สาลิกาคาบข่าว Vol.4/62

102

ตั้งวอร์รูมตึกไทยคู่ฟ้า

เกาะติดดำเนินการช่วยเหลือ

ผู้ประสบภัยพายุปาบึก 24 ชม.

www.thaigov.go.th

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังจากพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์และรับมือพายุโซร้อนปาบึกที่ห้องชั้น 2 บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ..ที่ผ่านมา โดยนายกฯได้สั่งให้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ที่ห้องดังกล่าว โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องมาประจำการตลอด 24 ชั่วโมง และหากนายกฯต้องการเรียกประชุมเป็นการด่วนต้องเตรียมพร้อมภายใน 30 นาที  พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียังได้โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวว่า ศูนย์ติดตามสถานการณ์พายุปาบึกกำลังทำงานอย่างเต็มที่และติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อพร้อมสั่งการและประสานให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ขอให้ประชาชนระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือด้วยสติ ที่สำคัญก็คือขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากทางการหรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และขอส่งแรงใจให้ทุกคนปลอดภัย

พายุปาบึกสร้างความเสียหาย 3-5 พันล้าน

ไม่กระทบเศรษฐกิจโดยรวมของภาคใต้

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยกรณีพายุปาบึกกำลังถล่มในภาคใต้ขณะนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ภัยธรรมชาติ คาดว่าจะสร้างผลกระทบช่วง 3-5 วัน ประมาณ 3-5 พันล้านบาท เพราะต้องหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจลง แต่มองว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นเพียงระยะสั้น เพราะนักท่องเที่ยวในฝั่งอ่าวไทยจะเป็นคนไทยส่วนใหญ่ ไม่เหมือนฝั่งอันดามันเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงไม่กระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมของภาคใต้ในช่วงไตรมาส 1 อย่างแน่นอน แม้จะชะลอการใช้จ่ายช่วง 3-5 วันเกิดพายุ แต่ก่อนหน้านี้มีการตุนอาหาร น้ำดื่ม และจับจ่ายอุปกรณ์ก่อสร้างเพื่อเตรียมรับมือพายุ บวกลบกันแล้วจึงสร้างความเสียหายไม่มาก สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2562 มองว่ามีโอกาสเติบโต 4% หรืออยู่ในกรอบ 4-4.5% โดยมีข้อแม้สงครามการค้าไม่รุนแรงมากขึ้น การเลือกตั้งเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 1-2 นักท่องเที่ยวจีนกลับเข้ามาในไทยช่วงตรุษจีน

กลุ่ม Medical hub ของ EEC HDC

ลงพื้นที่ชลบุรีทำแผนผลิตบุคลากรทางการแพทย์

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้ทรงคุณวุฒิกลุ่มการแพทย์ครบวงจร Medical hub ของ EEC HDC ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี ร่วมกับคณบดีคณะสหเวชศาสตร์ ม.บูรพา และทีมคณาจารย์ จัดทำแผนปฏิบัติการตามกรอบการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ครบวงจร วางแนวทางการศึกษาการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ ได้พบกับนายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข เพื่อศึกษาประสบการณ์ท้องถิ่นในการทำงานด้านการดูแลสุขภาพและการแพทย์ ในพื้นที่เทศบาลเมืองแสนสุข  ซึ่งคณะทำงานชุดนี้วางกรอบการพัฒนางานเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มบริหารจัดการดูแลผู้ป่วยแบบโรงพยาบาลทั่วไป และ กลุ่มการแพทย์เพื่อสุขภาพ โดยใน 2 กลุ่มงานนี้ ได้ศึกษาจัดแบ่งการพัฒนาเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทการบริการทางการแพทย์ทั่วไปในประเทศ กับ การพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ครบวงจร ซึ่งได้วางแนวทางการผลิตบุคลากรทางการสาธารณสุข ให้มีทิศทางที่เป็นไปตาม “ความต้องการ” (demand) ซึ่งจะนำร่องจัดปรับทิศการศึกษาและพัฒนาบุคคลากรในพื้นที่อีอีซีเป็นหลัก กลุ่ม Medical hub ของ EEC HDC เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย มี ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง จิรพร เป็นหัวหน้าคณะฯ และทีมคณะสหเวชศาสตร์ ม.บูรพา เป็นทีมเลขาฯ ทำงานด้านการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ ให้กับคณะทำงาน EEC HDC ในพื้นที่อีอีซี

หุ่นยนต์ฟีเวอร์ ลงทุนปีเดียว 1.5 หมื่นล้าน

หนุนแบงก์รัฐปล่อยกู้เพิ่ม 30%

pr.tisi.go.th

นายณัฐพล รังสิตพล ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยความคืบหน้ายุทธศาสตร์หุ่นยนต์ หนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ว่า ปี 2561 มีการลงทุนของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ประมาณ 15,000 ล้านบาท มากกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท โดยการลงทุนดังกล่าวมาจาก 3 ส่วน ประกอบด้วย การขอใบอนุญาต ร..4 ตั้งโรงงานผลิตหุ่นยนต์ วงเงิน 5,000 ล้านบาท การนำเข้าหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจากต่างประเทศเข้ามาใช้ในภาคอุตสาหกรรมไทย มูลค่า 6,000 ล้านบาท และขอส่งเสริมการลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เพื่อใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภายในโรงงาน มูลค่า 4,000 ล้านบาท สำหรับปี 2562 แผนการกระตุ้นการลงทุนหุ่นยนต์ของไทยจะเข้มข้นขึ้น อาทิ การเพิ่มผู้พัฒนาระบบอัตโนมัติ(เอสไอ)ให้ได้อีกจำนวน 20 ราย พัฒนาวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ให้ได้อีก 470 ราย สนับสนุนโรงงานให้เป็นโรงงานต้นแบบด้านการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอีก 85 รายเพื่อให้โรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก(เอสเอ็มอี)สามารถขอข้อมูล ความรู้ในการพัฒนาตนเองได้ นอกจากนี้จะทำงานร่วมกับเอสเอ็มอีแบงก์ในการสนับสนุนสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการกู้เงินไปใช้ในการซื้อหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งปีที่ผ่านมามีการปล่อยสินเชื่อแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายว่าปีนี้สินเชื่อจะเพิ่มขึ้น 30% จากผู้ประกอบการที่หลากหลายธุรกิจมากขึ้น

กรมเจรจาฯ ลงพื้นที่ตะวันออก

ติวเข้มสมุนไพรใช้ประโยชน์จาก FTA

www.moc.go.th

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยกำหนดจัดโครงการการเพิ่มศักยภาพเกษตรกรในยุคการค้าเสรี ครั้งที่ 2” ณ โรงแรมแคนทารี 304 อำเภอศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี ในวันที่ 7-9 .. 2562 โดยจะมีการเสวนาเชิงปฏิบัติการเรื่องช่องทางรวยของสินค้าเกษตรจาก FTA” และทำอย่างไรให้สินค้าเกษตรสู่ตลาดต่างประเทศให้กับเกษตรกรในภาคตะวันออกจำนวน 100 คน จากปราจีนบุรี นครนายก จันทบุรี ตราด และสระแก้ว เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องเขตการค้าเสรี การใช้ประโยชน์จากความตกลง FTA กฎระเบียบทางการค้า เพื่อนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า โดยการลงพื้นที่จะเน้นการให้ความรู้กับเกษตรกรผู้ปลูกสินค้าสมุนไพร ขิง ข่า กระชาย ไผ่ ไม้ดอกไม้ประดับ และผลไม้ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในพื้นที่ และจะเปิดเวทีวิเคราะห์สินค้าให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ด้านการส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างวิทยากร ผู้ประกอบการ และเกษตรกรด้วย

ปี 61 มอไชค์ กทม.จ่ายค่าปรับ

ขับบนฟุตบาธ 5 ล้านบาท

กรุงเทพมหานคร เปิดผลการดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดในพื้นที่ กทม.ของเทศกิจ ประจำปี 2561 โดยผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา ประกาศยกเลิกจุดผ่อนผันแล้ว 488 จุด ผู้ค้า 11,805 ราย และอยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิก 195 จุด ผู้ค้า 8,366 ราย ส่วนกรณีป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย ดำเนินการจัดเก็บป้ายได้ 68,399 ป้าย ดำเนินคดี 47 ราย และเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 3,806,600 บาท ส่วนการกวดขันห้ามจอดหรือขับขี่บนทางเท้า ตั้งแต่ 9 ..-31 ..2561 จับกุมผู้ฝ่าฝืน 12,284 ราย ถูกดำเนินคดี 8,280 ราย เปรียบเทียบปรับได้ 4,994,500 บาท

ญี่ปุ่นเอาจริงมาตรการ

ห้ามเดินบนบันไดเลื่อน

บริษัทรถไฟญี่ปุ่นตะวันออก หรือ JR East เริ่มแคมเปญงดเดินบนบันไดเลื่อนอย่างจริงจัง โดยให้มีเจ้าหน้าที่คอยเตือนผู้ใช้งานบันไดเลื่อนในสถานีรถไฟโตเกียวตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีการประกาศแจ้งผู้ใช้งานในสถานีอีกว่าหากลูกค้าท่านใดมีความเร่งรีบ กรุณาใช้บันไดแทนรวมถึงบริเวณที่จับบนบันไดเลื่อนยังมีข้อความงดเดินเขียนกำกับไว้ อีกทั้ง ยังมีภาพประกอบที่อธิบายการใช้งานบันเลื่อนติดอยู่ที่พื้น โดยวาดเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้ใช้งานหยุดยืนและเอามือจับราวบันไดเลื่อน อย่างไรก็ตาม ด้วยความเคยชินของผู้บริโภค ยังมีบางส่วนเดินบนบันไดเลื่อนโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งความเคยชินนี้จะต้องหายไปก่อนการจัดงานโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก ปี 2020