เมื่อ Elite สองคน ประกาศเปิดตัวโครงการ The $1-a-week school โลกก็แซ่ซ้องด้วยความชื่นชม

ผมกำลังพูดถึง ‘The $1-a-week school‘ หรือ ‘โรงเรียน 1 ดอลลาร์’ โครงการจัดตั้งสถานศึกษาเอกชน โดยการสนับสนุนของ Mark Zuckerberg เจ้าของ Facebook และ Bill Gates เจ้าของ Microsoft ครับ


คำว่า ‘โรงเรียน 1 ดอลลาร์’ นั้น เป็นเพียงแค่สโลแกน คล้าย ’30 บาท รักษาทุกโรค’ คือเก็บเงินเล็กๆ น้อยๆ พอเป็นสัญลักษณ์ เพราะในทางปฏิบัตินั้น The $1-a-week school ไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียนแต่อย่างใด

นอกจากจะไม่เก็บค่าเทอมแล้ว หนำซ้ำ ยังแจกคูปองสำหรับผู้ปกครองเอาไว้ซื้อหนังสือหรืออุปกรณ์การศึกษา แถมยังเหลือเป็นค่าอาหารให้เด็กๆ ได้อร่อยกันครบ 3 มื้ออีกต่างหาก

เป็นที่ทราบกันดีว่า ระบบการศึกษาในหมู่ประเทศกำลังพัฒนานั้น ต่างกำลังเผชิญหน้ากับปัญหานานัปการ

เริ่มต้นด้วยปัญหาด้านการขาดแคลน งบประมาณ (Money) ตามมาด้วยการขาดแคลนบุคลากรคือ ครู (Man) ต่อด้วยปัญหาขาดแคลน อุปกรณ์การเรียนการสอน (Material) และปิดท้ายด้วยการขาดแคลน กระบวนการบริหารจัดการที่ดี (Management)

เข้าหลักการบริหารระดับพื้นฐานสุดๆ นั่นก็คือ 4M

ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ การไม่มีเงินเดือนจ้างครูที่มีมาตรฐาน ขาดความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนการสอน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กตกต่ำ

นำไปสู่การขาดความร่วมมือที่ดีจากผู้ปกครอง เนื่องจากเห็นว่าบุตรหลานเหมาะสมกับการเป็นแรงงานในครัวเรือนมากกว่าที่จะส่งไปเสียเวลาในโรงเรียนแล้วไม่ได้อะไรกลับมา

แม้กระทั่งอ่านหนังสือก็ยังไม่ออก และเขียนหนังสือก็ไม่ได้

เมื่อเป็นเช่นนี้ ชุมชนก็ย่อมไม่ให้ความร่วมมือกับโรงเรียนตามไปด้วย เพราะชุมชนล้วนประกอบขึ้นจากพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กทั้งหลายนั่นเอง

การขาดแคลน Money, Man, Material, Management ทำให้โรงเรียนระดับประถมศึกษาของรัฐในเอเชีย หลายโรงเรียนมีแต่ ‘ชื่อครู’ ในทำเนียบบุคลากรทางการศึกษา แต่ไม่มี ‘ครูจริงๆ’

อย่าว่าแต่จะมีครูมาประจำที่โรงเรียน แค่ครูมาสอนก็ยังไม่มี

ในทวีปแอฟริกายิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่เพียงไม่มีครู แม้โรงเรียนก็ยังไม่มี

ส่วนที่อเมริกาใต้ พ่อแม่ผู้ปกครองขาดแรงจูงจใจที่จะนำลูกเข้าโรงเรียน จากปัญหามาตรฐานการจัดการศึกษา โดยเฉพาะปัญหาประสิทธิภาพของครู


นอกจากปัญหา 4M แล้ว ระบบการศึกษาในประเทศกำลังพัฒนา ยังประสบปัญหาในด้านผู้เรียนอีกปัญหาหนึ่ง

นั่นคือ ปัญหาเด็กไม่อยากไปโรงเรียน ที่เด็กไม่อยากไปโรงเรียนก็เพราะไปแล้วไม่เจอครู หรือเจอครูแต่ครูก็ไม่ตั้งใจสอน หรือถ้าเจอครูที่ตั้งใจสอนแต่โรงเรียนก็ไม่มีอุปกรณ์การเรียนที่พร้อมสำหรับการจัดการเรียนการสอน

ยังไม่ต้องพูดถึงปัญหาที่เด็กไม่มีสตางค์ไปโรงเรียน ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งไม่แพ้เรื่องทรัพยากรทางการศึกษา และเมื่อไม่มีสตางค์ติดตัวไปโรงเรียนเพราะพ่อแม่ไม่มีสตางค์จะให้ติดตัวไป เด็กก็จะไม่ได้ทานข้าวกลางวันที่โรงเรียน เพราะไม่มีเงินซื้อ

school

ดังนั้น การเกิดขึ้นของโครงการ The $1-a-week school จึงมีหัวใจหลักอยู่ที่คุณภาพของครูผู้สอน ซึ่ง Mark Zuckerberg และ Bill Gates เน้นเป็นพิเศษ นั่นคือ การจัดทำโครงสร้างค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและความเหนื่อยยากของครู

แต่มีข้อแม้คือ ครูจะต้องสอบผ่านเกณฑ์มาตรฐานซึ่ง The $1-a-week school ตั้งไว้

อย่างไรก็ดี มีการจัดติวครูก่อนสอบด้วยโปรแกรมฝึกอบรมที่เข้มข้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับสมรรถนะของครูและเด็กแต่ละชั้นเรียน ในส่วนของข้อสอบเด็ก เป็นการออกแบบร่วมกันระหว่างโรงเรียนและครูโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย

โดยตัวข้อสอบเป็นการพัฒนาขึ้นตามแบบของ PISA และมาตรฐานข้อสอบของแต่ละประเทศ ที่สำคัญก็คือ ชุดข้อสอบและเฉลยรวมทั้งฐานข้อมูลเกี่ยวกับข้อสอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวธนาคารข้อสอบ คะแนนดิบ เกณฑ์การคำนวณคะแนนต่างๆ และมาตรฐานการตัดเกรด ล้วนได้รับการเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง

นอกจากที่ข้อสอบจะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ส่วนกลางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบ e-Education แล้ว โครงการ The $1-a-week school ยังทำหน้าที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนอย่างครบวงจรด้วย

โดยมีการแจกเครื่องมือสำหรับการเข้าถึงข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง นั่นก็คือการแจก Tablet PC ให้ครูและนักเรียนทุกคน

Tablet PC ดังกล่าวจะมีการเปิด Link เพื่อติดต่อสื่อสารกันตลอดเวลาระหว่างครูกับนักเรียน ครูกับครู และครูกับคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง ซึ่งทำหน้าที่เสมือนพี่เลี้ยงของครู

เมื่อองค์ประกอบแวดล้อมพร้อมเพรียงเช่นนี้ Mark Zuckerberg และ Bill Gates จึงวาดหวังว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กในประเทศกำลังพัฒนาจะต้องสูงขึ้นเป็นลำดับ และคะแนน PISA ก็จะต้องแซงหน้าประเทศพัฒนาแล้วในอนาคตอันใกล้

สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นปัจจัยที่ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองของประเทศกำลังพัฒนา ทยอยนำบุตรหลานออกจากโรงเรียนรัฐ มาเข้าโครงการ The $1-a-week school กันอย่างคึกคักนั่นเองครับ


อ่านบทความเกี่ยวกับแวดวงการศึกษา โดยผู้เขียนคนเดียวกัน

กระบวนทัศน์ e-Education ที่น่าศึกษา กับแนวทางการจัดการศึกษาของไทย

จาก Business Intelligence สู่ ‘Education Intelligence’ : แพลตฟอร์มใหม่ในแวดวงการศึกษา