เป็นธรรมเนียมติดต่อกันมา 29 ปี แล้ว ที่ทุกเดือนแรกของปี นิตยสารเนชันแนลลีฟวิง (ไอแอล) จะแถลงผลการจัดอันดับประเทศที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตเกษียณ จากการจัดทำดัชนีเกษียณโลกประจำปี ซึ่งในปี 2019 นี้ เป็นที่น่ายินดีว่า ‘ประเทศไทย’ ติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศน่าอยู่ที่สุดในโลกในวัยเกษียณ โดยในปีนี้มีประเทศในกลุ่มอาเซียนติดอันดับ 2 ประเทศ นั่นคือมาเลเซียและไทยเท่านั้น


เปิดเกณฑ์ชี้วัดดัชนีเกษียณโลก ชี้เป้า ประเทศน่าอยู่ที่สุดในโลกในวันเกษียณ อยู่แล้วสบายใจ ดำรงชีวิตได้อย่างพอเพียง

เจนนิเฟอร์ สตีเวนส์ บรรณาธิการบริหารนิตยสารเนชันแนลลีฟวิง กล่าวถึงที่มาของการทำดัชนีเกษียณโลกทุกปีว่า คนวัยเกษียณต่างให้ความสำคัญกับสถานที่ที่ตนเองตั้งใจไปใช้ชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ โดยมองว่าเป็นบ้านหลังใหม่ ในนิยามที่แตกต่าง

“การทำดัชนีเกษียณโลกในแต่ละปี ก็เพื่อนำเสนอแง่มุมและข้อเท็จจริงที่แตกต่างของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นจุดหมาย หรือ destination ของคนวัยเกษียณ ที่ต่างก็ให้ความสำคัญในการเลือกที่พักอาศัยในวัยเกษียณในปัจจัยที่ต่างกัน บางคนมองเรื่องค่าครองชีพต่ำ ปรับตัวเข้ากับที่นั่นได้ง่าย หรือมีสถานพยาบาลหรือที่พักฟื้นที่ให้บริการดี ราคาไม่แพง และปัจจัยเหล่านี้นี่เองที่ทางนิตยสารไอแอลของเรานำมากำหนดเป็นเกณฑ์พิจารณาในการจัดทำดัชนีเกษียณโลกทุกปี”

โดยการจัดอันดับประเทศที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตเกษียณ หากมองหาประเทศที่คู่สมรสสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้แบบสบายๆ ด้วยเงินเดือนละไม่เกิน 1,800 ดอลลาร์ หรือประมาณ 57,570 บาท ซึ่งใช้เกณฑ์พิจารณาทั้งหมด ดังนี้ การซื้อและการลงทุน การเช่าที่อยู่อาศัย ผลประโยชน์และส่วนลดที่ให้กับผู้สูงอายุ วีซ่าและที่อยู่อาศัย ค่าครองชีพ ความผสมกลมกลืนอย่างลงตัว ความบันเทิงและสิ่งอำนวยความสะดวก การดูแลสุขภาพ ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ โอกาสในการพัฒนาเมือง บรรยากาศ และการบริหารบ้านเมือง


วิเคราะห์ความโดดเด่นของประเทศไทย 1 ใน 10 ประเทศน่าอยู่ที่สุดในโลกในวัยเกษียณ  

ในปีนี้ ผลการจัดอันดับ 10 ประเทศน่าอยู่ในวัยเกษียณที่สุดในโลก ปี 2019 อันดับหนึ่ง เป็นของประเทศปานามา ตามด้วย คอสตาริกา เม็กซิโก เอกวาดอร์ มาเลเซีย โคลัมเบีย โปรตุเกส เปรู ไทย และสเปน โดยทีมงานนิตยสารไอแอล ผู้จัดทำดัชนีเกษียณโลกวิเคราะห์ว่า สำหรับประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความโดดเด่นและเหมาะสมจะไปใช้ชีวิตอยู่ในวัยเกษียณ เพราะมีความหลากหลายด้านวัฒนธรรมและประชากร ภูมิอากาศดี สามารถใช้ชีวิตและมีไลฟ์สไตล์ตอบรับกับผู้อยู่อาศัยทุกรสนิยม

นอกจากนั้น ยังมีภูมิประเทศหลากหลายให้เลือกพักอาศัยตามความชอบของแต่ละคน มีตั้งแต่เมืองชายทะเล ไปจนถึงเมืองเชิงเขาที่มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ส่วนสนนราคาค่าที่พัก ทั้งแบบเช่าและแบบซื้อก็มีให้เลือกหลายระดับตั้งแต่ราคาสูง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หรูหรา ไปจนถึงราคาแบบพอเพียง ซึ่งเรทราคารวมนั้นหากนำไปเปรียบเทียบกับประเทศในแถบอเมริกาเหนือก็ถูกกว่ามากทีเดียว

สำหรับประเทศไทย นิตยสารไอแอลบอกถึงความโดดเด่นไว้ในรายงานผลการจัดอันดับสุดยอด ประเทศน่าอยู่ที่สุดในโลกในวัยเกษียณ ปี 2019 ว่าไทยมีพรมแดนติดกับเมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งยังมีพื้นที่ชายฝั่งอันสวยงาม ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีความน่าสนใจในด้านประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศใด และยังมีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรม มีเสน่ห์ เป็นที่ชื่นชอบที่จะมาดำรงชีวิตของชาวต่างชาติ

โดยสิ่งที่นิตยสารไอแอลเน้นย้ำ คือ คุณจะมีความสุขที่ได้อยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมไทยอันสนุกสนาน ชีวิตจะมีสีสันทุกวัน นอกจากนั้นในแง่ของสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ก็มีความเพียบพร้อม เข้าถึงได้ง่าย มีโรงพยาบาลเอกชนที่ทันสมัยหลายแห่ง ค่ารักษาพยาบาลก็อยู่ในระดับที่ไม่แพง ประมาณ 10 ดอลลาร์ เท่านั้น

ส่วนชัยภูมิของประเทศไทย ก็ถือว่าอยู่ในทำเลที่ดี สามารถเดินทางถึงกันได้โดยเครื่องบินเพื่อไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น


ประเทศมาเลเซีย อีกหนึ่งประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของผู้เกษียณทั่วโลก

ขณะที่ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมาแรงและได้รับความนิยมจากผู้เกษียณทั่วโลก จนได้อันดับ 5 ของประเทศน่าอยู่น่าเกษียณที่สุดในโลก ปีนี้มีคำการันตีจากทีมนิตยสารไอแอลว่า มาเลเซียมีที่ตั้งที่เหมาะสม เดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สะดวก ทั้งยังมีชายหาดที่งดงามและป่าฝนที่อุดมสมบูรณ์ เก่าแก่ที่สุดในแถบภูมิภาคนี้

ทั้งหมดที่เอ่ยมาเป็นเพียงปัจจัยทางกายภาพที่เหมาะสมสำหรับการพักอาศัย ทว่า มาเลเซียมีความโดดเด่นในแง่ของระบบกฎหมายที่มีอิทธิพลจากระบบกฎหมายของประเทศอังกฤษด้วย

ป้ายจราจรตามท้องถนนของเมืองใหญ่ในมาเลเซีย ที่มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษามาเลเซีย การใช้ชีวิต การสัญจรไปมาด้วยการขับรถในประเทศนี้จึงสะดวกและเป็นที่คุ้นเคยของผู้เกษียณชาวตะวันตก ที่เป็นเช่นนี้เพราะภาษาอังกฤษ นับเป็นภาษาแรกที่คนในท้องถิ่นนี้สามารถสื่อสารควบคู่ไปกับภาษาถิ่นได้ ดังนั้น ชาวตะวันตกที่ใช้ภาษาอังกฤษจึงสามารถมาอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ได้เลย โดยไม่ต้องเรียนรู้ภาษาถิ่นอะไรเพิ่มเติมทั้งสิ้น

“ครอบครัวที่มีสมาชิกประมาณ 6 คน สามารถออกไปรับประทานอาหารในภัตตาคารอาหารจีนดีๆ โดยสั่งได้ประมาณ 10 เมนู ด้วยราคาคนละไม่ถึง 5.7 ดอลลาร์ ราคานี้รวมเบียร์แล้ว ส่วนค่าตัดผมชายก็มีราคาไม่ถึง 2.16 ดอลลาร์ อย่างในเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย คู่สามีภรรยาสามารถอยู่ได้สบายๆ ด้วยเงิน 1,800 ดอลลาร์ต่อเดือน รวมค่าเช่าบ้านแล้ว” สตีเวนส์ บรรณาธิการนิตยสารไอแอลอธิบายเพิ่มเติมให้เห็นภาพ

ส่วนการใช้บริการในโรงพยาบาลที่มาเลเซีย ผู้ที่เคยมาพักอาศัยต่างพูดตรงกันว่า การพบแพทย์ในโรงพยาบาลใช้เวลาไม่นานและไม่แพง ค่าผ่าตัดก็ถูกมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียในโรงพยาบาลที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งจากการที่ผู้สื่อข่าวของนิตยสารไอแอลไปทดลองใช้บริการในโรงพยาบาลลัมวาห์ ประเทศมาเลเซีย พบว่าใช้เวลาเพียง 5 นาที ก็ได้ทั้งผลการตรวจเลือด ปัสสาวะ ขณะที่การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงก็เสร็จ รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพียง 43 ดอลลาร์ นับว่าเป็นการบริการทางการแพทย์ที่ดีเยี่ยม

ในอีกด้าน การใช้ชีวิตแบบเอาท์ดอร์ที่มาเลเซีย นับเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของการอยู่ที่นี่ เพราะมาเลเซียเป็นสวรรค์ของคนรักชายหาดที่มีทรายสีขาวยาวไกลสุดสายตา เพราะมีเกาะน้อยใหญ่ให้เลือกเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนมากถึง 878 เกาะ ขณะที่ใครชอบเดินป่า ก็มีเส้นทางเดินป่าให้ได้ไปเที่ยวถึง 60 เส้นทาง


การจัดอันดับนี้จึงทำให้ มาเลเซียและไทย ครองอันดับ 1 และ 2 ประเทศน่าอยู่ในวัยเกษียณที่สุดในทวีปเอเชีย โดยปีนี้ยังมีประเทศกัมพูชา อยู่ในอันดับ 12 และเวียดนาม อยู่ในอันดับที่ 19 ด้วย นี่จึงถือเป็นตัวชี้วัดว่า ประเทศในแถบภูมิภาคอาเซียนนี้ไม่เพียงมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจเท่านั้น แต่ยังมีการพัฒนาทางกายภาพที่น่าสนใจ จึงเป็นสถานที่ที่น่าเดินทางไปท่องเที่ยวและน่าพักอาศัยอีกด้วย


ที่มา : https://internationalliving.com/the-best-places-to-retire/


อัปเดตเทรนด์การท่องเที่ยวและการพักผ่อนในทุกแง่มุม กันต่อ

‘Less is more’ เรียบง่ายแต่ได้มาก ใจความสำคัญ ชี้ ‘เทรนด์การท่องเที่ยว ปี 2019’ โดนใจคนรุ่นใหม่

 

ได้เวลาวางมาตรฐาน ทัวร์คุณภาพ ฟื้นฟูภาพลักษณ์ การท่องเที่ยวไทยแลนด์ 4.0 ให้ไฉไลกว่าเดิม

เที่ยวเวียดนาม มุมมองใหม่ ชวนไปหาคำตอบ ทำไม เวียดนามจึงขึ้นแท่น ผู้นำเทคโนโลยีแห่งอาเซียน ?