ค่ายแอปเปิลประเดิมศักราชใหม่ 2019 ด้วยข่าวร้ายแนวโน้มผลประกอบการส่อแววซึมเศร้าราวกับสำลักพิษพายุปาบึกเข้าอย่างจัง…ราวกับว่าปีนี้จะเป็น ปีชง” ของค่ายแอปเปิลยังไงยังงั้น


จดหมายเปิดผนึกจากซีอีโอถึงนักลงทุนคือต้นตอ

ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารค่ายแอปเปิล ทำหนังสือเปิดผนึกถึงนักลงทุนที่ถือหุ้นแอปเปิลเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 ซึ่งเป็นวันเปิดทำการวันแรกฉลองปีใหม่ 2562 โดยใจความสำคัญในหนังสือบอกเล่าถึงการปรับประมาณการรายได้งวดไตรมาสแรก ปี 2562 ที่ลดลงจาก 89,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ 84,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ…วูบหายไป 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทำนองเดียวกันก็ปรับประมาณการอัตราผลกำไรต่ำลงจากประมาณการเดิมเล็กน้อย คือลดลงจาก 38.5% มาอยู่ที่ 38.0%

ทิม คุก : www.apple.com

ในหนังสือดังกล่าวอ้างถึงสาเหตุหลักของแนวโน้มประมาณการผลประกอบการที่แย่ลงรวม 3 ประการคือ

1). ยอดขายไอโฟนทรุดตัว

2). รายได้การประกอบการในจีนตกต่ำ

3). ค่าเงินดอลลาร์แข็งตัว


วอร์เรน บัฟเฟตต์ จนเฉียบพลัน เฉียด 3 หมื่นล้านดอลลาร์

ข่าวร้ายจากซีอีโอค่ายแอปเปิล ที่สื่อถึงผู้ลงทุน ผ่านหนังสือเปิดผนึก ได้ก่อเกิดปฏิกิริยาทางลบต่อระดับราคาหุ้นแอปเปิลแบบปัจจุบันทันด่วน

บรรดานักลงทุนที่มีหุ้นแอปเปิลในครอบครองจำนวนมากพร้อมใจกันเทกระจาดทิ้งหุ้นแอปเปิลระเนระนาด กระทั่งทุบราคาวูบลงไปรุนแรงที่สุดถึง 8.4% โดยระดับราคาหุ้นอ่อนตัวลงจาก 157.74 ดอลลาร์สหรัฐ ตอนเปิดตลาด แล้วไหลลงลึกสุดที่ระดับ 144.51 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะดีดตัวไปปิดตลาดที่ระดับ 157.92 ดอลลาร์สหรัฐ

วอร์เรน บัฟเฟตต์ : www.revealnews.org : Photo by: Dennis Van Tine

อาการทรุดตัวลงระหว่างชั่วโมงซื้อขายฉลองศักราชใหม่ของระดับราคาหุ้นแอปเปิล ภายหลังการรับรู้ข่าวร้ายจากซีอีโอ สร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อตัวเลขทางบัญชีของบริษัท เบิร์กไชร์ แฮธาเวย์ ซึ่งมีวอร์เรน บัฟเฟตต์ เจ้าของฉายา “พ่อมดแห่งวอลล์สตรีท” เป็นกัปตันกุมบังเหียน

มีการประมาณการมูลค่าความเสียหายทางบัญชีแบบเฉียบพลันของบริษัท เบิร์กไชร์ แฮธาเวย์ อันเนื่องมาจากการ “ด้อยค่า” ของหุ้นแอปเปิลไว้ที่ประมาณ 28,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากหุ้นแอปเปิลในความครอบครอง 252.5 ล้านหุ้น


หุ้นแอปเปิลอาจเฉาหนัก

เพลแฮม สมิทเธอร์ส : www.cfany.org

เพลแฮม สมิทเธอร์ส กรรมการผู้จัดการแห่งเพลแฮมสมิทเธอร์สแอสโซซิเอทส์ ซึ่งเป็นสำนักวิจัยการลงทุนในตลาดหุ้น ทำนายทายทักอนาคตระดับราคาหุ้นแอปเปิลว่า มีแนวโน้มอาจทรุดตัวหนักถึงขั้นระดับราคาอาจปรับตัวลดลงรุนแรงถึง 25% เคลื่อนไหวเตาะแตะแถวๆ 117-118 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับราคา ณ ปี 2017 หรือถอยหลังกลับไปถึงเกือบ 2 ปี

เหตุปัจจัยที่ทำให้เพลแฮม สมิทเธอร์ส มีทัศนะทางลบรุนแรงต่อแนวโน้มราคาหุ้นแอปเปิล มีอยู่ด้วยกัน 3 ประการ

1). วิบากกรรมด้านคดีความเกี่ยวกับรัพย์สินทางปัญญา ที่แอปเปิลมีอยู่กับค่ายควอลคอม ยังต้องต่อสู้กันอีกหลายยกในหลายเวที แถมเป็นการต่อสู้กันที่แอปเปิลอยู่ในสถานะ “เสียเปรียบ”

2). ความอิ่มตัวของผลิตภัณฑ์หลักที่เคยทำรายได้เป็นกอบเป็นกำแก่แอปเปิล ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน-ไอแพด-แมคบุ๊ค

3). ความไม่ชัดเจนของแอปเปิลในการสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อเติบโตไปกับเทคโนโลยี 5G


apple

แอปเปิล…บนเส้นทางความท้าทาย

ขวบปีที่ 43 ของค่ายแอปเปิล น่าจะเป็นขวบปีที่ต้องเผชิญความท้าทายที่เข้มข้น และมีอนาคตความเป็นความตายเป็นเดิมพัน…ถ้าไม่กล้าเปลี่ยน…ไม่กล้าเผชิญหน้าความท้าทายใหม่ โอกาสที่แอปเปิลจะตกที่นั่งเดียวกับ “แบล็คเบอร์รี่” มีอยู่สูงยิ่ง…

เอมิท ดาร์ยานามิ แห่งค่ายอาร์บีซีแคปปิตอล แสดงทัศนะสะท้อน “ทางรอด” ของค่ายแอปเปิลว่าน่าจะผูกพันกับการตอบโจทย์สำคัญอย่างน้อย 3 ข้อ

ข้อแรก แอปเปิลต้องคิดใหม่ ทำใหม่ในการกำหนดวงจรส่วนแบ่งตลาด แทนการทุ่มเทพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เห็นชัดแล้วว่า “ไม่ตอบโจทย์”

ภายใต้ระบบนิเวศใหม่ของธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ ค่ายแอปเปิลควรเปลี่ยนนิยาม “ไอโฟน” จากโทรศัพท์ ไปเป็น “โครงข่ายการให้บริการ” (iphone as a product to iphone as a services)

ข้อสอง แอปเปิล ควรต้องพัฒนาบริการใหม่ๆ ในการส่งข้อมูลออนไลน์ (new streaming services) เพื่อขยายฐานธุรกิจ และเติบโตไปพร้อมๆ กับเทคโนโลยี 5 จี

ข้อสาม แอปเปิล ต้องแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ โดยใช้กระแสเงินสดที่มีอยู่มหาศาลให้เกิดประโยชน์ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการเข้าซื้อกิจการ หรือ ควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions)

ไม่น่าเชื่อเลยว่า แอปเปิลที่เคยเป็นผู้นำเทคโนโลยี ต้องตกเป็นเหยื่อที่ถูกเทคโนโลยีไล่ล่า !!


อ่านเพิ่มด้านนวัตกรรมของค่ายแอปเปิล

คนไทยผู้คิดค้น ‘Siri’ แอปพลิเคชัน A.I. Assistants ใน iPhone

ไขทุกข้อข้องใจ ฟีเจอร์โดนใจคนรักสุขภาพของ Apple Watch serie 4 วัดคลื่นหัวใจ ดีจริงหรือ ?