ก่อนจะสิ้นปีเก่าและเริ่มปีใหม่นี้ ในรอบปีที่ผ่านมา จากการติดตามเทรนด์ของเศรษฐกิจการเมืองการค้าโลก น่าจะให้บทสรุปที่ชัดเจนออกมาว่า ประเทศต่างๆ ของโลกโดยเฉพาะรัฐศูนย์กลาง รัฐอิสระ และรัฐดาวเทียม ลดการพึ่งพาศูนย์กลางเก่าแก่ของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเคยชี้นำโดยนโยบายสมานฉันท์ของวอชิงตัน และประเทศเหล่านี้ก็ยังดำเนินการตามคำแนะนำของ IMF มานานกว่า 20 ปี


เช่นเดียวกับทุกประเทศ ต่างอยู่กับที่ อยู่กับวิกฤตการณ์ทางการเงินจากการเสพติดเงินดอลลาร์ ปัจจุบันหน้าที่ของธนาคารกลาง (ชาติ) แต่ละประเทศจึงพยายามหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาการไหลออกของทุน การเปลี่ยนการทำธุรกรรมจากการใช้ SWIFT รวมถึงการสกัดการลดลงของค่าเงินเพื่อคุ้มครองอธิปไตยของตนเอง

ผลที่ได้ก็มีความคืบหน้าแต่ไม่มากนัก โดยการใช้เงินดอลลาร์ในปัจจุบันของประเทศดังกล่าว มีส่วนแบ่งปริมาณการไหลเวียนของเงินดอลลาร์เหลืออยู่ร้อยละ 60 ของทั้งประเทศ โดยเงินสกุลในชาติของตนเองที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 8-10 ก็มี จีน รัสเซีย อิหร่าน

เหตุผลที่สำคัญนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันของสินค้าแต่ละประเทศในตลาดโลก ที่โดดเด่นที่สุดในปัจจุบันคือ ตลาดสินค้าด้านอาวุธและเครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์ ซึ่งสามารถใช้เงินรูเบิลซื้อได้ จัดว่าเป็นข่าวดีแก่อิหร่านและจีน เนื่องจากสินค้าทั้งสองตัวนี้กำลังมาแรง สามารถขยายส่วนแบ่งตลาดได้ และยังมีราคาที่ถูกกว่าประเทศคู่แข่งถึงร้อยละ 30

ฉะนั้น หากรัฐอุกกาบาตต้องการขยายการส่งออกเพิ่มรายได้ตอนนี้ จะต้องคิดในตัวสินค้าที่เราจะสามารถแข่งขันได้จริงๆ แล้ว เพื่อที่จะกำหนดยอดการผลิตและเพิ่มกำลังซื้อของแรงงานในประเทศ ซึ่งก็น่าจะเห็นผล

ดูแล้วภาคใต้น่าจะลำบากมากที่สุดเพราะเป็นเศรษฐกิจพึ่งดินพึ่งฝนและหมกหมุ่นกับฐานวัตถุดิบมากไป นี้คือภาพด้านหนึ่งของระบบกาแล็กซี่โลกที่เห็น

แต่อีกด้านหนึ่งของระบบกาแล็กซี่โลกวันนี้ ประเทศทั่วโลกกำลังประสบกับช่วงเปลี่ยนผ่าน คือ ‘การปฏิวัติทางเทคโนโลยี’ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นแบบก้าวกระโดด เปลี่ยนแปลงทั้งเศรษฐกิจและสังคม เป็นช่วงเวลาที่หากประเทศใดๆ มุ่งเน้นที่จะเพิ่มการกระจุกตัวของทรัพยากรอย่างถูกต้องในพื้นที่และในภาคการผลิต อาจส่งผลต่อการเติบโตด้านการสั่งซื้อเทคโนโลยีใหม่เพื่อการพัฒนาต่อได้

กล่าวได้ว่า เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เกิดปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจ โดยตอนนี้คลื่นยาวลูกที่ 5 ของคอนดราเทียฟ เปิดโอกาสให้แต่ละประเทศในกาแล็กซี่โลก ใช้สมาธิในการตัดสินใจเลือกรวบรวมทรัพยากรให้เหมาะสมกับแหล่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เทคนิคอุตสาหกรรม และปัญญา เพื่อก้าวกระโดดแบบเดียวกัน

จากตรงนี้เราสังเกตเห็นว่าโลกกำลังเคลื่อนไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกใหม่ ระบบใหม่ สถาบันใหม่ ระบบการจัดการใหม่ก็กำลังก่อตัวขึ้น ประเทศใดค้นพบความสามารถของตนเองจะเป็นประเทศแรกที่พัฒนาระบบการผลิตซ้ำทางเศรษฐกิจแบบใหม่ อย่างที่จีนและอินเดียทำ

เราจะได้เห็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในด้านการพัฒนา ‘กระบวนการใหม่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลก’ กำลังก่อตัวขึ้น เกิดเป็นศูนย์กลางใหม่ของเศรษฐกิจโลก ดังที่ปรากฏในเอเชียอย่าง จีน อินเดีย อินโดจีน

นั่นคือ ระบบกาแล็กซี่โลกใหม่ที่นักวิชาการเคยคาดการณ์เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา ว่าแต่ละส่วนประกอบมาจากการบูรณาการร่วมกัน กล่าวคือ เมื่อรัฐวางแผนเชิงกลยุทธ์และกลไกการจัดตั้งตลาดของตัวเอง เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของเงินและได้รับการสนับสนุนของผู้ประกอบการภาคเอกชน ก็ทำให้เกิดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจได้

ระบบนี้เห็นได้อย่างชัดเจน ในประเทศข้างต้นที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเร่งรีบในระดับ 8-12% ของจีดีพีต่อปี จากการกระตุ้นแบบลดแลกแจกแถมอย่างเคนส์เซียนที่นิยมนำมาใช้นั้น เป็นแค่การพยุงตัวชั่วคราว

เมื่อหันมาดูตัวเราเอง เราอยู่ห่างจากความมหัศจรรย์ทางเศรษฐกิจเหล่านี้ ถ้าเป็นตัวเลข เราควรเน้นอัตราการเติบโตเท่าใด?

ตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่าประเทศต่างๆ มีความก้าวหน้าในการพัฒนาเศรษฐกิจ หมายถึง อย่างน้อย 7-8% ของการเติบโตด้านจีดีพี เมื่อนั้นจะก่อให้เกิดการเติบโตด้านการลงทุนที่ก้าวล้ำ และทำให้มั่นใจได้ว่า การเติบโตด้านการลงทุนเป็นหลักในการพิจารณาได้ว่าประเทศมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจจริง

เครื่องมือที่ใช้เพื่อนโยบายเศรษฐกิจทั้งหมดจะถูกปรับเปลี่ยนอย่างแน่นอน แม้ไม่ใช่ทุกที่ แต่จะเกิดในพื้นที่หรือภาคการผลิตที่ให้ประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นมากที่สุด นั่นคือโจทย์ที่เราต้องค้นหาต่อไป 

อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดจากข้อมูลที่ใช้กันว่า ในปัจจุบันโครงสร้างทางเทคโนโลยีใหม่มีการเติบโตในอัตราเฉลี่ย 35% ต่อปี นี่เป็นองค์ประกอบแรกของกลยุทธ์แรกคือ การพัฒนาขั้นสูง

โดยเป็นการลงทุนในพื้นที่ที่เราอยู่ใกล้กับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น ‘อุตสาหกรรมการบิน’ ที่มีการลงทุนค่อนข้างน้อยแต่เป็นระบบ หมายถึง มีการรวมตัวสร้างเครื่องมือทางการเงินสำหรับการเช่าเครื่องบิน ผลที่เกิดต่ออุตสาหกรรมนี้คือ ทำให้เกิดประสิทธิภาพแบบทวีคูณในภาคการผลิต จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมจีน อิหร่าน สั่งซื้อเครื่องบินโดยสารเชิงพาณิชย์ร้อยลำจากต่างประเทศ แทนที่จะหันมาลงทุนผลิตเครื่องบินร่วมกับรัสเซีย

กลยุทธ์ที่สอง แม้ว่ารัฐบาลมีส่วนร่วมในรูปแบบของการส่งเสริมการประกอบอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่นี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของกลยุทธ์ซึ่งจะทำให้เกิดการเติบโต 1-2% ในขณะที่การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีบนพื้นฐานของโครงสร้างทางเทคโนโลยีใหม่ มีบริบทที่ซับซ้อนในด้านของการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (นาโน วิศวกรรมชีวภาพ ข้อมูล สารเติมแต่ง และอื่นๆ) นั่นคือสิ่งที่ขาดหายไป

กลยุทธ์ที่สาม เป็นกลยุทธ์ที่กล่าวซ้ำๆ กัน ก็คือการแปรรูปวัตถุดิบด้วยความรู้เชิงลึกมากยิ่งขึ้น โอกาสในการเพิ่มการผลิตสินค้าการเกษตร การประมง อาหาร ฐานวัตถุดิบ ก็จะเพิ่มมูลค่าขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 15

และกลยุทธ์สำคัญที่ไม่สามารถปฎิเสธได้ในองค์ประกอบสุดท้ายคือ การทำให้เกิดปัญญาด้านการผลิต โดยการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาที่สร้างความก้าวหน้า

น่าเสียดายที่เรามัวแก้ปัญหาซึ่งขึ้นอยู่กับศูนย์กลางเก่าของเศรษฐกิจโลก ทำให้เราตกอยู่ในช่องว่างของระบบกาแล็กซี่ที่เป็นศูนย์กลางโลกเก่าและใหม่มายาวนานกว่า 20 ปี เช่นเดียวกับทุกประเทศที่เผชิญอยู่


ความเหลื่อมล้ำ เกษตรกร
เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย