ได้ยินกันมาบ้างแล้วใช่ไหมว่า ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ (Digital Park Thailand) จะเป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ทซิตี้) ในพื้นที่อีอีซี โดยจะนำเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ มาใช้พัฒนาเมือง เพื่อให้เกิดการลงทุนธุรกิจดิจิทัลควบคู่กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลเชิงพาณิชย์ นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย ตลอดจนยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรม ICT เดิมไปสู่อุตสาหกรรมดิจิทัลยุคใหม่ (New S-Curve Digital Industry)


กรุยทางพื้นที่ให้ ‘อุตสาหกรรมดิจิทัล’

การจัดตั้ง ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (อีอีซีดี/EECd) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลือกใช้พื้นที่ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี รวม 700 ไร่ โดยอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมชั้นนำของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งมีความได้เปรียบหลายด้าน อาทิ

  • ใกล้มหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์ศรีราชา
  • มีโครงข่ายมหาวิทยาลัยที่จะมาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล
  • จะมีสถาบัน IoT เข้ามาวิจัยพัฒนาร่วมกับผู้ประกอบการในดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์

โดยก่อนจัดทำโครงการระดับประเทศอย่าง ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อหาโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการ ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและพัฒนาเศรษฐกิจประเทศต่อไป ทั้งนี้ เวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวจัดขึ้นแล้ว 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดมีเอกชนร่วมรับฟังกว่า 50 บริษัท 

“พื้นที่นี้จะเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศ
เพื่อรองรับการพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
เช่น หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม ยานยนต์สมัยใหม่
อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ” 

นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย
ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าว


แผนพัฒนาพื้นที่สร้างประโยชน์ให้อุตสาหกรรมดิจิทัลอย่างไร
1. สำหรับผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรม 
จะได้รับการส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการถ่ายทอดและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้แก่อุตสาหกรรมที่อยู่ในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยผู้ประกอบการจะสามารถใช้เครื่องจักร อุปกรณ์ และระบบอัตโนมัติในราคาที่เหมาะสมได้ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น (Digital Tech Startup) เพื่อเปลี่ยนบทบาทของการเป็นประเทศผู้ใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งสู่การพัฒนานวัตกรรมธุรกิจดิจิทัล เพื่อสร้างโอกาสในตลาดโลกและเป็นพื้นฐานรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ทั่วประเทศในอนาคต
ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์แห่งนี้ ยังเป็นแลนด์มาร์กที่มุ่งสร้างบุคลากรดิจิทัลให้เพียงพอและมีคุณภาพ เพื่อสามารถรองรับการพัฒนาประเทศในอนาคต ตลอดจนเป็นศูนย์กลางกำลังคนดิจิทัล (Digital Workforce Hub) ของภูมิภาคอาเซียนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัลด้วย ฯลฯ
2. สำหรับผู้ที่เข้ามาลงทุนพัฒนาพื้นที่ 

จะได้รับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนอย่างเต็มที่จาก BOI ซึ่งจะทำให้ผู้พัฒนาพื้นที่และผู้มาลงทุนตั้งธุรกิจได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด และการขอใบอนุญาตด้านธุรกิจก็จะสะดวกรวดเร็วกว่าพื้นที่อื่น เช่น การขอวีซ่าให้นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ สิทธิลดหย่อนภาษีให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในอีอีซี 

มีผู้สนใจพัฒนาโครงการรวม 4-5 ราย
มีบริษัทดิจิทัลและสตาร์ทอัพกว่า 1,000 ราย
สนใจจะเข้าไปอยู่ในดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์
จึง
ประมาณการณ์ได้ว่า จะมีเม็ดเงินลงทุน
ทั้งโครงการราว 
2-3 หมื่นล้านบาท


เปิดให้ประมูลเมื่อไร ใครลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน?

ด้วยแนวทางการพัฒนาโครงการซึ่งเน้นดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่มีเทคโนโลยีดิจิทัล ให้เข้ามาลงทุนตั้งฐานการวิจัยพัฒนาในประเทศไทย ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีสู่คนไทย ตลอดจนหนุนระบบนิเวศในไทยให้พร้อมสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลแห่งอนาคต โดยขั้นตอนต่อไปคือ นำความคิดเห็นที่ได้จากภาคเอกชนไปจัดทำทีโออาร์ เสนอให้คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เห็นชอบ จากนั้นจะเข้าสู่เงื่อนเวลาเพื่อร่วมประมูลโครงการ ดังนี้ 

  • ออกทีโออาร์ในช่วงต้นเดือน มกราคม 2562
  • เปิดให้ยื่นซองต้นเดือน มีนาคม 2562
  • ประกาศผู้ผ่านการคัดเลือกรอบแรกและให้เสนอซองเทคนิคกลางเดือน มีนาคม 2562
  • ประกาศชื่อเอกชนผู้ชนะการประมูลภายในเดือน เมษายน 2562
  • เซ็นสัญญาจัดทำโครงการราว พฤษภาคม 2562

หลังเซ็นสัญญาจะใช้เวลาไม่เกิน 2 ปี ก่อสร้าง โครงการ เฟส 1 พื้นที่ 120 ไร่ หรือ 20% ของพื้นที่ทั้งหมด 700 ไร่ และหากระหว่างก่อสร้างมีพื้นที่ที่ทำเสร็จก็สามารถเปิดขายได้ทันที ส่วนเฟส 2 จะพัฒนาพื้นที่ที่เหลือและเริ่มก่อสร้างหลังจากเฟส 1 ดำเนินการได้ 2 ปี โดยในส่วนของการลงทุนต้นแบบเมืองอัจฉริยะจะแยกเป็น 2 ข้อ ดังนี้

  1. หน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานภาครัฐ : CAT จะเป็นผู้ลงทุนและให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ได้แก่ ท่อและท่อย่อยที่ใช้วางเคเบิลใยแก้วนำแสงลงใต้ดิน ซึ่งการวางสายเคเบิลใยแก้วนำแสง คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 400-500 ล้านบาท
  2. ประสานหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เช่าหรือให้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่โครงการ : ให้เอกชนดำเนินโครงการและจะจัดหาเงินทุนสามารถดำเนินโครงการตามที่ CAT เห็นสมควรได้

นายวงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า “ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ จะสร้างอาคารสูงหลายหลังเพื่อรองรับบริษัทดิจิทัลและสตาร์ทอัพเข้ามาเช่าพื้นที่ ซึ่งบริษัทด้านดิจิทัลใช้พื้นที่ไม่มากและมีพนักงานน้อย แต่ละอาคารจึงรองรับผู้ประกอบการได้มาก รวมทั้งจะมีห้องแล็บวิจัยพัฒนาดิจิทัล มีโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่ทันสมัยและระบบเมืองอัจฉริยะ ซึ่งจะดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาตั้งธุรกิจ ต่อยอดพัฒนานวัตกรรมได้อีกมาก”

สำหรับโมเดลรายได้ของ CAT จะมาจาก 1) ค่าเช่าพื้นที่ดิจิทัล พาร์ค ไทยแลนด์ โดยค่าเช่าจะขึ้น 9% ทุก 3 ปี ตลอดอายุสัญญา 50 ปี 2) ส่วนแบ่งรายได้จากกรรมสิทธิ์ที่ดิน 3% จะมาจากค่าเช่าช่วงที่ดินและค่าบริการสาธารณูปโภคจากภาคเอกชน ขณะที่ภาคเอกชนจะมีรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ในโครงการและค่าบริการระบบสาธารณูปโภคที่ไม่ใช่โทรคมนาคม

ทั้งนี้ อกชนที่ชนะประมูลต้องรับผิดชอบงานออกแบบ ก่อสร้าง จัดหาแหล่งเงินทุน งานให้บริการ งานบำรุงรักษา ดูแลระบบสาธารณูปโภคหลัก ไปจนถึงการทำตลาดกับนักลงทุนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายด้วย


อ้างอิงข้อมูลจาก