ปณิธานในการซ่อมแซมองค์กรของ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งโซเชียล มีเดียยักษ์ใหญ่อย่าง เฟซบุ๊ก ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น ทว่า ตามรายงานข่าวเขามีความตั้งใจมาตลอดว่าอยากซ่อมแซมภาพลักษณ์องค์กรใหม่ เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างตัวกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจที่เขายึดถือมาอย่างเหนียวแน่น กับความรับผิดชอบในการปรับปรุงเรื่องมาตรฐานและเงื่อนไขด้านความปลอดภัยของเนื้อหาที่นำเสนอบนเฟซบุ๊ก รวมถึงความมั่นคงทั่วทุกแพลตฟอร์มของบริษัท ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยที่เราทุกคนในฐานะผู้ใช้บริการเครือข่ายโซเชียล มีเดียนี้จะได้รับทราบว่าโฉมหน้าของ เฟซบุ๊ก 2019 จะปรับเปลี่ยนไปในทิศทางไหนและอย่างไรบ้าง


ปรับกลยุทธ์ทั้งในและนอกองค์กร ฟื้นฟูชื่อเสียงกลับมา

ในช่วงปีที่ผ่านมามีมรสุมหลายลูกที่ซัดเข้าหา บริษัท เฟซบุ๊ก อิงค์ โดยตรง ลูกใหญ่ที่สร้างความเสียหาย กระทบต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือในการให้บริการของเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะเหตุการณ์ผลพวงจากคดี Cambridge Analytica ที่ทำเอาข้อมูลของผู้ใช้ Facebook หลุดออกไปจำนวนมาก

นอกจากปัจจัยท้าทายภายนอก ที่เฟซบุ๊กต้องกู้ชื่อเสียงกลับมาให้ได้แล้ว ศึกหนักภายในองค์กรเฟซบุ๊กเอง ก็เป็นสิ่งที่เหล่าผู้บริหารต้องระดมสมองหาทางปรับเปลี่ยนแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดความตึงเครียดในกลุ่มพนักงานที่ทำงานในองค์กร ซึ่งอาจนำมาซึ่งผลงานที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

ส่วนมติของทางผู้บริหารเฟซบุ๊กก็ออกมาตรงกันว่า เฟซบุ๊ก 2019 จะเป็นปีแห่งความพยายามลดการแบ่งขั้วอำนาจทางการเมืองบนแพลตฟอร์ม ซึ่งตัวซักเคอร์เบิร์กและกลุ่มผู้บริหารคนอื่นๆ ก็มีความกังวลว่าแผนที่กำหนดไว้จะได้ผลไหม และจะลดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ไปด้วยหรือเปล่า ซึ่งถ้าเกิดผลลบอย่างที่คิดจริงๆ ก็จะยิ่งลดทอนชื่อเสียงและเปิดโอกาสให้โดนโจมตีเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่จากแนวคิดที่ซักเคอร์เบิร์กเคยกล่าวไว้เมื่อต้นปี 2018 เขาสื่อถึงความตั้งใอย่างชัดเจนที่จะเป็นส่วนหนึ่งเพื่อลดความแตกแยกในสังคมและในโลกปัจจุบัน

“โลกของเรากำลังอยู่ในช่วงที่วิตกกังวลและแบ่งแยก และเฟซบุ๊กมีงานที่ต้องทำเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องกลุ่มของผู้ใช้จากการถูกทำร้ายและความเกลียดชัง เราสร้างเฟซบุ๊กขึ้นมาเพื่อช่วยให้คนได้ติดต่อและใกล้ชิดกันมากขึ้นในกลุ่มคนที่สำคัญต่อพวกเรา แต่พักหลังนี้เราได้รับฟีดแบ็กมาว่าพวกคอนเทนต์สาธารณะอย่างเช่นโพสต์จากภาคธุรกิจ แบรนด์ หรือสื่อต่างๆ นั้นกลบคอนเทนต์ส่วนตัวที่ช่วยให้เราใกล้ชิดกันได้มากขึ้นไปหมดแล้ว เพราะเหตุนี้ ผมจึงเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ให้กับทีมโปรดักต์ให้ช่วยหาคอนเทนต์ที่ผู้คนสนใจ เพื่อให้ผู้ใช้ของเราได้มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่มีความหมายมากยิ่งขึ้น”

ส่วนความพยายามในการลดปริมาณข้อมูลเท็จในฟีดข่าวของเฟซบุ๊กด้วยการส่งเสริมโพสที่นำเสนอข่าวที่มีคุณภาพมากขึ้น ล่าสุด ก็มีข่าวอัปเดตว่า มาตรการนี้ต้องหยุดชะงักไปก่อน หลังมีเสียงจากผู้บริหารหลายคน โดยเฉพาะ โจเอล แคปแลน หัวหน้าฝ่ายนโยบายโลกของเฟซบุ๊ก ที่แสดงความกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อตลาดหลักของเฟซบุ๊กได้

เค้าลางที่ยืนยันว่าความกังวลนี้จะเป็นจริง เกิดขึ้นแล้วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพราะอัตราการเติบโตของผู้ใช้งานประสบภาวะซบเซา โดยเฉพาะในตลาดสำคัญของเฟซบุ๊ก หุ้นของเฟซบุ๊กร่วงลงอย่างน่าใจหายเป็นประวัติการณ์ในเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยลดลงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ แต่สาเหตุที่หุ้นตกเช่นนี้ก็เป็นเทรนด์การตกต่ำของธุรกิจที่คู่แข่งทางเทคโนโลยีอีกหลายรายเจอ

อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมา เฟซบุ๊กก็ยังคงทำกำไรได้อย่างมหาศาลกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสที่ 3 ก่อนสิ้นสุดปี 2018 แค่การเติบโตด้านรายได้ที่เคยหรูหราฟู่ฟ่าได้ชะลอตัวลง ซึ่งในมุมมองของซักเคอร์เบิร์กเอง มองว่า บริษัทของเขาอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและจะนำไปสู่การเติบโตที่ชะลอตัวลงและต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น เพราะนอกจากต้นทุนด้านอื่นแล้ว ในปัจจุบัน ที่เฟซบุ๊กมีพนักงานกว่า 3 หมื่นคน ที่ทำหน้าที่สอดส่องคอนเทนต์ที่อาจละเมิดกฎของเว็บไซต์

ที่สุดแล้ว ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊กเน้นย้ำถึงภารกิจ หรือ Mission สำคัญว่า การซ่อมแซมองค์กรเป็นเรื่องที่ท้าทายมากที่สุดในปี 2019 นี้ โดยทุกฝ่ายต่างจับตามองสิ่งที่ซักเคอร์เบิร์กจะออกมาประกาศเป้าหมายประจำปีของเขาในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ ซึ่งก็มีการคาดการณ์กันว่า เป้าหมายหลักของเขาก็คงเป็นไปตามที่กล่าวมานี้ ไม่น่าจะผิดไปเท่าไรนัก นั่นคือ การสานต่อเป้าประสงค์ในการซ่อมแซมองค์กรที่ในปี 2018 ที่เขายังดำเนินการไม่แล้วเสร็จและได้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจนั่นเอง


ฟังเสียงสะท้อนจากนักวิเคราะห์ ต่อภารกิจรีโนเวตองค์กร ‘เฟซบุ๊ก 2019’

หลังจากมีความเคลื่อนไหวจากฟากฝั่งชักเคอร์เบิร์กออกมาเช่นนี้แล้ว เหล่านักวิเคราะห์ก็ออกมาตอบโต้ด้วยความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป โดยนักวิเคราะห์บางราย มองว่า เฟซบุ๊กควรให้ความสำคัญกับการปัดกวาดแพลตฟอร์มให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินหน้าตามทิศทางกลยุทธ์การสร้างความเติบโตของธุรกิจตามที่ตั้งไว้

เจสัน ซีสแล็ก ประธานบริหาร “ซีเกล+เกล” บริษัทที่ปรึกษาแบรนด์ กล่าวว่า “เปรียบไปแล้วตอนนี้เฟซบุ๊กเหมือนบริษัทสายการบินที่พยายามเอาเครื่องขึ้นทั้งๆ ที่เครื่องบินนั้นชิ้นส่วนยังไม่ครบ” และให้ความเห็นต่อว่าเฟซบุ๊กควรจำกัดการทำงานของแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันบางอย่าง หรือถอนตัวจากตลาดที่เครือข่ายของตนสนับสนุน เพราะที่ผ่านมาการเข้าไปดูแลแอปพลิเคชัน แพลตฟอร์ม เหล่านั้นของเฟซบุ๊กได้ผลเป็นทางลบมากกว่าทางบวก

และที่ผ่านมา เฟซบุ๊กก็ได้เดินหน้าหาแหล่งกระตุ้นการเติบโตและแหล่งรายได้ใหม่ ในที่นี้ รวมถึง อินสตาแกรม และ วอตส์แอป ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ยังคงได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั่วโลก ซึ่งมาตรการที่ใช้นั้นก่อให้เกิดความขัดแย้งในองค์กรของตนเอง จนทำให้เหล่าผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับการก่อตั้งแอปพลิเคชันนั้น ทยอยลาออกจากเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา

ผลลัพธ์ที่กล่าวมานี้ ทำให้นักวิเคราะห์ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าความท้าทายที่สำคัญที่สุดในปีนี้ คือ จะทำอย่างไรจึงจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากแอปพลิเคชันในความดูแลของตน โดยไม่สูญเสียจำนวนผู้ใช้ไป

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีนักวิเคราะห์อีกกลุ่มหนึ่งได้ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความท้าทายในปี 2019 ที่เฟซบุ๊กต้องเจอ นั่นคือ แนวโน้มการเติบโตของวงการโฆษณาดิจิทัลที่อาจชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดหลักของเฟซบุ๊กถดถอยลงไปด้วย และมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะบั่นทอนความพยายามขยับขยายธุรกิจของเฟซบุ๊กไปยังพื้นที่การเติบโตอื่นที่เล็งไว้

ด้าน ไบรอัน วีเซอร์ นักวิเคราะห์จาก บริษัทไพโวทัล รีเสิร์ช ยังได้ทิ้งประเด็นเรื่องสมรภูมิตลาดการสร้างคอนเทนต์วิดีโอพรีเมียมที่เฟซบุ๊กต้องลงสนามนั้น เต็มไปด้วยคู่แข่งที่น่ากลัวและมาแรง อย่าง อเมซอน, กูเกิล และ เน็ตฟลิกซ์ ดังนั้น หากเฟซบุ๊กยังคงวางกลยุทธ์ตอบสนองทั้งศึกนอกและศึกในแบบไม่ตรงจุดแล้ว ชะตากรรมของเฟซบุ๊กอาจจะไม่ต่างกับสื่อโซเชียล มีเดียรายอื่นที่ค่อยๆ ล้มหายตายจากไปแน่นอน


ที่มา :

  • https://www.businessinsider.com/mark-zuckerberg-reflects-on-facebooks-2018-2018-12
  • รายงานข่าว เรื่อง “ซ่อมแซมองค์กร เป้าหลักปี 62 ‘เฟซบุ๊ก’ คอลัมน์ข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ประจำวันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2561

อัปเดตทุกเรื่องราวของสื่อออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ที่กำลังเป็นที่สนใจกันต่อ

รู้ว่าเสี่ยง…แต่คงต้องขอลอง เมื่อ NETFLIX เล่นของสูง

อเมซอนส่งทันใจ

ศักราช 2019 ปีชงค่ายแอปเปิล