงไปก่อนว่า

“รูปแบบการดำเนินชีวิตของชาวจีนเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีมานี้ จนเกิดคำนิยามใหม่ในหมู่ชาวจีนตามเมืองใหญ่ว่า ชีวิตขาดเงินสดได้ แต่ขาดสมาร์ตโฟนและอินเทอร์เน็ตไม่ได้”

ส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมจีนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วดังที่เป็นอย่างทุกวันนี้ เพราะความมุ่งมั่นของรัฐบาลจีน ที่กำหนดยุทธศาสตร์ “ดิจิทัล ไชนา” เพื่อผลักดันให้ประเทศก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของโลก ทำให้นโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลกำหนดออกมา สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภคจีน ทำให้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของชาวจีนมากขึ้น ขณะที่จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของจีนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากปี 2550 มีสัดส่วนเพียง 16% ของประชากรทั้งหมด แต่พอมาถึงปี 2560 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเป็น 57.7% ของประชากรทั้งประเทศ

และปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หรือแม้กระทั่งธุรกิจอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน (ซีบีอีซี) ในจีนเป็นธุรกิจที่ร้อนแรง เป็นที่จับตามองในขณะนี้ มาจากความสำเร็จของการชำระเงินสินค้าและบริการผ่านช่องทางดิจิทัล (อีเพย์เมนต์) ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถจ่ายเงินได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส

ปรากฎการณ์นี้การันตีด้วยตัวเลขทางสถิติเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2560 ว่ามีจำนวนผู้ใช้บริการอีเพย์เมนต์ในจีน 527 ล้านคน ผู้ใช้บริการธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ (ไม่รวมการใช้ผ่านมือถือ) 399 ล้านคน และผู้ใช้บริการธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ผ่านมือถือ 370 ล้านคน

โดยที่ผ่านมา สินค้าไทย สามารถเข้าไปทำตลาดใน ตลาดอีคอมเมิร์ซ จีน ได้แล้ว ด้วยผู้บริโภคชาวจีนเล็งเห็นถึงคุณภาพของสินค้าไทยว่าได้มาตรฐาน ทว่า ผู้ประกอบการไทยก็ยังคงมีจุดด้อยที่ขาดความเชี่ยวชาญเรื่องตลาดออนไลน์จีน ทั้งในด้านพฤติกรรมผู้บริโภค เงื่อนไขของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแต่ละราย และ กฏหมายอีคอมเมิร์ซใหม่ของจีน


เรียนรู้ สาระสำคัญ กฎหมายอีคอมเมิร์ซใหม่ของจีนก่อนติดเครื่องลุยตลาดอีคอมเมิร์ซจีน

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา การประชุมสภาผู้แทนประชาชนจีนรุ่นที่ 13 ครั้งที่ 5 ได้อนุมัติกฏหมายว่าด้วยอีคอมเมิร์ซ และกำหนดให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ปี 2562 เป็นต้นไป ถือเป็นกฏหมายที่ใช้เวลาในการพิจารณานานถึง 4 ครั้งตลอดระยะเวลา 5 ปี เพราะภาครัฐให้ความสำคัญเรื่องความรับผิดชอบของทุกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคชาวจีนเป็นสำคัญ โดย กฎหมายอีคอมเมิร์ซใหม่ของจีน ฉบับนี้มีสาระสำคัญที่ผู้ประกอบการชาวไทยต้องเรียนรู้ก่อนที่จะไปลุยตลาดอีคอมเมิร์ซจีน ในประเด็นต่างๆ ดังนี้

  • แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต้องตรวจสอบคุณสมบัติของร้านค้าออนไลน์ หากมีการละเมิดสิทธิผู้บริโภคจะถูกปรับ50,000 หยวน-500,000 หยวน และหากเป็นการละเมิดสิทธิผู้บริโภคอย่างร้ายแรงจะถูกปรับ 500,000 หยวน-2 ล้านหยวน โดย กฏหมายอีคอมเมิร์ซใหม่ของจีน กำหนดเพิ่มเติมว่า บุคคลที่จำหน่ายสินค้าผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ต่างๆบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ อย่าง วีแชท บิสสิเนสต้องลงทะเบียนเป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ จากเดิมที่ถือว่า บุคคลธรรมดาที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการออนไลน์ บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ในรูปแบบ เว็บไซต์ อย่าง เถาเป่า เจดี เท่านั้นที่ต้องลงทะเบียนตามกฎหมาย
  • หากจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารทางออนไลน์ในจีน ควรลงทะเบียนผู้ประกอบการ ดำเนินการให้ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายอาหารในจีน ห้ามจำหน่ายสินค้าที่ไม่มีฉลากภาษาจีน และห้ามจำหน่ายนมผงเด็กที่ไม่ได้ลงทะเบียนสูตรนมผง
  • ห้ามผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ ลบคอมเมนต์ที่ไม่ดีของลูกค้าและห้ามผู้ประกอบการทำสถิติซื้อขายปลอม หากพบว่าได้ละเมิดกฏระเบียบนี้ ผู้ประกอบการจะถูกปรับ 20,000-500,000 หยวน
  • หากผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ เก็บเงินมัดจำของลูกค้าต้องระบุวิธีและขั้นตอนในการส่งเงินมัดจำคืนลูกค้าอย่างชัดเจน ส่วนกรณีการขายพ่วง หากผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ มีการขายพ่วงสินค้า หรือบริการ ควรแจ้งลูกค้าให้ชัดเจน
  • การส่งมอบสินค้า ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซควรส่งมอบสินค้าตามวิธีการและระยะเวลาที่ตกลงกับลูกค้า ต้องรับผิดชอบในความเสี่ยงระหว่างขนส่งสินค้า นอกจากลูกค้าจะเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าของผู้ให้บริการฝ่ายที่สาม

นอกจากนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา กรุงปักกิ่ง ได้เปิดศาลอินเทอร์เน็ตแห่งที่ 2 ในจีน หลังจากเปิดศาลแห่งแรกที่เมืองหังโจว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า จีน มุ่งยกระดับมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต การรักษาข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ รวมทั้งให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ซึ่งประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงข้อมูลกระบวนการพิจารณาคดีแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่รายละเอียดของคดีต่างๆ ไปจนถึงการประกาศคำตัดสินของศาลผ่านระบบออนไลน์ได้



Salika’s says :

จากการสัมมนาหัวข้อ “Innovative E-Commerce : แนวโน้มใหม่และโอกาสของ SME ไทยในจีน” สรุปข้อควรระวังเพิ่มเติม สำหรับผู้ประกอบการไทย ที่ต้องการไปเจาะตลาดอีคอมเมิร์ซจีนว่ามีข้อควรระวังในการเข้ามาในตลาดออนไลน์จีนหลายด้านด้วยกัน คือ

  1. การขนส่งสินค้าจากไทยล่าช้า ทำให้อายุสินค้าสั้นกว่ามาตรฐาน เพราะฉะนั้นต้องเลือกหรือผลิตสินค้าให้มีอายุยาวนานเพียงพอ รวมทั้งเลือกใช้บริษัทขนส่งที่เชื่อถือได้
  2. เลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับประเภทสินค้า
  3. แม้ยังไม่มีแผนเข้าทำตลาดในจีน แต่นักธุรกิจไทยก็ควรต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ เพื่อป้องกันนักธุรกิจจีนบางคนนำเครื่องหมายการค้าของเรามาแอบอ้าง จดทะเบียนตัดหน้า ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจในจีนในอนาคต

นอกจากนั้นควรมีการเตรียมตัวให้พร้อม ด้วยการปรับกลยุทธ์ให้ทันกับพัฒนาการในโลกยุคดิจิทัล ควบคู่ไปด้วย

  1. ปรับรูปแบบธุรกิจให้พร้อมทั้งออนไลน์และออฟไลน์
  2. พัฒนาแพลตฟอร์มครบวงจรเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ต่างๆ
  3. เปิดรับวิธีการชำระเงินแบบอีเพย์เมนต์
  4. ใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้า
  5. ผนวกบิ๊กดาต้า คลาวน์ คอมพิวติง และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าด้วยกันและนำมาใช้เพื่อสร้างความประทับใจแก่ลูกค้า

ที่มา :

  • รายงานข่าว เรื่อง “ตลาดอี-คอมเมิร์ซจีน โอกาสทองนักลงทุนไทย” หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561
  • รายงานข่าวเรื่อง เรียนรู้กฏหมาย “อี-คอมเมิร์ซ” ใหม่ของจีนก่อนลงทุน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

อัปเดต เรื่องราวน่ารู้ เกี่ยวกับ ตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลก ได้ที่นี่

สำรวจ ตลาดอีคอมเมิร์ซจีน เปิดตัว แพลตฟอร์มออนไลน์ท้องถิ่น ช่องทางใหม่กระจายสินค้าไทยในนครซีอาน

อัพเดท ! อีคอมเมิร์ซเวียดนามนาทีนี้ใครครอง

‘Unbounded Retail’ ยิ่งไม่รู้ยิ่งต้องทำความเข้าใจ เพราะ ‘ยอดขาย’ สร้างได้ทุกเวลา ทุกสถานที่