‘เมิ่งหว่านโจว’ ทายาทคนโตวัย 46 ปี ของ ‘เหรินเจิ้งเฟย’ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัทหัวเว่ย ซึ่งทำหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน (ซีเอฟโอ) ของกลุ่มบริษัทหัวเว่ย กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของประชาคมโลกขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน ในทันทีทันใดที่ข่าวการจู่โจมของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา เข้าจับกุมตัวเธอที่สนามบินแวนคูเวอร์ และควบคุมตัวเพื่อรอเวลาส่งต่อให้ทางการสหรัฐอเมริกาไปดำเนินคดีฐานละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลอเมริกันที่มีต่ออิหร่าน


อเมริกาสมคบแคนาดาตบตาจีน ซ่อนเร้นอำพรางโลก

การจับกุมตัวเมิ่งหว่านโจว ที่สนามบินแวนคูเวอร์ เกิดขึ้นวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2561 ซึ่งเป็นวันเดียวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งอเมริกาและคณะเจ้าหน้าที่ชั้นสูง มีนัดหมาย ‘ดินเนอร์’ กับคณะของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนติน่า หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศจี-20

ระหว่างดินเนอร์มื้อนั้นมี จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของอเมริการ่วมวงอยู่ด้วย และนายโบลตัน แอ่นอกยอมรับว่า รับทราบรายงานปฏิบัติการจับกุมนางเมิ่งล่วงหน้า ก่อนที่ผู้นำ 2 ประเทศจะพบกัน แต่กลับปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวการจับกุมและควบคุมตัวนางเมิ่ง โดยเจ้าหน้าที่ทางการแคนาดา กว่าจะได้รับการเปิดเผยออกมาสู่การรับรู้ของประชาคมโลกก็เป็นวันพุธที่ 5 ธันวาคม 2561

นั่นแสดงว่าทางการอเมริกาและทางการแคนาดา ร่วมกันปิดบังอำพรางเรื่องการจับกุมตัวนางเมิ่งไว้เกือบ 96 ชั่วโมง ก่อนที่จะยอมให้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ

ห้วงเวลาเกือบ 96 ชั่วโมงที่ปกปิดเรื่องการจับกุมตัวนางเมิ่ง น่าสงสัยว่าอาจจะมีการ ‘จัดฉาก-ปั้นหลักฐาน’ เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเล่นงานนางเมิ่งก็เป็นไปได้ ???


‘ฟอกเงิน-ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน’ ชนวนเหตุจับกุม!

รายงานข่าวเปิดเผยภายหลังการควบคุมตัวนางเมิ่งหว่านโจว ระบุถึงสาระสำคัญของเอกสารทางการอเมริกาที่มีไปถึงทางการแคนาดา เพื่อขอความร่วมมือในการจับกุมและส่งตัวนางเมิ่งซึ่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดน มีใจความสำคัญบ่งชี้ว่า นางเมิ่งมีพฤติกรรมเข้าข่ายทำธุรกรรมเคลื่อนย้ายเงินจากการทำธุรกิจในอิหร่านผ่านสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลอเมริกันที่มีต่ออิหร่าน

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสงสัยต่อนางเมิ่ง กรณีครอบครองหนังสือเดินทางพร้อมกันถึง 7 เล่ม แบ่งเป็นหนังสือเดินทางฮ่องกง 3 เล่ม และหนังสือเดินทางจีน 4 เล่ม อีกทั้งยังมีประวัติเดินทางเข้าอเมริกา ถึง 33 ครั้งในช่วงปี 2547-2560

ข่าวกรองทางการอเมริกาตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หลังจากเดือนมีนาคม 2560 นางเมิ่งไม่เคยเดินทางผ่านอเมริกาเข้าไปยังแคนาดาอีกเลย แต่เปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่แคนาดาผ่านทางเม็กซิโกแทน เนื่องจากเธอน่าจะรู้ระแคะระคายถึงการตกเป็นเป้าถูกเพ่งเล็งของทางการอเมริกา


อเมริกาล็อกเป้าสอดแนมหัวเว่ย ก่อนล็อกตัว ‘เมิ่งหว่านโจว’

ทางการอเมริกาตั้งข้อหวาดระแวงค่ายหัวเว่ยและลงมือสอดแนมอย่างจริงจังเมื่อปี 2553 ในฐานะองค์กรที่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคง

ถัดมาในปี 2555 คณะกรรมาธิการข่าวกรอง สภาผู้แทนราษฏร อเมริกา รายงานว่าผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มหัวเว่ย มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาลจีนและพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ถูกปกปิดเอาไว้

รายงานของคณะกรรมาธิการข่าวกรอง สภาผู้แทนราษฏร อเมริกา อาจสืบเนื่องมาจากเหรินเฉิงเฟย บิดาของนางเมิ่ง ซึ่งรั้งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มหัวเว่ย มีอดีตเป็นช่างเทคนิค สังกัดกองทัพปลดแอกแห่งชาติของจีน อีกทั้งมีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลจีน อาจเข้าไปลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อถือหุ้นของกลุ่มหัวเว่ยในรูปของ ‘นอมินี’


‘เมิ่งเอฟเฟ็กต์’ ปฏิกิริยาหลังการควบคุม ‘เมิ่งหว่านโจว’

ทันทีทันใดที่โลกรู้…รัฐบาลจีนรู้ถึงกรณีการจับกุมและควบคุมตัวนางเมิ่งหว่านโจว ได้ก่อเกิดปฏิกิริยาขึ้นอย่างกว้างขวาง…

ดัชนีราคาหุ้นในตลาดหุ้นทั่วโลก พร้อมใจกันดิ่งลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทันทีที่รับทราบข่าวการจับกุมตัวนางเมิ่ง

นายหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนประกาศก้อง ”รัฐบาลจีนพร้อมปกป้องพลเมืองจีนทุกคนในต่างประเทศ และจะไม่เพิกเฉยต่อการที่รัฐบาลประเทศใดก็ตามคุกคามและล่วงละเมิดสิทธิพลเมืองจีน”

สถานเอกอัครราชทูตจีนในนครออตตาวา ประเทศแคนาดา ออกโรงเรียกร้องให้ทางการแคนาดาปล่อยตัวนางเมิ่งโดยเร็ว


กลุ่มบริษัทหัวเว่ยออกแถลงการณ์ยืนยัน ‘เมิ่งหว่านโจว บริสุทธิ์’

ทางด้านประธานาธิบดีทรัมป์แห่งอเมริกา ก็แสดงจุดยืนเกี่ยวกับกรณีนี้ โดยกล่าวว่า ถ้าการแทรกแซงคดีเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อการเจรจาทำความตกลงทางการค้ากับจีน ก็จะทำแน่นอน”

  • หนังสือพิมพ์พีเพิลเดลี่ ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของทางการจีน ตีพิมพ์ข้อความแสดงจุดยืนต่อกรณีนี้ว่า การกระทำต่อนางเมิ่งเป็นการดูถูกคนจีน เป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล ซึ่งประเทศอารยะไม่พึงกระทำ
  • หอการค้าหนานจง ในนครเซี่ยงไฮ้ ออกมติรณรงค์ต่อต้านสินค้าอเมริกา และสนับสนุนให้ชาวจีนร่วมกันอุดหนุนสินค้าจีน
  • บริษัท เมนแพด ในเมืองเซินเจิ้น รณรงค์ให้พนักงานหยุดซื้อสินค้าจากอเมริกา พร้อมกับกำหนดบทลงโทษพนักงานที่ใช้ไอโฟน ต้องถูกปรับเป็นเงินเท่ากับราคาโทรศัพท์ไอโฟน ในทางกลับกัน พนักงานคนใดอุดหนุนโทรศัพท์สัญชาติจีนจะได้รับรางวัลในรูปของเงินช่วยเหลือจ่ายค่าโทรศัพท์ในอัตรา 15% ของราคาโทรศัพท์

สำหรับปฏิกิริยาของกลุ่มแนวร่วมอเมริกาก็มีการร่วมมือร่วมใจกัน ‘ไม่ซื้อ-ไม่ใช้’ ผลิตภัณฑ์หัวเว่ย

  • ค่ายบริติชเทเลคอม ของอังกฤษ ประกาศถอดอุปกรณ์หัวเว่ยทุกชิ้นออกจากระบบ 3G และ 4G พร้อมกับหันหลังให้กับหัวเว่ยอย่างสิ้นเชิงในการติดตั้งระบบ 5G
  • ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ก็มาในทำนองเดียวกัน คือประกาศตัดญาติขาดมิตร ไม่คบค้ากับหัวเว่ยในการติดตั้งอุปกรณ์ระบบ 5G

แอปเปิล-พลเมืองแคนาดา รับเคราะห์

ผลพวงจากกรณีจับกุมตัวประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินค่ายหัวเว่ยโดยทางการแคนาดา ตามคำขอของทางการอเมริกา ทำให้พลเมืองชาวแคนาดาโดนหางเลข ถูกทางการจีนจับกุมและควบคุมตัวไปแล้ว 3 ราย

ทำนองเดียวกันโทรศัพท์เคลื่อนที่ไอโฟนหลายรุ่นของค่ายแอปเปิล ก็กลายเป็น ‘สินค้าต้องห้ามนำเข้าและห้ามจำหน่าย’ ในตลาดจีน ด้วยเหตุผลว่า แอปเปิลละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีประหยัดพลังงานของแบตเตอรี่ ค่ายแอปเปิลจึงแพ้คดีค่ายควอลคอม ในศาลเมืองฟูโจว


รัฐบาลแคนาดาอาจต้องขัดใจอเมริกา

กรณีการจับกุมและควบคุมตัวนางเมิ่งหว่านโจว ของทางการแคนาดา ตามคำขอของทางการอเมริกา เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2561 กำลังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับจีนเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะให้ประกันตัวไปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ด้วยการวางหลักประกัน 10 ล้านเหรียญแคนาดา หรือประมาณ 240 ล้านบาทแล้วก็ตาม แต่นางเมิ่งยังคงต้องถูกจองจำด้วยกำไลข้อเท้าติดจีพีเอส เพื่อป้องกันการหลบหนี และต้องมีเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังการหลบหนีตลอดเวลา ระหว่างรอการพิจารณาจากศาล

แนวโน้มสัมพันธภาพที่แย่ลงระหว่างแคนาดากับจีน อาจกดดันให้รัฐบาลแคนาดาตัดสินใจปฏิเสธการส่งตัวนางเมิ่งให้ทางการอเมริกา เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับจีน

การตัดสินใจของรัฐบาลแคนาดาในกรณีนี้ จะใช้กระบวนการตาม ‘ความตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดน’ เป็นเครื่องมือ

โดยสาระสำคัญของความตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดน ระบุให้ทางการอเมริกาต้องส่งข้อมูลหลักฐานการกระทำความผิดของผู้ต้องหาไปให้ทางการแคนาดา พิจารณาดำเนินการภายใน 60 วัน นับตั้งแต่ที่มีการควบคุมตัว โดยทางการแคนาดามีเวลาพิจารณาดำเนินการภายใน 30 วัน

นั่นหมายถึง ชะตากรรมของเมิ่งหว่านโจวจะออกหัวหรือก้อย น่าจะต้องรอไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นอย่างช้า

อย่างไรก็ตาม ไม่แน่ว่าข่าวดีของนางเมิ่งอาจมาก่อนกำหนด และมาถึงในวันเดียวกับที่ต้องไปรายงานตัวต่อศาล คือวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562


ภาพเปิดจาก www.scmp.com