เมื่อเร็วๆ นี้ สองมหาวิทยาลัย คณะภูมิสารสนเทศศาสตร์ ม.บูรพา จับมือ คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ ม.เกษตรศาสตร์ ลงพื้นที่ ‘เกาะสีชัง’ จัดทำแผนปฏิบัติการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้เกาะสีชัง ตามแนวทางที่ คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) ชี้แนะ โดยปฏิบัติการครั้งนี้จะใช้เวลา 6 เดือน และได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งจะศึกษาทั้งสภาพภูมิประเทศ สภาพเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของเกาะสีชังจากการใช้พื้นที่จริงในปัจจุบัน เพื่อนำมาปรับสร้างเป็นปฏิบัติการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป


เขตเศรษฐกิจกลางทะเล รายได้ปีละ 3 แสนล้าน!

องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเกาะสีชัง ชี้ถึงปัญหาการขนส่งทางทะเลที่ต้องการการจัดระเบียบเรือสินค้า การจัดการท่าเรือ การจอดเรือ และการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวยุคใหม่ ทั้งนี้ความร่วมมือระหว่างคณะภูมิศาสตร์สารสนเทศ ม.บูรพา กับคณะพาณิชยนาวี ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา เป็นไปตามมติของคณะทำงาน EEC HDC ที่สำรวจพบว่า เกาะสีชังเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญทางทะเลของภาคตะวันออก ซึ่งมีการขนส่งทางเรือและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมมีมูลค่าสูงกว่า 3 แสนล้านบาทต่อปี ปฏิบัติการพัฒนาเกาะสีชังดังกล่าว จะศึกษาและดำเนินการครอบคลุมการพัฒนาทุกระบบ ตั้งแต่การขนส่งทางทะเลไปจนถึงการจัดระเบียบเรือสินค้า และการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวยุคใหม่ เพื่อพัฒนาสู่ความยั่งยืน บนพื้นฐานความร่วมมือระหว่างท้องถิ่นกับสถาบันผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ตามแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงคุณภาพที่ EEC จะสนับสนุนอย่างเป็นระบบต่อไป

ศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งภูมิภาคอินโดจีน

หากยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้ วิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ ม.บูรพา ก็ได้ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 14 (มทบ.14) และเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ผลักดันงานวิจัยแผนพัฒนาเกาะสีชังเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเสนอพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมกับเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) โดยชี้ว่าหากเกิดขึ้นจริง จ.ชลบุรี จะกลายเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าในภูมิภาคอินโดจีน และศูนย์รวมเรือเดินสมุทรจากทั่วโลก ทั้งยังจะดึงเงินตราจากการใช้จ่ายในฐานะเมืองปลอดภาษีได้หลายพันล้านบาทต่อปี 

ในงานวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่เกาะสีชังจะได้รับจากการพัฒนาพื้นที่บนเกาะสีชังและหมู่เกาะโดยรอบ ซึ่งนอกจากจะสร้างงานสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและการจำหน่ายสินค้าโอทอปแล้ว จะทำให้ชลบุรีกลายเป็นศูนย์กลางการขนถ่ายสินค้าทางทะเลและเส้นทางผ่านของการเดินเรือขนส่งสินค้าในภูมิภาคอินโดจีนที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากมีเรือสินค้าจากประเทศต่างๆ เข้ามาจอดทอดสมอรอการขนถ่ายสินค้าเพื่อการส่งออกและนำเข้ากว่าหมื่นลำต่อปี เกาะสีชังจึงมีความพร้อมด้านโลจิสติกส์ทั้งทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ และอยู่ไม่ไกลจากสนามบินอู่ตะเภา

โอกาสใหม่ของธุรกิจท่องเที่ยว

หากแผนพัฒนาดังกล่าวเกิดขึ้นจริง นอกจากจะทำให้โอกาสที่เคยเสียไปในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมากลับมาทำให้ประชาชนมีฐานะดีขึ้นแล้ว ยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ในพื้นที่ที่จะพัฒนาสินค้าเพื่อกระจายออกไปตามภูมิภาคต่างๆ ได้ และเกิดการลงทุนธุรกิจบริการนักท่องเที่ยวเพิ่ม เช่น โรงแรมและที่พักประเภทอื่นๆ ซึ่งจะทำให้ประชาชนบางส่วนมีอาชีพจากการทำงานกับภาคเอกชน และมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายสินค้าและบริการแก่เรือเดินสมุทร รวมทั้งการสร้างอาชีพใหม่ ในขณะที่คนนอกพื้นที่ ทั้งที่เข้ามาทำงานประจำ ทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือกลุ่มลูกเรือที่เดินทางมาพร้อมเรือสินค้า จะได้มีที่จับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้เข้าพื้นที่มากกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี

นี่ยังไม่นับความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงจากเรือสินค้าที่เข้ามาจอดทอดสมอ ที่ว่ากันว่าน่าจะมีมูลค่านับหมื่นล้านบาทต่อปี

จิ๊กซอว์เชื่อมต่อเขตพัฒนาพิเศษ EEC

เกาะสีชังจึงเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ หากได้รับการพัฒนาจะสามารถเชื่อมโยงกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ได้อย่างลงตัว เช่น การพัฒนาบุคลากรประจำเรือทางทะเลและโลจิสติกส์ทางเรือ เนื่องจากเกาะสีชังเป็นพื้นที่จอดเรือสินค้าจำนวนมาก หากยกระดับการศึกษาในด้านนี้จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นโดยเฉพาะด้านอาชญากรรมทางทะเลได้ ขณะเดียวกัน เมื่อเด็กนักเรียนบนเกาะสีชังและพื้นที่ใกล้เคียงเรียนจบก็จะมีงานรองรับในทันที ไม่ต้องไปประกอบอาชีพไกลบ้านอีกต่อไป

การจับมือของสองมหาวิทยาลัยดังกล่าวจึงเป็นนิมิตหมายแห่งการพัฒนาเกาะสีชังสู่ความยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง


อ่านเพิ่มเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านอื่นของ EEC HDC

ก่อนไปถึง ‘ไทยแลนด์ เมดิคัล ฮับ’ ไทยมีความพร้อมทางการแพทย์แล้วหรือ? คำถามที่การประชุมขับเคลื่อน EEC HDC มีคำตอบให้

เด็กไทยไฮเทคแน่ ‘มิตซู-ม.บูรพา’ จับมือกับ EEC HDC ตั้ง ‘Automation Park’ นำร่องหลักสูตร e-Factory