ในตอนนี้ใครหลายคนอาจเริ่มคุ้นเคยกับคำว่า ‘เศรษฐกิจแบ่งปัน’ หรือ ‘Sharing Economy’ เพราะนิยามรูปแบบใหม่ของการทำธุรกิจแนวนี้ค่อยๆ เปลี่ยนโฉมรูปแบบการทำธุรกิจเดิมให้เป็นไปตามระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ภาคธุรกิจกับภาคสังคมเกื้อหนุนกัน และเติบโตไปด้วยกันมากขึ้น


โดยโมเดลการก่อร่างสร้าง เศรษฐกิจแบ่งปัน นี้ ส่วนใหญ่เป็นการริเริ่มธุรกิจจากการนำทรัพยากรที่มีอยู่ มาปล่อยให้ซื้อหรือเช่า เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของสินทรัพย์นั้นๆ หากจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ก็เช่น การให้เช่าบ้านระยะสั้นของบริษัท Airbnb หรือธุรกิจการให้บริการรับส่งผู้โดยสารและสิ่งของ ของบริษัท UBER นั่นเอง

นอกจากนั้น หากจะทำความเข้าใจ ‘เศรษฐกิจแบ่งปัน’ (Sharing Economy) ให้ถ่องแท้มากขึ้น ก็ต้องอธิบายเพิ่มเติมตามบทความของ คุณมนตรี วรารักษ์สัจจะ ซึ่งประจำอยู่ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ เขียนไว้ เรื่อง “เศรษฐกิจแบ่งปันในประเทศจีน” เพื่อทำความเข้าใจกับผู้อ่านก่อนว่า

“เศรษฐกิจแบ่งปันเกิดขึ้นมาจากการปฏิวัติการติดต่อสื่อสาร ทำให้ทุกคนสามารถใช้โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุกเวลา ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้น และสามารถเชื่อมโยงผู้เช่าหรือผู้ซื้อบริการเข้ากับเจ้าของทรัพย์สินผ่านช่องทางแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน ไม่ต้องผ่านนายหน้าที่เป็นบุคคล ค่าใช้จ่ายจากการจ้างนายหน้าจึงไม่เกิด และสามารถดำเนินการให้บริการได้ทันทีทันใด หรือเรียกว่ารูปแบบ peer to peer (P2P)”

จากนั้นผู้เขียนบทความนี้ ก็ชี้ให้เห็นต่อไปว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจแบ่งปันเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม คือ สังคมไร้เงินสด (Cashless society) ที่ทำให้การชำระเงินของธุรกิจในรูปแบบเศรษฐกิจแบ่งปันเกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัย ทันทีทันใด ทุกที่ ทุกเวลา จึงสามารถกล่าวได้ว่าเศรษฐกิจแบ่งปัน เป็นสิ่งที่ต่อยอดจากการเกิดขึ้นของการเป็นสังคมไร้เงินสด เกิดเป็นระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เกื้อหนุนกันและเติบโตไปด้วยกัน

หากจะยกตัวอย่างประเทศที่มีความเป็นสังคมไร้เงินสด จนสามารถขับเคลื่อนให้เกิดระบบเศรษฐกิจแบ่งปันขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม คงเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจากประเทศจีน ที่ตอนนี้กล่าวได้ว่า แดนมังกรแห่งนี้เป็นทั้งผู้นำด้านเศรษฐกิจแบ่งปันและสังคมไร้เงินสดซึ่งมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลกไปแล้ว


เข้าใจโลกของ สังคมไร้เงินสด ปฐมบท เศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) ในจีน

บทความของคุณมนตรีอธิบายถึง สังคมไร้เงินสด ซึ่งตอนนี้ในสังคมจีนแทบจะเปลี่ยนประเทศไปพึ่งพาการซื้อขายรูปแบบนี้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า

“สังคมไร้เงินสดเป็นแนวคิดสังคมเศรษฐกิจที่มองว่าเงินสดที่จับต้องได้จะมีความสำคัญน้อยลง และถูกแทนที่ด้วยการใช้เทคโนโลยีจากระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตแทน เริ่มแรกเกิดขึ้นจากความนิยมการใช้บัตรเครดิตและเดบิต ต่อมาจึงมีระบบธนาคารออนไลน์ และระบบจ่ายเงินออนไลน์ (e-payment)”

www.thaibizchina.com

“แต่หลังจากการปฏิวัติการติดต่อสื่อสาร สมาร์ทโฟนได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คน และกลายเป็นช่องทางใหม่ในการชำระสินค้าและบริการที่ได้รับการพัฒนาระบบโดยเฉพาะด้านความปลอดภัย เพื่อให้สามารถใช้ทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ผ่านแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน ที่เป็นสื่อกลางหรือช่องทางเข้าถึงบัญชีเงิน ด้วยการสแกน QR Code ได้ทันที ทำให้ได้รับความนิยมมากกว่าการใช้เงินสด”

ตัวอย่างของการปรับเอาระบบการจ่ายเงินอัจฉริยะนี้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและแพร่หลาย นั่นคือ ประเทศจีน ที่ทุกวันนี้ชาวจีนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่จำเป็นต้องพกเงินสดเลย ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าอาหารข้างทางจนถึงการจ่ายค่าสาธารณูปโภค ก็สามารถชำระผ่านทางสมาร์ทโฟนได้ทั้งหมด

www.thaibizchina.com

ล่าสุด จากการสำรวจผู้ให้บริการชำระเงินผ่านทางสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมสูงสุดในจีน ก็คือ Alipay หรือจือฟู่เป่า ของบริษัท Alibaba และ Wepay หรือวีซิง ของบริษัท Tencent คิดเป็นสัดส่วนในตลาดรวมกันถึง 93 เปอร์เซ็นต์ มีมูลค่ามากถึง 29.5 ล้านล้านหยวน (ข้อมูลไตรมาสที่สี่ ปี พ.ศ. 2560)

โดยปัจจัยที่ทำให้ผู้ให้บริการทั้งสองบริษัทได้รับความนิยมมาก คือ สามารถใช้แอปพลิเคชันจ่ายเงินผ่าน Alipay หรือ Wepay ร่วมกับแอปพลิเคชันอื่นได้ เช่น แอปพลิเคชันเครือข่ายสังคมออนไลน์ แอปพลิเคชันท่องเที่ยว แอปพลิเคชันขายสินค้าออนไลน์ แอปพลิเคชันสั่งอาหาร แอปพลิเคชันจองที่พัก แอปพลิเคชันให้บริการรับส่ง เป็นต้น


ต่อยอด สังคมไร้เงินสด สู่ ‘เศรษฐกิจแบ่งปัน’ ที่กำลังเติบโตในแดนมังกร

จากความนิยมอย่างแพร่หลายในสังคมไร้เงินสดของจีนมีส่วนต่อยอดให้เศรษฐกิจแบ่งปันในประเทศจีนเติบโตขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ภายในระยะเวลา 5 ปี ตามข้อมูลของ State Information Center (SIC) ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2561 ระบุว่า

“ข้อมูลของ sharing economy research center of the state information center ในปี พ.ศ. 2560 พบว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจแบ่งปันในจีนมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 4.9 ล้านล้านหยวน ในปีที่แล้ว นับว่าเพิ่มขึ้น 47.2 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้า และมีผู้ใช้งานมากกว่า 700 ล้านคน ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมของเศรษฐกิจแบ่งปันในปี พ.ศ. 2560 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงสิบล้านคนจากปีก่อน”

ด้านการจ้างงาน เมื่อเศรษฐกิจแบ่งปันได้รับความนิยมมากในสังคมจีน ทำให้มีชาวจีนได้รับการจ้างงานในสาขาเกษตรกรรม การแพทย์ การศึกษา และการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นถึง 7.16 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนกับประเทศอื่นแล้ว ตลาดของเศรษฐกิจแบ่งปันในประเทศจีน ปี พ.ศ. 2561 มีสัดส่วนมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ของเศรษฐกิจแบ่งปันจากทุกประเทศทั่วโลก (ข้อมูลอ้างอิงจาก http://www.iresearchchina.com)

และที่ผ่านมา แบรนด์ในเศรษฐกิจแบ่งปันของจีนยังเริ่มขยายการให้บริการไปยังต่างประเทศ เช่น บริการให้เช่าจักรยาน mobike หรือการที่ธุรกิจในตลาดเศรษฐกิจแบ่งปันของจีนซื้อธุรกิจอื่นๆ อย่างกรณีการซื้อ Uber ประเทศจีนโดย Didi ซึ่งปรากฏการณ์นี้ทำให้ประเทศจีนเป็นผู้ครอบครองตลาดผู้ให้บริการในรูปแบบเศรษฐกิจแบ่งปันรายใหญ่ที่สุด ทั้งยังเป็นแหล่งบ่มเพาะธุรกิจในโมเดลเศรษฐกิจแบ่งปันจนทำให้เกิดบริการใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ประเทศจีนจึงกลายเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจแบ่งปันของโลกในอันดับต้นๆ ก็ว่าได้

www.thaibizchina.com

โดยบทความชิ้นนี้ ได้ยกตัวอย่างแบรนด์ในเศรษฐกิจแบ่งปันของประเทศจีนที่ประสบความสำเร็จให้เห็นภาพด้วย

  • DIDI แอปพลิเคชันให้บริการรถรับส่งโดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคล สามารถเลือกชนิดรถยนต์ เวลาที่ต้องการ และสามารถเรียกรถให้คนอื่นได้
  • OFO และ Mobike แอปพลิเคชันเช่ารถจักรยาน สามารถสแกน QR Code จักรยานที่จอดทิ้งไว้ แล้วเมื่อใช้เสร็จ สามารถจอดไว้ที่ใดก็ได้
  • เจียเตี้ยน แอปพลิเคชันเช่าแบตเตอรี่สำรอง สามารถเช่าแบตสำรองจากจุดให้บริการ เคาน์เตอร์ชำระเงิน ร้านอาหาร โรงแรม แล้วไปคืนที่จุดให้บริการอื่นได้เมื่อใช้เสร็จ
  • แอปพลิเคชันเช่าร่ม ส่วนมากให้บริการบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยจะเป็นแท่นวางร่มให้บริการโดยเฉพาะ เมื่อใช้เสร็จสามารถนำมาคืนได้ที่แท่นวางร่มที่ว่างอยู่
  • Tujia แอปพลิเคชันให้เช่าที่พัก เป็นบริการให้เช่าที่พักระยะสั้น โดยเจ้าของบ้านจะเป็นคนจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้ ซึ่งตอนนี้ได้รับความนิยมสูงมากในจีน
  • เอ้อเลอเมอ แอปพลิเคชันบริการส่งอาหาร ผู้สั่งสามารถเลือกอาหารและปรับแต่งได้โดยละเอียด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันนี้จะเป็นผู้รับชำระเงิน จัดคิว และส่ง โดยที่ร้านอาหารไม่ต้องจัดการเองเลย

ต่อมา ในประเด็นที่ว่าแล้วใครเป็นฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจแบ่งปันนี้บ้าง สามารถวิเคราะห์ได้หลายประเด็นดังนี้

www.thaibizchina.com

ผู้สร้างแอปพลิเคชันหรือผู้สร้างแพลตฟอร์ม เป็นกลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรที่ไม่ได้เป็นเจ้าของมาสร้างรายได้ ด้วยการวางระบบให้ดี สะดวกและปลอดภัยทั้งแก่ผู้ใช้และผู้ให้บริการ ยกตัวอย่างการส่งของผู้สร้างแอปพลิเคชันหรือผู้สร้างแพลตฟอร์ม ก็ไม่ต้องจ้างพนักงานส่งของมาเป็นพนักงานประจำ ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายต่อเดือน ในอีกด้านก็เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพใหม่ๆ โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่แล้วสร้างช่องทางที่ทำให้เกิดรายได้ใหม่ได้

ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ จะได้รับบริการที่ความหลากหลายมากขึ้น พร้อมสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ผู้สร้างแพลตฟอร์มเสนอให้ และยังมีโอกาสได้รับบริการใหม่ๆ ด้วย เช่น สามารถเรียกรถรับส่งได้โดยไม่ต้องเรียกแท็กซี่และสามารถจ่ายเพิ่มเพื่อให้ได้รถที่ดีกว่าหรือได้บริการที่ไวกว่า โดยไม่ต้องออกไปโบกเรียกเอง หรือเมื่อต้องจองโรงแรม ก็ช่วยให้ได้ห้องพักแบบที่อยากได้จริงๆ อย่างที่พัก ต้องการกี่ดาว ประเภทโรงแรมหรือเกสต์เฮาส์ สามารถกำหนดงบได้เอง และยังได้แต้มเอาไปแลกเป็นส่วนลดในการใช้บริการครั้งถัดไปด้วย

www.thaibizchina.com

กลุ่มผู้ให้บริการ ทำให้สินค้าและบริการของตนเข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่ม และเกิดการรับรู้ในสินค้าของตนมากยิ่งขึ้น เช่น ร้านอาหารมีความพร้อมในการทำอาหารในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ แต่ไม่อยากลงทุนจ้างพนักงานส่งอาหารเพิ่มก็สามารถใช้บริการส่งอาหารเป็นช่องทางในการส่งสินค้าได้ ช่วยสร้างรายได้เพิ่ม ขณะที่เสียค่าใช้จ่ายน้อย ไม่เสียเวลาในการจัดการ เพราะผู้ให้บริการส่งอาหารเป็นผู้จัดการคิวในการจัดส่งให้ แถมยังทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากกว่าเดิม จึงเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเศรษฐกิจแบ่งปันจะสร้างประโยชน์ให้เศรษฐกิจจีนมากมายหลายด้าน แต่เมื่อเหรียญมีสองด้าน เศรษฐกิจแบ่งปันก็สร้างปัญหาใหม่ให้เกิดขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะด้านกฎหมาย ทำให้เกิดการแย่งลูกค้ากับธุรกิจเดิมที่มีอยู่และดำเนินการอย่างถูกกฎหมาย และยังมีปัญหาด้านความปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการเกิดขึ้นด้วย

ยกตัวอย่าง กรณีของบริการเช่ารถจักรยาน mobike และ ofo แม้บริการเช่าจักรยานจะเป็นเหมือนดาวเด่นของเศรษฐกิจแบ่งปัน แต่ก็ทำให้เกิดสุสานจักรยานขึ้นในนครเซินเจิ้นและเมืองใหญ่อื่นๆ เนื่องจากผู้ใช้บริการจะจอดจักรยานทิ้งไว้ที่ไหนก็ได้ ขณะเดียวกัน เมื่อบริการนี้ได้รับความนิยมก็เกิดการแข่งขันบริการให้เช่าจักรยานสูงมาก และยังมีการขโมยและทำลาย QR Code จึงเกิดการทิ้งจักรยานเป็นสุสานจักรยานขนาดมหึมา เกิดเป็นขยะจักรยาน รวมถึงการรุกล้ำทางเท้า เพราะทางเดินกลายเป็นที่จอดจักรยาน และเป็นการรบกวนชีวิตประจำวันของผู้คนไปโดยปริยาย


ผู้เขียนบทความนี้หยิบยกการคาดการณ์อีกกระแสหนึ่ง ที่ฟันธงว่าเศรษฐกิจแบ่งปันอาจจะเป็นเพียงกระแสนิยมแค่ระยะหนึ่งเท่านั้น ยกตัวอย่างของบริการให้เช่าจักรยานที่มีผู้ให้บริการจำนวนมากแค่ในระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มปิดตัวตามกัน จึงคาดการณ์ว่าหลังจากหมดกระแสลงจะเหลือบริการแค่ไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่สามารถขยายตัวต่อไปได้

แต่ก็ต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจแบ่งปันในประเทศจีน ก็เป็นปรากฏการณ์ที่มีความน่าสนใจ ไม่ใช่แค่ธุรกิจที่ลงทุนน้อยแต่ได้เงินมากอย่างเดียวเท่านั้น แต่กลายเป็นกลไกตัวหนึ่งที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศจีนได้ และอาจกลายเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้มหาศาลกลับมาสู่ประเทศในอนาคต แค่อาจมีความท้าทายในด้านความมั่นคงและเสถียรภาพ ว่าจะทำอย่างไรจึงจะก้าวข้ามกระแสของการทำธุรกิจไปสู่การเป็นอุตสาหกรรมหลักได้


ที่มา : บทความเรื่อง “เศรษฐกิจแบ่งปันในประเทศจีน” โดย คุณมนตรี วรารักษ์สัจจะ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเซี่ยงไฮ้ เผยแพร่ในเว็บไซต์ ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน (https://www.thaibizchina.com/article/เศรษฐกิจแบ่งปันในประเท/)


อัปเดตทุกการทำธุรกิจด้วยแนวคิดสร้างสรรค์เพื่อสังคม กันต่อ

2019 ปีแห่ง ‘นวัตกรรมเพื่อผู้หญิง’ เปิดตัวไอเดียโดนใจ คิดค้นโดยผู้ประกอบการหญิงทั่วโลก

ส่องเทรนด์ เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ทางรอดของมนุษย์ในศตวรรษที่ 21

ถอดบทเรียน ‘ธุรกิจ 100 ปี’ แดนอาทิตย์อุทัย สร้างกิจการอย่างไร ให้ยิ่งใหญ่และยั่งยืนเกินร้อยปี