นอกเหนือจากอุปกรณ์สวมใส่สำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เช่น สายรัดข้อมืออัจฉริยะ เครื่องวัดระดับน้ำตาล อุปกรณ์วัดความดันแบบพกพา สถาบันการแพทย์ สถานศึกษา องค์กรนวัตกรรม รวมถึงนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ยังมุ่งคิดค้นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อช่วยรักษาชีวิตของผู้ประสบเหตุ ผู้ป่วย และผู้สูงอายุได้อย่างทันท่วงที และคาดว่าตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป เราจะได้เห็นนวัตกรรมหรือแพลตฟอร์มที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น แต่ให้ประสิทธิผลที่รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น


นักวิจัยด้าน AI คิดค้นระบบ ‘ตรวจจับน้ำหนักก้าว’ ของผู้สูงวัย

Aging Society CMKL Tech Summit 2018
Sensor Driven-Solution : How AI can support Aging Society | Presented by Dr. Hae Young Noh, Associate Professor, Civil and Environmental Engineering

เรื่อง Aging Society เป็นสิ่งที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ จึงตอกย้ำพร้อมทั้งพัฒนานวัตกรรม พัฒนาพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อม และสำหรับประเทศไทย ที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คือ ในปี 2021 จะมีจำนวนผู้สูงอายุสูงถึง 13.1 ล้านคน หรือราว 20% ของประชากรทั้งประเทศ

AI Aging Society CMKL 2018

Aging Society CMKL 2018 AI
รศ.ดร.แฮ ยัง นอ อธิบายแนวคิดและวิธีวิจัยอย่างละเอียด โดยมุ่งพัฒนาเครื่องวัดความสั่นสะเทือนและรูปแบบการเดินในสภาพพื้นผิวที่แตกต่างโดยใช้เมคโนโลยี AI เพื่อให้ได้ระบบที่สามารถนำไปประยุกต์แล้วมีความแม่นยำสูงสุด | อ่านบทความเพิ่มเติมจากงาน CMKL Tech Summit 2018

จากงานสัมมนา CMKL Tech Summit 2018 รศ.ดร.แฮ ยัง นอ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน มาอธิบายว่า AI มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคมได้ และเล่าแนวคิดกับวิธีวิจัยผลงานที่ทำล่าสุดคือ เครื่องวัดความสั่นสะเทือนและรูปแบบการเดิน โดยการเก็บ Data แล้วใช้ AI เข้ามาช่วยบอกสถานะของผู้ป่วยสูงอายุในสถานบริการสุขภาพ’ โดยทำวิจัยทั้งความสั่นสะเทือนของการก้าวบนพื้นไม้ พื้นอาคารที่ปูพรม ฯลฯ โดยร่วมกับหลายพาร์ทเนอร์และมีหลายองค์กรร่วมสนับสนุน ทำให้เครื่องวัดความสั่นสะเทือนและรูปแบบการเดินนี้บอกได้ทั้ง

  • ผู้ป่วย/ผู้สูงอายุมีความสามารถในการเดินเป็นอย่างไร
  • จังหวะการเดินแบบนี้ น้ำหนักฝีก้าวแบบนี้ ผู้สูงอายุกำลังเหน็ดเหนื่อย มึนงงหรือไม่ อย่างไร
  • หากจังหวะเดินผิดปกติไปจากข้อมูลที่มีอยู่ เครื่องจะวิเคราะห์ว่า ผู้ป่วย/ผู้สูงอายุต้องการการดูแลเพิ่มเติมหรือไม่
  • แจ้งเตือนหากพื้นที่ที่ผู้สูงอายุกำลังจะก้าวต่อไปนั้นไม่ราบเรียบหรือเป็นร่องเป็นหลุม เพื่อช่วยป้องกันการสะดุดหกล้ม
  • แจ้งเตือนไปยังแพทย์ ผู้ดูแล หรือเมื่อถึงกำหนดเวลาต่างๆ ได้

ระบบดังกล่าวยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอาคารอัจฉริยะ (Smart Building) ในด้านการจัดการพลังงาน การจัดการพื้นที่ใช้สอย ช่วยในด้านความปลอดภัย ตลอดจนนำไปประโยชน์ด้านการตลาดและการดูแลสุขภาพเด็ก สุขภาพสัตว์เลี้ยง หรือกิจกรรมอื่นๆ ของมนุษย์ได้อีกด้วย


The Johns Hopkins Hospital : วิเคราะห์จำนวนผู้ป่วยฉุกเฉินและบริหารจัดการเตียงแบบเรียลไทม์ด้วย Big Data

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2016 โรงพยาบาล Johns Hopkins และ GE Healthcare Partners ร่วมกันเปิด The Johns Hopkins Capacity Command Center เพื่อเป็นศูนย์สั่งการของโรงพยาบาล Johns Hopkins ซึ่งสามารถวิเคราะห์และให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

Johns Hopkins Capacity Command Center _situation awareness

Johns Hopkins Capacity Command Center _predictive

ระบบการทำงานที่มีลักษณะเฉพาะ (Unique System) ของ Capacity Command Center แห่งนี้คือ นำข้อมูลผู้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล John Hopkins มีอยู่เข้าสู่ระบบติดตาม วิเคราะห์ และคาดการณ์ปัญหาสุขภาพของผู้ที่เข้ามารับบริการทางการแพทย์ด้วยระบบวิศวกรรม โดยเชื่อมโยงกับระบบควบคุมการบิน (Air Traffic Control) เพื่อรับส่งผู้ป่วยกรณีฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด รวมทั้งการตรวจสอบจำนวนเตียงที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ ตระเตรียมแพทย์ ไปจนถึงการเตรียมห้องผ่าตัด

Johns Hopkins Capacity Command Center_1
สนใจระบบบริหารจัดการของ The Johns Hopkins Capacity Command Center ดูรายละเอียดที่ Managing a Capacity Command Center: The Power of Data, Transparency, and Commitment to Change

Johns Hopkins Capacity Command Center_bedตัวเลขส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการใช้ Big Data ใน Capacity Command Center

1) สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินได้รวดเร็วขึ้น 30%
2) ความล่าช้าจากการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากห้องผ่าตัดลดลง 70%
3) ผู้ป่วยที่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ก่อนเที่ยงเพิ่มขึ้น 29% 

เช่นที่ Rodney Matthews ประสบเหตุฉุกเฉิน หากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอาจมีอันตรายถึงชีวิต แต่เนื่องจาก Capacity Command Center จัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลของเขาไว้ ทำให้ทางโรงพยาบาล John Hopkins นำแพทย์ เตียง ไปช่วยเหลือได้ทันการณ์ และส่งตัว Rodney ไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็วด้วยเฮลิคอปเตอร์

Capacity Command Center จึงช่วยให้การบริหารจัดการภายในโรงพยาบาลมีความคล่องตัวและรวดเร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาที่ใช้ในการให้บริการผู้ป่วย รวมถึงช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้เพิ่มขึ้น


อ่านบทความเกี่ยวกับ AI และ Healthcare ฝีมือคนไทยที่สาลิกาเคยนำเสนอ

ดร.พญ.พิจิกา วัชราภิชาต คุณหมอ AI ศึกษาและเทใจให้ Healthcare

‘AI for Thais’ แนวคิดยกระดับปัญญาประดิษฐ์ และการสนับสนุน ‘วงการแพทย์’ โดย ไมโครซอฟท์


อ้างอิงข้อมูลจาก