สาลิกาคาบข่าว Vol.8/62

175

อีอีซีโต 100% ลุยโครงสร้างพื้นฐาน

จบก่อนเลือกตั้ง สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

ปีทองการลงทุน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวถึงการลงทุนในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ในปีที่ผ่านมาสามารถขยายตัวถึง 100% รัฐบาลจะใช้เวลาในช่วงที่เหลือก่อนการเลือกตั้งเร่งผลักดันโครงการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในอีอีซีทั้งสนามบินอู่ตะเภาเมืองการบินตะวันออกท่าเรือแหลมฉบังท่าเรือมาบตาพุดให้สำเร็จเป็นรูปธรรมด้วยการคัดเลือกนักลงทุนและเซ็นสัญญาก่อสร้างเนื่องจากรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลเศรษฐกิจในช่วงเวลาครึ่งปีแรกนี้ให้ดีที่สุดก่อนจะส่งไม้ต่อหลังการเลือกตั้งให้รัฐบาลใหม่สานต่อศักยภาพของอีอีซีให้เป็นที่ประจักษ์ทั่วโลกพร้อมกันนี้ได้สั่งการให้บีโอไอเร่งทำแนวทางส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษในภาคต่างๆ ทั้งภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้โดยรัฐบาลจะเร่งสร้างรถไฟทางคู่จากอีอีซีเชื่อมไปสู่ชุมพรระนองเพื่อส่งสินค้าออกทะเลอันดามันและอ่าวไทยสู่ตลาดโลก

หวั่นท่าเรือบกบ้านโพธิ์ ก่อวิกฤติจราจร

แนะ สนข.ขยับพื้นที่ไปบางน้ำเปรี้ยว

Dry Port ท่าเรือบก

ตามที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ได้เผยผลศึกษาแผนแม่บทท่าเรือบก 4 จังหวัด วงเงินลงทุนรวม 1 หมื่นล้านบาท โดยได้นำเสนอผลการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานจัดทำแผนพัฒนาท่าเรือบก เพื่อนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางโลติสติกส์ของภูมิภาค จากผลการศึกษาพบว่าพื้นที่ที่มีความเหมาะสมจะพัฒนาท่าเรือบกมี 4 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, นครราชสีมา, ขอนแก่น และ นครสวรรค์ เพราะอยู่ในจุดผ่านของรถไฟทางคู่ ซึ่งจะเป็นพาหนะหลักที่ใช้ในการขนส่ง แต่ละแห่งใช้พื้นที่ประมาณ 1,000-1,800 ไร่ นำร่องแห่งแรก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา  เพื่อช่วยแก้ปัญหาจราจรในไอซีดีลาดกระบัง (ICD-Inland Container Depot) และอยู่ในพื้นที่โครงการอีอีซี อย่างไรก็ตาม นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่าโดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยที่จะใช้อำเภอบ้านโพธิ์เป็นศูนย์ท่าเรือบก เนื่องจากมีชุมชนอาศัยอยู่หนาแน่น อาจทำให้เกิดปัญหาวิกฤติจราจรในอนาคต ควรหาพื้นใหม่ขยับไปในจุดอื่นเช่นในอำเภอบางน้ำเปรี้ยวที่น่าจะเหมาะสมกว่า

สรท.คาดส่งออกปีนี้โต 5%

แนะรัฐเร่งเปิดท่าเรือแหลมฉบัง ลุยตลาดใหม่

นางสาวกัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)  คาดการณ์ส่งออกปี 2562 จะโต 5% บนสมมุติฐานค่าเงินที่ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ บวกลบไม่เกิน 0.5 บาท ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐจีน ที่คาดว่าจะมีความยืดเยื้อต่อไป ขณะที่ไทยอาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในสหภาพยุโรป (อียู) เนื่องจากในปี 2562 มีข้อตกลงระหว่างอียูกับเวียดนาม (เอฟทีเอ) ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ โดยสินค้าที่เวียดนามส่งออกเป็นสินค้ากลุ่มเดียวกับไทย รวมถึงเหตุจลาจลในกลุ่มประเทศยุโรป ความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าเงินบาท การปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยจาก 1.5% เป็น 1.75% ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น รวมถึงกฎหมายและกฎระเบียบภายในประเทศจะเป็นการกีดกันผู้ประกอบการในการส่งออกสินค้าทางอ้อม อย่างไรก็ตาม สรท.มีข้อเสนอแนะถึงกระทรวงพาณิชย์และภาครัฐว่า ควรส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศให้มากขึ้น โดยจัดกิจกรรม Trade Mission เพื่อเปิดตลาดการค้าใหม่แยกตามกลุ่มสินค้าและแยกตามกลุ่มประเทศรวมถึงการสำรวจตลาดใหม่ขณะเดียวกันภาครัฐควรเร่งแก้ไขและลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศอาทิการเร่งเปิดท่าเรือแหลมฉบังเพื่อลดความแออัดในการขนส่งเดินหน้าผลักดันและเร่งเจรจาการค้าระหว่างประเทศกับประเทศอื่นๆที่ไทยสามารถเปิดตลาดใหม่ได้เช่นปากีสถานอียิปต์เป็นต้นเพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ส่งออกของไทย

ครม. ขยายฟรีวีซ่า 21 ประเทศ

ดึงต่างชาติเที่ยวตรุษจีนสงกรานต์

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการขยายเวลามาตรการเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (VISA ON ARRIVAL) หรือวีซ่า VOA อัตรา 2,000 บาทต่อรายสำหรับ 20 ประเทศ 1 เขตเศรษฐกิจ ตามที่ ครม.เคยมีมติเห็นชอบก่อนหน้านี้ จากเดิมมาตรการดังกล่าวจะหมดอายุในวันที่ 13 ..2562 นี้ โดยขยายไปเป็นหมดอายุมาตรการ ในวันที่ 30 เม..2562 เพื่อให้ครอบคลุมช่วงเวลาเทศกาลตรุษจีนและสงกรานต์ ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามายังประเทศไทยเป็นจำนวนมาก การขยายมาตรการในครั้งนี้จะทำให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางมาประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแบบเช่าบินเหมาลำ (ชาเตอร์ไฟท์) มากขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยว 21 ประเทศ ได้แก่ อันดอร์รา บัลแกเรีย ภูฏาน จีน ไซปรัส เอธิโอเปีย ฟิจิ อินเดีย คาซัคสถาน ลัตเวีย ลิทัวเนีย มัลดีฟส์ มอลตา มอริเชียส ปาปัวนิวกิเนีย โรมาเนีย ซานมาริโน ซาอุดิอาระเบีย ไต้หวัน ยูเครน และ อุซเบกิสสถาน

พณ.ระบายข้าวเกลี้ยงสต๊อก 16 ล้านตัน

ลดภาระค่าดูแลเดือนละกว่าพันล้าน

wikipedia.org

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมในฐานะประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐและเลขานุการคณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว ได้ระบายข้าวในสต๊อกของรัฐที่ผ่านการตรวจนับปริมาณ มีผลการตรวจสอบและจัดระดับคุณภาพแล้ว รวมทั้งสิ้น 16.84 ล้านตัน มูลค่ารวม 145,080 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาข้าวไว้ในสต๊อกเดือนละกว่า 1,000 ล้านบาท ส่งผลดีต่อการกำจัดอุปทานส่วนเกิน ส่งผลถึงระบบการผลิต การค้าและราคาข้าวของไทยกลับสู่ภาวะปกติตามกลไกตลาด รวมถึงเป็นการยุติการนำสต๊อกข้าวของรัฐมาเป็นข้ออ้างกดดันราคาข้าวในฤดูกาลผลิตใหม่ และทำให้ปี 2561 ไทยสามารถส่งออกข้าวได้ตามเป้าหมายปริมาณรวม 11.13 ล้านตัน มูลค่ารวม 5,623 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 180,413 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและมูลค่า ส่วนเป้าหมายการส่งออกข้าวในปี 2562 เบื้องต้นคาดว่าปริมาณการส่งออกไม่ต่ำกว่า 10 ล้านตัน ลดลงจากปี 2561 เล็กน้อย เพื่อมุ่งผลักดันมูลค่าการส่งออกให้สูงขึ้น โดยมีผู้นำเข้าสำคัญในเอเชีย ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ อาทิ ตะวันออกกลาง ยุโรป อเมริกา โดยจะประชาสัมพันธ์ข้าวไทยอย่างต่อเนื่องผ่านการจัดกิจกรรมที่สำคัญ เช่น งานประชุมข้าวนานาชาติ Thailand Rice Convention 2019 เป็นต้น

รฟท.คลิกไอเดียดึงเอกชนพัฒนา

พื้นที่รอบสถานีรถไฟขอนแก่น

รับความเร็วสูงไทยจีน

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.มีแผนนำที่ดินรอบสถานีรถไฟขอนแก่นเนื้อที่รวม 108.4 ไร่ มูลค่าที่ดินกว่า 1,000 ล้านบาท มาพัฒนาโครงการรูปแบบมิกซ์ยูส โดยให้สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เป็นผู้ศึกษาและออกแบบผังพัฒนาพร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นและทดสอบความสนใจของนักลงทุนก่อนนำมาเปิดให้เอกชนประมูล สำหรับเนื้อที่  108.4 ไร่ แบ่งการศึกษาเชิงพื้นที่ภายในรัศมี 1 กิโลเมตรเป็น 4 โซน ได้แก่ โซนบี โครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เนื้อที่ 16.2 ไร่, โซนซีและโซนดี โรงแรม ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า เนื้อที่ 26.5 ไร่, โซนอี พื้นที่สวนสนุกและพื้นที่สันทนาการ เนื้อที่ 58.6 ไร่ และ โซนเอฟ พื้นที่ประเภทกลุ่มอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยของพนักงานการรถไฟ เนื้อที่ 8 ไร่ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังเป็นเพียงแนวคิด และเป็นการสอบถามนักลงทุนเพื่อศึกษาเรื่องความสนใจในการพัฒนาพื้นที่ หากมีการลงทุนจริงจะใช้รูปแบบการร่วมทุนรัฐและเอกชน หรือพีพีพี ซึ่งการพัฒนานี้จะรองรับการเติบโตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากโครงการรถไฟทางคู่ชุมทางจิระขอนแก่น ที่จะแล้วเสร็จในปี 2563 โครงการรถไฟฟ้ารางเบาในตัวเมืองขอนแก่น และ โครงการรถไฟความเร็วสูง ไทยจีน ระยะที่ 2

ฮุนไดผลิตรถยนต์เดินได้

เข้าถึงทุกพื้นที่ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

www.engadget.com

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ฮุนได บริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่จากเกาหลีใต้ โชว์นวัตกรรมใหม่ล่าสุด รถยนต์เดินได้ฮุนได เอเลเวทซึ่งเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีระหว่างรถยนต์ไฟฟ้ากับหุ่นยนต์ มาพร้อมกับขาที่ติดล้อ ทำให้สามารถเดินข้ามสิ่งกีดขวางต่างๆได้ในทุกพื้นผิว นายจอห์น ซูห์ หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมของฮุนได กล่าวว่า รถยนต์เดินได้ผลิตออกมามาเพื่อใช้สำหรับช่วยเหลือชีวิตผู้คนในภัยพิบัติต่างๆ เนื่องจากความต้องการในการค้นหาและช่วยเหลือ รวมทั้งการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่มีเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก หากไม่ต้องการใช้ขาก็สามารถเก็บเข้าไปเหลือเพียงล้อ และกลายเป็นรถเล็กๆธรรมดาคันหนึ่ง เห็นแนวคิดนี้แล้วนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส หุ่นยนต์ต่างดาวที่สามารถเปลี่ยนร่างได้ กลายเป็นยานพาหนะ อาวุธ เครื่องจักร แสดงให้เห็นว่าจินตนาการกับของจริงคือเรื่องเดียวกัน