ท่ามกลางกระแส สมาร์ทซิตี้ หรือเมืองอัจฉริยะ ที่กำลังมาแรงแซงทางโค้งในยุคนี้ นอกเหนือจากจังหวัดนำร่องในทั่วทุกภูมิภาคของไทยที่ต่างประกาศตัวเองว่าเป็น สมาร์ทซิตี้เต็มตัวแล้ว ก็มีอีกหลายเมืองในระดับท้องถิ่น ที่มุ่งปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนพื้นที่ไปสู่เมืองอัจฉริยะ “เทศบาลตำบลบ้านฉาง” เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่วันนี้เราขอหยิบยกมาบอกเล่าให้ฟังถึงแผนการขับเคลื่อนท้องถิ่นแห่งนี้ให้ไปสู่ ‘บ้านฉาง สมาร์ทซิตี้’ สมาร์ทซิตี้ที่ดำเนินการโดยท้องถิ่นแห่งแรก ที่ตั้งอยู่ใน เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC)


กำเนิด แนวคิด ‘บ้านฉาง สมาร์ทซิตี้’

“ด้วยชัยภูมิที่เหมาะสม ทำให้ บ้านฉาง มีความโดดเด่นและมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะแห่งใหม่เพื่ออยู่อาศัย รองรับการขยายตัวของเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี เมืองการบินอู่ตะเภา นิคมสมาร์ทพาร์ค ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)”

สุทธา เหมสถล ที่ปรึกษาพิเศษนายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง จังหวัดระยอง เกริ่นถึงแนวคิดตั้งต้นของท้องถิ่น ที่นำมาซึ่งแผนเดินหน้านำร่องจัดทำโครงการสมาร์ทซิตี้บ้านฉางขึ้น ซึ่งหากทำได้สำเร็จ บ้านฉาง สมาร์ทซิตี้ นี้จะเป็นสมาร์ทซิตี้แห่งแรกที่จัดตั้งโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

นอกจากนั้น สุทธา ยังธิบายว่า สมาร์ทซิตี้ที่บ้านฉางนี้เกิดขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ คือ เมื่อภาคอุตสาหกรรมขยาย นายทุนต่างถิ่นก็มักมากว้านซื้อที่ดิน ที่สุดแล้วผลประโยชน์ก็ตกไปอยู่กับบรรดานักลงทุนและผู้ประกอบการเต็มๆ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ก็จะได้รับประโยชน์เพียงเงินก้อนที่ขายที่ดินได้ครั้งเดียวเท่านั้น และยังต้องลำบากย้ายถิ่นไปหาที่ทำกินใหม่ด้วย

ด้วยเหตุนี้ แนวคิดในการบริหารจัดการเมือง จึงมีบทบาทเข้ามาช่วยชาวบ้านในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงนี้

แผนที่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง

ปฐมบท แก้ปัญหาการจัดการที่ดิน ให้ชาวบ้านได้ประโยชน์ในที่ดินตนเองสูงสุด

เพื่อกำหนดมาตรการตอบสนองกับปัญหาที่เกิดขึ้นข้างต้นนี้ ทางเทศบาลตำบลบ้านฉาง จึงได้หารือกับชาวบ้านในพื้นที่ อธิบายโครงการพัฒนาเมือง และชักชวนชาวบ้านให้นำที่ดินของตนเองมาเข้าร่วมโครงการนี้ โดยปรึกษาพิเศษนายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง อธิบายต่อว่า

“เมื่อชาวบ้านสมัครใจนำที่ดินเข้ามาร่วมโครงการนี้ ทางเทศบาลฯก็จะจัดสรรให้สิทธิชาวบ้านถือหุ้นตามสัดส่วนของที่ดิน เพื่อให้ชาวบ้านได้ประโยชน์จากที่ดินของตนในระยะยาว วิธีนี้จะช่วยสร้างมูลค่าให้กับที่ดิน ชาวบ้านก็ไม่ต้องขายที่ดิน ละทิ้งถิ่นฐาน ไปทำงานอยู่ต่างถิ่น และในภาพรวม ประเทศชาติก็จะได้ที่ดินผืนใหญ่ไปพัฒนาด้านการลงทุน สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่วาง แต่ทั้งนี้หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือ การใช้เวลาสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน นาน 4-5 ปี ซึ่งตอนนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว 70-80 ราย รวมเนื้อที่ที่ดินทั้งหมด 1,885 ไร่”


เดินหน้า พัฒนาบ้านฉาง ให้เป็นเมืองอัจฉริยะ น่าอยู่ น่าทำงาน น่าลงทุน

ดังที่กล่าวไปว่า ความโดดเด่นของ บ้านฉาง นั้นคือ ชัยภูมิที่ตั้ง ที่อยู่ในทำเลที่มีความพร้อม ทั้งโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน การคมนาคมที่สะดวกสบายและสมบูรณ์ เพราะมี ทางหลวงหมายเลข 7 หรือ มอเตอร์เวย์ ตรงสู่พื้นที่ ใกล้จุดศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ ทั้งทางอากาศ อย่าง สนามบินอู่ตะเภา ทางน้ำ ก็เป็น ท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด และยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) จึงเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างเมืองที่อยู่อาศัย ที่มีแนวคิดการสร้างเมือง สมาร์ทซิตี้ เป็นเมืองแห่งอนาคตที่สำคัญในพื้นที่อีอีซี สุทธาเล่าให้ฟังถึงแผนการสร้าง สมาร์ทซิตี้ บ้านฉาง ว่าจะดึงภาครัฐ-เอกชน มาร่วมลงทุน ว่า

“สมาร์ทซิตี้ บ้านฉาง ตั้งเป้าว่าจะสร้างเมืองอัจฉริยะเพื่อรองรับกลุ่มบุคลากรที่ทำงานในเมืองการบินอู่ตะเภา 70-80% ส่วนที่เหลือก็จะรองรับบุคลากรที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์ค ซึ่งคาดว่าจะมีผู้พัอาศัยถึง 40,000 คน ภายในเมืองจะประกอบด้วย อาคารที่พักอาศัย ช็อปปิ้งมอลล์ โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างครบครัน”

ส่วนรูปแบบการดำเนินงาน เทศบาลตำบลบ้านฉาง จะตั้งบริษัทเพื่อมาดูแลโครงการนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดรูปที่ดิน คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2562 หลังจากนั้น จะดึงหน่วยงานอีอีซี มาเข้าร่วมในการลงทุนรูปแบบการร่วมทุน ภาครัฐ-เอกชน (พีพีพี) จากนั้นคาดว่าจะออกโรดโชว์หาผู้ร่วมลงทุนในช่วงปี 2563 ต่อไป โดยในขณะนี้มีนักลงทุนเข้ามาติดต่อลงทุนพัฒนาเมืองแล้วกว่า 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนทั้งชาวไทย และต่างชาติ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เยอรมนี


บริหารจัดการ บ้านฉาง สมาร์ทซิตี้ ด้วยแนวคิด “คนไทย นักลงทุนไทย ต้องได้ประโยชน์มากที่สุด”

สุทธา สื่อถึงความตั้งใจดีของโครงการพัฒนาบ้านฉาง สมาร์ทซิตี้ นี้ต่อว่า

“การดำเนินโครงการนี้ เราตั้งใจให้คนไทยได้รับประโยชน์ก่อนและมากที่สุด โดยกำหนดไว้เลยว่า โครงการใดที่คนไทยสามารถดำเนินการได้ เป็นผู้ลงทุนได้จะให้คนไทยทำ อย่างการวางระบบสาธารณูปโภค องค์ประกอบต่างๆในเมืองอัจฉริยะ เว้นแต่ในระบบสมาร์ทซิตี้ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีระดับสูง ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม  ไอที ระบบขนส่งอัจฉริยะ ก็จะดึงต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยจะไม่ได้ให้บริษัทต่างชาติมาลงทุนแต่ฝ่ายเดียว ทว่า จะมุ่งเน้นให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี ให้คนไทยด้วย”

ขณะที่ แนวคิดด้านการตลาด ในเบื้องต้น ทางเทศบาลฯ ได้วางไว้ว่าจะเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าที่มาพักอาศัยในกลุ่มพรีเมียม อาจเป็นนักธุรกิจ ผู้มาลงทุนในพื้นที่เป้าหมายของอีอีซี ก่อน


บ้านฉาง เมืองอัจฉริยะ มีความเป็นสมาร์ทซิตี้ครบทั้ง 8 ด้าน

โครงสร้างพื้นฐาน 8 ด้านของความเป็นเมืองอัจฉริยะ ที่เราจะได้เห็นในบ้านฉาง สมาร์ทซิตี้ คือ

  1. พลังงานอัจฉริยะ ผลิตพลังงานหมุนจากพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม
  2. การสัญจรอัจฉริยะ กำหนดตำแหน่งเมือง ที่สามารถเชื่อมโยงกับเมืองรอบข้างได้อย่างสะดวก
  3. ชุมชนอัจฉริยะ มีกิจกรรมหลากหลาย สำหรับคนทุกเพศทุกวัย พร้อมวางแผผนรองรับการเกิดภัยพิบัติและการอพยพ
  4. สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ มีพื้นที่ผลิตอาหารและระบบกำจัดน้ำเสียและขยะภายนอก ไม่เป็นภาระเพิ่มแก่เทศบาลฯที่ต้องมาบริหารจัดการอีก
  5. เศรษฐกิจอัจฉริยะ ตั้งเป้าเป็นเมืองทันสมัยรองรับการลงทุน การทำธุรกิจ ในพื้นที่อีอีซี
  6. อาคารอัจฉริยะ ภายในบ้านฉาง สมาร์ทซิตี้ จะมีเมืองสำนักงานให้เช่า ที่ได้รับการออกแบบเป็นอาคารสีเขียวระดับแพลตตินัม
  7. บริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ จะตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการเมือง ผ็มีประสบการณ์การบริหารเมืองตามแนวทางสมาร์ทซิตี้
  8. นวัตกรรมอัจฉริยะ สามารถผลิตพลลังงานในเมืองได้ 100% จัดเก็บพลังงานได้ 50% และใช้การวางแผนจัดรูปที่ดินเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการใช้สอยพื้นที่ในเมืองอัจฉริยะให้เป็นประโยชน์ที่สุด

นอกจากนั้น โครงการบ้านฉาง สมาร์ทซิตี้ นี้ เป็น 1 ใน 7 โครงการเมืองอัจฉริยะและพลังงานสะอาด ที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการสนับสนุนการออกแบบเมืองอัจฉริยะ โดย สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และอำเภอบ้านฉาง ก็ยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาอีอีซี ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาชัดเจน 3 ประเด็น คือ

  1. เมืองใหม่ที่พัฒนาบนพื้นที่สีเขียว สามารถออกแบบระบบสาธารณูปโภคที่เหมาะสมได้
  2. เมืองที่การพัฒนาเกิดจากความร่วมมือของท้องถิ่นและความร่วมมือของประชาชน
  3. เมืองสมบูรณ์ ที่มีประชากรทุกสาขาอาชีพ มีที่พักอาศัย เป็นแหล่งประกอบธุรกิจ

ความตั้งใจและความมุ่งมั่นทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ก็เพื่อทำให้บ้านฉาง เป็นต้นแบบให้กับเทศบาลทั่วประเทศในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ด้วยความร่วมมือกันของภาคท้องถิ่น ซึ่งที่สุดแล้ว ประโยชน์ไม่ได้เกิดขึ้นกับใคร แต่ประโยชน์จะกลับคืนสู่ท้องถิ่น สร้างโอกาส สร้างรายได้ให้ประชาชนในท้องถิ่นนั้นเอง


ที่มา : เรียบเรียงจาก รายงานข่าว เรื่อง ‘บ้านฉาง’ ชิงผุดสมาร์ทซิตี้ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม 2561


อัปเดตทุกเรื่องการพัฒนาที่เป็นความหวังของชาติในพื้นที่อีอีซี กันได้ที่นี่

5 เรื่องสุดปังใน ‘อีอีซี’ ปี 2561

ดันแผน ‘เกษตรสมัยใหม่ อีอีซี’ มิติใหม่เชื่อมเกษตร ธุรกิจ เทคโนโลยี ไว้ด้วยกัน

“สถาบันอาหาร” ปักธง Future Food ร่วมขบวน 10 S-Curve