มีตัวเลขที่น่าวิตกจากการจัดการศึกษาที่ผ่านมาว่า ผลพวงของ ‘ค่านิยมปริญญา’ จากสังคมที่หยิบโหย่ง ฉาบฉวย ทำให้มหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตตกงานสะสมสูงถึงเกือบห้าแสนคน ในจำนวนนี้เกือบครึ่งไม่มีปัญญาจ่ายเงินคืนกองทุนการศึกษาฯ ถูกฟ้องร้องขึ้นบัญชีดำเครดิตบูโร อนาคตมืดตั้งแต่ยังไม่ได้สัมผัสเงินเดือนเดือนแรกของชีวิตหลังจบการศึกษาเลย


ปัญหานี้ไม่ใช่ประเด็นแค่การสร้างตราบาปให้เด็กเท่านั้น แต่เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงชะตากรรมอันน่าวิตกของสังคมโดยรวม ทั้งในด้าน ‘ระบบ’ และ ‘คุณภาพ’ การศึกษาไทย ที่น่าพิจารณายิ่ง!

ผลผลิตเหล่านี้เกิดจากปัญหาต้นน้ำหลักๆ สองเรื่อง คือ หนึ่ง ค่านิยมทางสังคม ที่สืบทอดมาจากความคิดของสังคมที่มีต่อการศึกษาไทย ซึ่งหล่อหลอมกล่อมเกลาฝังลึกมานับศตวรรษ ผ่านประสบการณ์การเปลี่ยนชนชั้นทางสังคมการศึกษา ทำให้ค่านิยมปริญญาติดตรึงความคิดแบบเจ้าขุนมูลนายและการหนีจากชนชั้นเดิมในกระแสสังคมสมัยใหม่ ที่เปิดโอกาสขึ้นในช่วงเวลาการพัฒนาของสังคมไทยที่ผ่านมา กับ สอง การศึกษาด้อยคุณภาพ จึงปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ที่สะท้อนถึงความล้มเหลวสูญเปล่าทางการศึกษาอย่างกระจ่างชัดในช่วงเกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา

การศึกษาไทยที่ปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นความล้มเหลวร่วมกันของกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานที่รับผิดชอบ กับสถาบันการศึกษา ที่ปล่อยให้ ‘ความด้อยคุณภาพ’ กลายเป็นเรื่องปรกติของสังคมไปโดยปริยาย!!!

ความคิด-ค่านิยม และภาคการปฏิบัติ สองกระแสที่บรรจบกันนี้ ส่งผลอย่างเป็นรูปธรรม คือ การตกงานของบัณฑิต ที่สามารถพิจารณาเชื่อมให้เห็นถึงความสูญเปล่าที่พล่าผลาญงบประมาณของประเทศไปมหาศาล และการผุดขึ้นของขบวนการคอร์รัปชันทางการศึกษา ที่เป็นสนิมกัดกร่อนเนื้อในฝังลึกน่ารังเกียจยิ่ง!

ไม่นับรวมถึงการสร้างระบบบริหาร กำหนดตำแหน่งขึ้นอย่างพิกลพิการ ผิดฝาผิดตัวในระบบการศึกษาไทย ซึ่งกลายเป็นความล้มเหลวที่ลามปามผุดขึ้นในหลายโรงเรียน หลายวิทยาลัยอาชีวะ และหลายมหาวิทยาลัย ทำให้หลายแห่งบริหารจัดการอะไรต่อไม่ได้ จนแทบจะเหลือแต่ซาก!

นี่คือปรากฏการณ์ความล้มเหลว ตกต่ำ และชะตากรรมที่น่าพิศวงงงงวยยิ่งของระบบการศึกษาไทย ที่สมาทานงบประมาณสูงสุดกระทรวงหนึ่งในระบบบริหารราชการแผ่นดินมายาวนานหลายทศวรรษ!

ในท่ามกลางการตกต่ำไร้วุฒิภาวะของการศึกษาไทยที่เกิดขึ้น โลกยุคใหม่ (New World) ก็เคลื่อนเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะไม่ใช่ยุคที่จะค่อยๆ เปลี่ยนผ่าน แต่เป็น การเปลี่ยนแปลงที่มีแต่ ‘โอกาสใหม่’ กับ ‘ดิสรัปชั่น’ (Disruption) หรือความสูญหายตายจากเป็นทางเลือก! ซึ่งมีเพียงไม่กี่สถาบันเท่านั้นที่ฝ่ากระแสถดถอยนี้มาได้ และกลุ่มผู้อยู่รอดนี้มักจะอยู่ ‘หน้างาน’ จริง จึงผันสร้างตัวเองแบบเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เอาตัวรอดได้!

โลกยุคอุตสาหกรรม 4.0 ต้องการการศึกษาและทักษะแบบใหม่ที่เรียกรวมว่า ‘ทักษะและความรู้แห่งศตวรรษที่ 21′ ที่มีนวัตกรรม มีจินตนาการ มีทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ เข้าใจการเชื่อมผสานของชีวภาพ กายภาพ และโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน สร้างการผลิต การสื่อสาร และการดำรงชีวิตที่เป็นไปตามพลังสร้างสรรค์ของอัลกอริทึมด้วยข้อมูลมหาศาลในรูปของบิ๊กดาต้า (Big Data) เชื่อมเข้ากับระบบออโตเมชัน (Automation) และการคิด-การเชื่อมโยงด้วยระบบสื่อสารยุคใหม่ ระบบไอที ซึ่งมีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ ทำให้มีกำลังการผลิตสูงขึ้นและสร้างอนาคตใหม่ได้อย่างมหัศจรรย์

นี่คือโลกใบใหม่ที่เปลี่ยนไป!
จะว่าไปแล้ว ก็เหมือนเราใช้ชีวิตอยู่
ในโลกนวนิยายวิทยาศาสตร์ยังไงยังงั้น!

การรื้อสร้างการศึกษาในภาคปฏิบัติของคณะทำงานเพื่อตอบสนองการผลิตบุคลากรในพื้นที่ EEC จึงต้องระดมความร่วมมือกับสถานศึกษา-สถาบันการศึกษาในพื้นที่ มาร่วมสร้างทิศทางการศึกษาใหม่ โดยเชื่อมการศึกษาเข้ากับระบบการผลิตยุคใหม่ สร้างหลักประกันการมีงานทำให้แก่นักศึกษาทุกระดับ และวางพื้นฐานความรู้ตั้งแต่ในโรงเรียนที่เชื่อมต่อถึงการผลิตบุคลากรและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเดินหน้าสร้างอนาคตที่ดี มีประสิทธิภาพ แม่นตรงตาม ‘ความต้องการ’ จริง โดยเฉพาะความต้องการบุคลากรใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ประเทศต้องการ

พลังการสร้างสรรค์ใหม่นี้ เป็นพลังการเปลี่ยนผ่านด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน จากการศึกษาพื้นฐานจนถึงอาชีวะและอุดมศึกษา ที่เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญ-ผู้ผลิตแต่ละสาขาอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบการศึกษา และเชื่อมสู่เด็กและเยาวชนที่จะเป็นกำลังกำกับสร้างการผลิตยุคใหม่ต่อไป เป็นการปรับสร้าง เปลี่ยนกลไกระบบระเบียบที่เป็นอุปสรรคให้เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพ เข้าใจระบบของกันและกัน สร้างฐานความรู้ความเข้าใจสังคมและเทคโนโลยียุคใหม่ร่วมกัน

ทั้งหมดนี้เป็นการจัดการความเชื่อมโยงภายใต้การกำกับของ EEC ซึ่งขับเคลื่อนโดย EEC HDC ด้วยเป้าหมายมุ่งสร้างอนาคตใหม่ สร้าง Mindset ใหม่ และสร้างกระบวนการนวัตกรรมด้านการศึกษา การเรียนรู้ ที่สนองตอบต่อทักษะความรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะไม่ปล่อยใครทิ้งไว้ข้างหลังอีกต่อไป ด้วยเหตุว่า หากปรับตัวไม่ได้ในโลกใบใหม่ก็อยู่ไม่ได้ ไม่ใช่แค่อยู่ยาก!!!

สุดท้ายแล้ว ผลพวงของปฏิบัติการนี้เป็นไปเพื่อสร้างอนาคตใหม่ทั้งมวล มีหมุดหมายคือ มุ่งสร้างอนาคตที่ดีให้แก่บุคคล สังคม และประเทศชาติ ผ่านการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ และมีการจัดการความรู้ การศึกษา ที่ตอบสนอง ‘ความต้องการ’ เป็นสำคัญ

นี่คือความมุ่งหมายของการรื้อสร้างการศึกษาสู่สิ่งที่ดีกว่าเพื่อคนทุกคน


เรื่อง : Apichatology

 


อยากรู้ว่า EEC HDC ขับเคลื่อนอะไร อย่างไร อ่านต่อ

เสริมพลังมุ่งอนาคต EEC HDC ตั้งทีมยุทธศาสตร์เสริมปฏิบัติการ ‘ผลิตสร้างบุคลากรป้อน 10 S-curves’

หนึ่งในยุทธศาสตร์ลด ‘ความเหลื่อมล้ำ’ ในไทย คือใช้โพรเจ็กต์ใหญ่อย่าง ‘EEC’ เคลื่อนไหวเพื่อนำร่อง

ยกระดับ ‘การศึกษา’ สู่ New S-Curve ความหวังที่รอมานาน