กระแสข่าวที่อยู่ในความสนใจของชาวไทยทุกคนคงหนีไม่พ้น ความน่ากลัวของพายุปาบึก ณ วันศุกร์ที่ 4 มกราคม 2562 เวลา 12.45 น. ซึ่งเป็นพายุโซนร้อนที่พัดขึ้นฝั่งแล้วบริเวณ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แม้ตอนนี้พายุโซนร้อน ปาบึก อ่อนกำลังลง และพัดไปยัง จ.สุราษฎร์ธานี แต่ก็ยังสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างและคาดว่าจะทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกรรโชกแรงในพื้นที่ชายฝั่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภัยพิบัติครั้งนี้ เราคาดหวังว่าจะมีส่วนสร้างความตระหนักว่า เมื่อมีการเตือนภัยในยามที่มีพายุรุนแรงเช่นนี้ ชาวไทยต้องเตรียมวางแผนรับมือภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นอย่างไร ต้องเตรียมจัด ‘กระเป๋ายังชีพสู้ภัยพิบัติ’ ที่มีข้าวของจำเป็นอะไรบ้าง เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายไปได้อย่างปลอดภัย


สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การวางแผนฉุกเฉินเพื่อความอยู่รอดของทุกคนในครอบครัว

จุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ คือ การเขียนแผนฉุกเฉินสำหรับครอบครัว ซึ่งควรวางแผนให้ครอบคลุมสมาชิกทุกคนในครอบครัว ยิ่งถ้าในครอบครัวมีบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ ก็ยิ่งต้องวางแผนฉุกเฉินสำหรับครอบครัวให้รัดกุม และต้องอย่าลืมวางแผนสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณด้วย

  • เพื่อนบ้าน มิตรแท้ ยามยาก ตัวช่วยหนึ่งที่จะเป็นมือเป็นไม้ร่วมกันให้ความช่วยเหลือในยามฉุกเฉินได้ นั่นคือ เพื่อนบ้าน ด้วยการจัดตั้งเป็นเครือข่ายเพื่อนบ้านเตือนภัยซึ่งกันและกัน เพราะจากสถิติแล้ว เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นในระหว่างภัยพิบัติธรรมชาติ ผู้ที่เข้าถึงผู้ประสบภัยและให้ความช่วยเหลือเป็นคนแรก ไม่ใช่เจ้าหน้าที่กู้ภัย แต่เป็นเพื่อนบ้านถึง 70 เปอร์เซ็นต์
  • อย่าละเลย ประเมินความปลอดภัยของบ้านและทรัพย์สินด้วย ถ้าในกรณีที่เกิดอุทกภัยหรือโคลนถล่ม ที่อยู่อาศัยของคุณอยู่ใกล้ลำธารหรือไม่ เพราะถ้าใช่ ก็ย่อมเสี่ยงต่อการได้รับภัยที่รุนแรงและรวดเร็ว หรือ ที่อยู่อาศัยอยู่ด้านล่างของที่ลาดเชิงเขาหรือที่ลาดชันหรือไม่ ถ้าใช่ก็สมควรต้องเตรียมแผนอพยพย้ายออกจากพื้นที่นั้น นอกจากนั้น ควรมองหาทางหนีทีไล่ในการขับรถออกจากบ้าน ต้องขับรถข้ามลำธารหรือสะพานก่อนที่จะไปถึงถนนสายหลักหรือไม่ ถ้าใช่ควรรีบหาเส้นทางสำรองไว้ด้วย
  • อุปกรณ์เปิดรับข่าวสาร ของจำเป็นที่หลายคนมักหลงลืม ต้องจำให้ขึ้นใจว่า หัวใจสำคัญที่จะช่วยให้รอดจากภัยพิบัติ คือ การติดตามข่าวสารการเตือนภัย และอัปเดตสถานการณ์จากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชน ทว่า ในระหว่างที่เกิดภัยพิบัติ กระแสไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกตัด ดังนั้น เครื่องมือ อุปกรณ์ นั้นจะต้องใช้การได้ด้วยถ่านไฟฉาย อย่าง วิทยุ ด้วยเหตุนี้จึงควรเตรียมวิทยุและถ่านไฟฉายสำรองไว้ใส่วิทยุด้วย

10 ของสำคัญ ขาดไม่ได้ ในการจัด ถุงยังชีพสู้ภัยพิบัติ

เมื่อวางแผนฉุกเฉิกสำหรับการรับมือกับภัยพิบัติ และการอพยพแล้ว ก็ได้เวลามาจัดเตรียม กระเป๋ายังชีพสู้ภัยพิบัติ ที่อย่างน้อยควรมี 10 ของสำคัญเพื่อความอยู่รอด ในระหว่างที่รอการช่วยเหลือจากภาครัฐหรือหน่วยงานต่างๆ ซึ่งตามหลักแล้ว ความช่วยเหลือจะมาถึงประมาณ 3-5 วัน หลังจากเกิดภัยพิบัติแล้ว

  1. ชุดเสบียงฉุกเฉิน ในที่นี้หมายถึงการเตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอสำหรับบริโภค อย่างน้อย 3-5 วัน ซึ่งถ้ายึดเกณฑ์ตามหลักสุขอนามัย (บทความ ดื่มน้ำอย่างไรให้ถูกต้อง เผยแพร่ในเว็บไซต์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) คน 1 คน จะต้องมีน้ำไว้บริโภคอย่างน้อย 1.5 ลิตร ต่อวัน ซึ่งถ้าที่หลบภัยมีสภาพอากาศร้อน และสมาชิกครอบครัวหรือคนรอบข้างเป็นกลุ่มเสี่ยง อย่างผู้สูงอายุ ก็จะต้องเตรียมสำรองน้ำดื่มให้มากขึ้นหน่อย เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำในร่างกาย
  2. อาหารพร้อมรับประทาน ในแบบที่พร้อมกินได้เลย ไม่ต้องปรุง ย่อมดีที่สุด แต่ถ้าหาไม่ได้หรือหาได้น้อย ก็ให้เลือกอาหารที่ไม่ต้องแช่ในตู้เย็นและสามารถปรุงด้วยน้ำเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องใช้น้ำเลย รวมถึงต้องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ยกตัวอย่าง อาหารให้พลังงานสูง เช่น นมกล่อง น้ำผลไม้ ปลากระป๋อง รวมไปถึงอาหารขบเคี้ยวที่นอกจากจะช่วยให้คลายหิวยังช่วยคลายเครียดด้วย เช่น คุกกี้ แครกเกอร์ ลูกอม เป็นต้น
  3. เงินสดและเอกสารสำคัญประจำตัวสมาชิกในครอบครัว ในที่นี้ ควรเตรียมทั้งธนบัตรย่อยและเหรียญ ใบสูติบัตร เอกสารการคืนภาษี โฉนด เอกสารสิทธิ์ เอกสารประกันภัย บัตรรักษาพยาบาลของโรงพยาบาล
  4. อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และยาประจำตัว ควรเตรียมยาสามัญประจำบ้านและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น พลาสเตอร์ปิดแผล ผ้ากอซ ทิงเจอร์ใส่แผล แอลกอฮอล์ล้างแผล
  5. ไฟฉายและถ่านไฟฉายสำรอง เผื่อไว้หากเกิดกระแสไฟฟ้าดับ
  6. เสื้อผ้าและรองเท้าที่ทนทาน กันน้ำ
  7. เครื่องมือช่างพื้นฐาน (ประแจ เทปผ้า ถุงมือที่ทนทาน นกหวีด)
  8. สิ่งของสำหรับอนามัยส่วนบุคคล แปรงและยาสีฟัน แชมพูและสบู่ กระดาษทิชชู และกระดาษเปียกที่มีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อโรค
  9. สิ่งของจำเป็นสำหรับสมาชิกในครอบครัวกลุ่มพิเศษ อย่างกลุ่มเด็กอ่อนและเด็กเล็ก ต้องมีผ้าอ้อม นม อาหาร เสื้อผ้า ที่เพียงพอ กลุ่มผู้สูงวัย ต้องมี ยาประจำตัว ผ้าอ้อมผู้ใหญ่
  10. สิ่งของจำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยง ในกรณีที่เป็นสุนัข แมว และสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ ต้องมีเสบียงที่จำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยงเพียงพอ ทั้งอาหารและน้ำ รวมถึงเตรียมสายจูงและกรง สวมปลอกคอ พร้อมทั้งติดหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าของไว้ที่ปลอกคอสัตว์เลี้ยงด้วย

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เปิดห้องเรียนวิชาสู้ภัยพิบัติ ให้ความรู้คนรอบข้าง สู้ภัยพิบัติไปด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าครอบครัว หรือผู้อาศัย ก็มีบทบาทในการแบ่งปันความรู้เพื่อเอาตัวรอดในระหว่างเกิดภัยพิบัติได้ โดยในครั้งนี้ ขอโฟกัสไปที่ข้อควรปฏิบัติในระหว่างเกิดอุทกภัย ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุหรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้เสมอ ดังนั้น ทุกคนในครอบครัวและทุกคนในชุมชน จึงควรมีชุดความรู้สำคัญเพื่อทำตัวเองและช่วยคนรอบข้างให้ปลอดภัย ดังนี้

  1. ระหว่างเกิดอุทกภัย อย่าข้ามกระแสน้ำที่ไหลอย่างรวดเร็ว ให้หาที่พำนักอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของทางน้ำไหลจนกว่าน้ำจะลด เพราะโดยปกติแล้วกระแสน้ำจะลดลงในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ฝนหยุด
  2. ก่อนจะเกิดพายุหรือระหว่างที่เกิดพายุ ควรหาหนทางที่ปลอดภัยในการตรวจสอบระบบระบายน้ำหรือท่อระบายน้ำที่บ้าน รวมถึงระบบระบายน้ำตามถนนหนทาง อย่างน้อยก็เพื่อเปิดทางให้อุทกภัยนั้นผ่านไป ระบายออกไปได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นการจำกัดความเสียหายไม่ให้ทวีความรุนแรงมากขึ้นด้วย
  3. เฝ้าระวังความเสียหายจากดินถล่มและโคลนถล่มด้วย เพราะโคลนถล่มมักเกิดขึ้นหลังจากฝนหยุดหลายวัน หากสังเกตเห็นดินหรือโคลนเลื่อนไหลจำนวนมาก ไม่ว่าจากด้านบนหรือด้านล่างของบ้าน ให้รีบย้ายครอบครัวออกไปยังสถานที่ปลอดภัยทันที เพราะภัยจากดินหรือโคลนถล่มนั้นรุนแรงกว่าที่คิด
  4. วางแผนเดินทางไปถึงที่หลบภัยของคุณในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยก่อนที่ฝนจะตก และอยู่ที่นั่นจนกว่าพายุจะสงบ
  5. ระวังท่อนไม้ หินก้อนใหญ่ และซากปรักหักพังอื่นๆ ที่ในระหว่างเกิดอุทกภัยอาจไหลมารวมกัน แต่เมื่อฝนหยุด น้ำหยุดไหลหลากแล้วอาจพังทลายลงมาได้ ขณะเดียวกัน ระวังให้มากในขณะขับรถ ต้องไม่ประมาท ประเมินสภาพถนนที่รถวิ่งไปด้วยว่าพื้นถนนจะทรุด หรือมีโคลน ก้อนหิน ร่วงลงมาได้หรือไม่

แนะเทคนิครับมือ ‘ความเครียด’ ที่อาจก่อตัวหลังภัยพิบัติสิ้นสุดลง

นอกจากการฟื้นฟูปัจจัยทางกายภาพให้กลับมาเหมือนเดิม หลังจากที่ภัยพิบัติลดความรุนแรงลงหรือสิ้นสุดลงแล้ว การฟื้นฟูและป้องกันสุขภาพใจที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเหตุการณ์อันเลวร้ายตลอดระยะเวลาที่เผชิญภัยพิบัตินั้น ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน วันนี้เราจึงมีคำแนะนำมาฝากกันด้วย

  • พยายามพูดคุยกับผู้อื่นเกี่ยวกับความรู้สึกของคุณ ซึ่งรวมถึงความโกรธเกรี้ยว เสียใจ ผิดหวัง หรืออารมณ์อื่นๆ แม้ว่ายากที่จะระบายออกมา
  • ขอความช่วยเหลือจากผู้ให้คำปรึกษามืออาชีพ อย่างนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ หากรู้สึกไม่ดีหรือเศร้า ซึม ระหว่างหรือภายหลังเผชิญภัยพิบัติแล้ว
  • หากเกิดความสูญเสียทั้งต่อทรัพย์สินหรือคนรอบข้าง อย่าโทษตัวเองว่าเป็นเพราะการตัดสินใจของตน ที่ทำให้เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น
  • หลังสถานการณ์ตึงเครียดคลี่คลาย ให้เริ่มบำบัดร่างกายและอารมณ์ ด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พักผ่อน ออกกำลังกาย ผ่อนคลาย และทำสมาธิ เพื่อให้สภาวะจิตใจกลับมาเป็นปกติ
  • เมื่อสถานการณ์ค่อยๆ เข้าสู่ภาวะปกติ ให้ทำกิจวัตรประจำวันและกิจวัตรของครอบครัวตามปกติ ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและเพื่อนฝูง โดยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การเปลี่ยนความกังวลให้เป็นบทเรียนสำหรับการเตรียมตัวให้พร้อมในช่วงฤดูมรสุม ที่อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติอย่าง น้ำท่วม ดินถล่มจากพายุ ซึ่งในแถบบ้านเรามักจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง ควรเริ่มจัดหาอุปกรณ์ยังชีพ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง บ้าน ที่อยู่อาศัยให้พร้อมรับภัยพิบัติ รวมถึงชักชวนสมาชิกในครอบครัวให้มาร่วมกันทำแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือภัยพิบัติร่วมกันด้วย

หากถ้าทำได้ รับรองว่าการเตรียมความพร้อมนี้จะชวนเยียวยาและค่อยๆ ปรับสภาพจิตใจให้คุณรู้สึกดีขึ้น เพราะอย่างน้อย คุณได้ทำอะไรเพื่อป้องกันภัยพิบัตินั้นแล้ว ถ้าภัยนั้นจะเกิดขึ้นอีก ย่อมสร้างความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สิน บุคคล และจิตใจน้อยลงแน่นอน


อ้างอิง :

  • “คู่มือเอาชีวิตรอด” แปลมาจาก บทเรียนการรับมือกับภัยพิบัติในลอสแองเจลิสเคาน์ตี้ สำนักบริหาร สำนักงานการจัดการเหตุฉุกเฉิน ประเทศสหรัฐอเมริกา (WWW.ESPFOCUS.ORG)
  • http://www.espfocus.org/uploads/oem-emersurvgd-guts-tha.pdf

รู้สู้ภัยธรรมชาติทุกรูปแบบ ต้องอ่าน !

ปฏิรูประบบบริหารจัดการ ภัยพิบัติ ด้วย งานวิจัย ความหวังใหม่รับมือภัยในอนาคต

เที่ยวญี่ปุ่น หมดห่วงเรื่องภัยธรรมชาติ ด้วยแอปเดียว !

‘อัลกอริทึมประมาณค่าฝน’ ตอบโจทย์ Climate Change ดีต่อเกษตรกรรมไทย เปิดมิติใหม่บริหารทรัพยากรอย่างฉลาด