ส.ค.ส. พระราชทานแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2529 ซึ่งเป็น ส.ค.ส. พระราชทานสำหรับปี พ.ศ. 2530


ใน ส.ค.ส. ฉบับแรกมีเนื้อความว่า

ถึง เจ้าหน้าที่ และ สมาชิกผู้เกี่ยวข้อง
หลานหลวง (ภปร)

กส.9 ขอขอบใจทุกคน และ ถือโอกาสอวยพรปีใหม่
ด้วยถ้อยคำต่าง ๆ ให้พิจารณา ดังต่อไปนี้

     เห็นตรง       พูดไพเราะ     จิตมั่นคง
หมั่นเพียร     งานสุจริต     คิดดี
        แจ้งสว่าง      สวยงาม       สงบร่มเย็น
       เป็นทางขจัดทุกข์โศก บรรลุความสุกความเจริญ

…………………..
กส.9 ปรุง. 311430 ธ.ค. 2529.
…………


ส.ค.ส. ในหลวง ร.9

ถ้อยคำที่ปรากฏอยู่ใน ส.ค.ส. ฉบับดังกล่าว มีใจความสั้น กระชับ โดยบริเวณรอบๆ ส.ค.ส. ไม่มีการตกแต่งลวดลายใดๆ

แรกเริ่ม ส.ค.ส. พระราชทานฉบับนี้ ได้พระราชทานให้แก่เฉพาะหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องที่ทำงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท โดยทรงพรินต์ออกจากคอมพิวเตอร์ และแฟ็กซ์พระราชทานไปยังหน่วยงานต่างๆ โดยทั่วถึงกัน

ครับ, ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของทุกปีแบบนี้ ทำให้หลายคนน้อมรำลึกถึง “ส.ค.ส.ในหลวง ร.9” พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย

ย้อนกลับไปปลายปี พ.ศ. 2530 เป็นปีแรกที่มี “ส.ค.ส.ในหลวง ร.9” จากระบบคอมพิวเตอร์พระราชทานเป็นครั้งแรก

พ.ศ. 2530 ตรงกับ ค.ศ. 1987

อย่าลืมนะครับ ปี 1987 ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ยังเป็น Text mode หรือกลุ่มโปรแกรมแบบ “ตัวอักษร” ซึ่งแตกต่างจากระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันที่เป็น Graphic mode หรือกลุ่มโปรแกรมแบบ “รูปภาพ”

ความหมายของ Text mode ก็คือ กระบวนการรับข้อมูลเข้า (Input) กระบวนการประมวลผล (Process) และกระบวนการแสดงผลลัพธ์ข้อมูล (Output) ทุกกระบวนการ ทำงานผ่านกลุ่มโปรแกรมแบบ “ตัวอักษร”

ท่านผู้อ่านที่ผ่านยุคนั้นมาคงพอจะนึกออกว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือ Personnel Computer ที่รู้จักกันในนาม PC ในปี 1987 ยังไม่แพร่หลายมากเท่าปัจจุบัน เหตุผลหลักก็คือ สนนราคาที่แตะเครื่องละ 40,000-50,000 บาทนั่นเอง

ยิ่งไม่ต้องไปพูดถึงเครื่อง Macintosh นะครับ เพราะราคาแพงเป็นสองเท่าของ PC

โดยหากจะกล่าวถึงความเป็น Text mode หรือกลุ่มโปรแกรมแบบ “ตัวอักษร” แล้ว มันแตกต่างจากระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันที่เป็น Graphic mode หรือกลุ่มโปรแกรมแบบ “รูปภาพ” ก็ตรงที่ ยุค Text mode นั้น งานทุกอย่างต้องใช้แป้น Keyboard สั่งการครับ

ท่านผู้อ่านรุ่นใหม่ที่โตมากับการใช้ Mouse ซึ่งทำงานใน Graphic mode คงนึกไม่ออก ว่าคนรุ่น Text mode นั้นเวลาจะทำอะไรทีหนึ่งมันยากลำบากมากนะครับ

ยกตัวอย่าง การทำงานกับ File ไม่ว่าจะ Copy จะย้าย หรือจะลบไฟล์ ถ้าเป็นระบบ Graphic mode ก็ใช้ Mouse คลิกสั่งการ เช่น อยากลบไฟล์ไหนก็ลากไฟล์จาก Folder ไปโยนลง icon รูปถังขยะ หรือ Recycle Bin

แต่ถ้าเป็นระบบ Text mode ต้องใช้คำสั่งมากมาย กว่าจะตามหา “ห้องเก็บไฟล์” หรือ Directory เจอ ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะหาเจอกันง่ายๆ และเมื่อเจอแล้วก็จะมีกระบวนการตามมาอีกไม่น้อย กว่าจะจัดการลบไฟล์ตามที่เราต้องการได้

ทั้งหมดทั้งมวล ผมหมายถึงการสั่งงานทุกอย่างตั้งแต่การจัดการกับแฟ้มข้อมูล หรือ “ไฟล์” หรือกระทั่งการเขียนโปรแกรมต่างๆ ล้วนต้องใช้แป้น Keyboard เป็นตัวสั่งการอย่างเดียวนะครับ เพราะ PC ยังไม่มี Mouse

ส่วนการทำงานในระบบ Graphic mode ยุคนั้นมีเพียง Macintosh ที่ครองตลาด Graphic mode แถมยังมี Mouse ให้ใช้เป็นครั้งแรกของโลก นึกถึงหน้าตาของ Windows เก่าๆ นั่นแหละครับ โปรแกรม Macintosh รุ่นแรก ที่ออกวางตลาดในปี พ.ศ. 2527

ด้วยราคาที่แพง และข้อจำกัดของโปรแกรมเสริมที่หายาก แถมยังไม่หลากหลาย มีเพียงงานเกี่ยวกับการออกแบบเท่านั้นที่จำเป็นต้องใช้ Macintosh

PC จึงเป็นคำตอบในยุค 2530

แต่แม้จะเป็น PC ที่น่าจะสะดวกสบายกว่า ทว่า การใช้งานระบบคอมพิวเตอร์สมัยนั้น ก็ยังไม่มี “ภาษาไทย” บนเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ให้ใช้อยู่ดีนะครับ

เพราะกว่าที่จะมีโปแกรม CU Writer หรือ “เวิร์ดจุฬา” ให้ใช้ ก็ปาเข้าไปกลางปี พ.ศ. 2532

แน่นอนว่า เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกชนิดเป็นผลผลิตจากฝรั่ง ซึ่งก็เป็นที่รู้กันว่า ฝรั่งส่วนใหญ่นั้น ใช้ “ภาษาอังกฤษ” เป็นภาษาแม่ ดังนั้น “ภาษาหน้าเครื่อง” จึงเป็นภาษาอังกฤษ

wikipedia.org

“เวิร์ดจุฬา” จึงเป็นโปรแกรมชุดแรกๆ บนระบบคอมพิวเตอร์แบบ Text mode ที่มีการนำ “ภาษาไทย” มาใช้กับเครื่อง PC

“เวิร์ดจุฬา” จึงกลายเป็นธงนำการพัฒนา “ภาษาไทย” ไปใส่ในระบบคอมพิวเตอร์แบบ Text mode ซึ่งพัฒนาในรูปของ FONT ภาษาไทย ตราบจนกระทั่งเข้าสู่ยุค Graphic mode อย่างทุกวันนี้…

ดังนั้น เมื่อกระบวนการรับข้อมูลเข้า (Input) ของ Text mode สามารถ “นำเข้า” รูปแบบ “ภาษาไทย” ได้แล้ว กระบวนการประมวลผล (Process) ก็จึงไม่มีปัญหา เพราะ Software ที่ควบคุมการทำงาน ก็คือ Application ที่ชื่อ CU Writer หรือ “เวิร์ดจุฬา” เอง

ทีมสร้าง “เวิร์ดจุฬา” ใช้ตาราง ASCII ซึ่งเป็นตารางบรรจุ “ตัวอักษรภาษาอังกฤษ” ภายในชุดคำสั่งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยังว่างอยู่ โดยเพิ่ม “ตัวอักษรไทย” เข้าไป เพื่อเปิดให้มีการใช้งาน “ภาษาไทย” บนระบบคอมพิวเตอร์ PC ในยุคนั้น

นอกจาก “เวิร์ดจุฬา” จะเปิดให้ “Key ข้อมูลเข้าเครื่อง” ด้วย “ภาษาไทย” หรือ Input แล้ว
ยังจัดเก็บ และจัดเรียง “ภาษาไทย” อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ และประมวลผล หรือ Process ตามความต้องการของผู้ใช้งานโปรแกรม

wikipedia.org

นอกจากนั้น ส่วนที่ยากที่สุดของงานนี้ก็คือ กระบวนการจัดการด้าน “การพิมพ์” หรืองานในส่วน Output
และด้วยความที่กระบวนการแสดงผลลัพธ์ข้อมูล (Output) ยังเป็นไปในรูปแบบ Text mode ตามข้อจำกัดของยุคนั้น

ทั้งการแสดงผลทาง “หน้าจอ” หรือ Screen และการแสดงผลทาง “เครื่องพิมพ์” หรือ Printer จึงย่อมเป็นไปในรูปแบบ Text mode เช่นกัน

การแสดงผลทางหน้าจอ ในยุคนั้นมีเพียง “จอเขียว” หรือเทียบได้กับโทรทัศน์ขาวดำ ต่างจากปัจจุบันที่เป็น “จอสี” กันทั้งโลกแล้ว

“จอเขียว” หมายถึง “จอเขียวตัวหนังสือสีขาว” คือระบบแสดงผลแบบ Monochrome หรือแสดงผลแบบ “สีเดียว” คือ “สีเขียว” ทว่า ต่อมาเครื่องคอมพิวเตอร์ก็มี “จอขาวดำ” จริงๆ หมายถึง “จอดำตัวหนังสือสีขาว”

ส่วนการแสดงผลทาง “เครื่องพิมพ์” คือ Printer ในยุคนั้น มีเพียง Printer ขาวดำ และ Printer แบบ “หัวกระแทก” หรือ Dot matrix ชนิดใช้ผ้าหมึกขาวดำ

ยังไม่มี Laser printer หรือ Ink jet ซึ่งแน่นอนว่า เทคโนโลยี “เครื่องพิมพ์สี” สำหรับ PC ยังมีน้อยมากๆ

ส.ค.ส. ในหลวง รัชกาลที่ 9

ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของทุกปี ทำให้หลายคนคิดถึง “ส.ค.ส.ในหลวง ร.9”

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เป็นต้นมาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2547 “ส.ค.ส.ในหลวง ร.9” จากระบบคอมพิวเตอร์พระราชทานแก่พสกนิกรเป็นประจำทุกปี ในห้วงเวลานั้นยังเป็น “ส.ค.ส.พระราชทาน” ชนิดขาวดำ

ส่วน “ส.ค.ส.ในหลวง ร.9” ชนิดสี่สี เริ่มพระราชทานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา

ครับ, ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ผมจึงอยากขอเชิญชวนแฟน Salika ทุกท่าน ร่วมกันน้อมรำลึกถึง “ส.ค.ส.ในหลวง ร.9” พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทยครับ


หมายเหตุ: แฟน Salika สามารถร่วมกันรำลึกถึง “ส.ค.ส.ในหลวง ร.9” พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย ได้ที่ http://www.nectec.or.th/users/htk/gr01 ครับ