นับจากภาพยนตร์เรื่องแรกของโลก La Sortie des ouvriers de I’usine Lumières ของสองพี่น้อง Lumières ออกฉายเมื่อปลายปี ค.ศ. 1895 ที่กรุงปารีส วงการหนังก็ดูเหมือนจะมีพัฒนาการก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง


เราได้ดูหนังในรูปแบบของระบบภาพที่หลากหลาย และระบบเสียงที่มีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น หนังขาวดำ หนังม้วนเดียวจบ หนังเงียบ หนังสี หนัง 16 มม. หนังกลางแปลง หนังพากย์ หนัง 35 มม. หนังเสียงในฟิล์ม หนัง 70 มม. หนัง IMAX
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “หนัง 3 มิติ” ที่ผมได้เขียนถึงไปในตอนที่แล้ว จนกระทั่งมาถึงยุคทองของ “หนัง VR” ในปัจจุบัน

VR ย่อมาจาก Virtual Reality
เป็นเทคโนโลยีที่หลอมรวมระหว่าง
Simulated Reality และ
Three-Dimensional หรือ 3D (3 มิติ)
และ 360-Degree Cameras

Pygmalion หนัง VR
https://wiki.mq.edu.au/display/vr/Virtual+Reality+History

คำว่า VR ปรากฏขึ้นครั้งแรกในเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ Pygmalion’s Spectacles ของ Stanley G. Weinbaum ในปี ค.ศ. 1935

ก่อนที่จะปรากฏอีกครั้งในอีก 3 ปีถัดมาผ่านบทความวิชาการของ Antonin Artaud เรื่อง Le Théâtre et son double ในปี ค.ศ. 1938

และแล้ว รูปธรรมของ VR ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1950 เมื่อ Morton Heilig  ได้สร้างเครื่อง VR ที่ชื่อ Sensorama เพื่อนำหนังสั้น 5 เรื่องออกฉายในปี ค.ศ. 1962

และหลังจากนั้น โลกของ VR โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Computer Game ก็พัฒนาทั้ง Hardware Software และ Peopleware มาอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน


หากพูดถึง VR กับวงการบันเทิงแล้ว ดูเหมือนภาพยนตร์ VR มีแนวโน้มจะก้าวขึ้นมาเป็นแนวทางหนึ่งของวงการหนัง

ทุกวันนี้ โลกของเรามีการใช้ VR กันอย่างแพร่หลายในเกือบทุกวงการ โดยเฉพาะในแวดวงที่พัฒนามาจากการใช้ Simulated Reality อาทิ การฝึกทางยุทธวิธี เช่น การฝึกขับเครื่องบิน การฝึกยิงปืน หรือการฝึกทางการแพทย์ คือการผ่าตัดใหญ่ รวมถึงการฝึกทางด้านประติมากรรม

นอกจากนี้ ในวงการวิศวกรรม สถาปัตยกรรม โดยเฉพาะโบราณคดี ก็นิยมใช้เทคโนโลยี VR ยังไม่นับสวนสนุก คอนเสิร์ต หรือการออกกำลังกาย ที่ก็ใช้ VR เข้ามาเป็นเครื่องมือหลัก

ความแตกต่างระหว่างหนัง VR และหนังปกติ นอกจากจะเป็นในเรื่องของมุมมองด้านภาพที่ไม่เพียงจะมีมุมมองแบบ Panorama แต่เป็นมุมมองแบบ 360 องศา หรือจะเป็นในเรื่องของการใช้อุปกรณ์การชมที่มีลักษณะเฉพาะคือ แว่นครอบศีรษะแล้ว

ความพิเศษของหนัง VR ก็คือ การเปิดโอกาสให้ผู้ชมสามารถเล่นกับทางเลือกต่างๆ ในหนังตามที่คนดูต้องการ เช่น ฉาก เหตุการณ์ หรือเลือกเข้าไปสวมบทบาทเป็นตัวละครในท้องเรื่อง

จากอดีตถึงปัจจุบัน มีภาพยนตร์มากมายที่กล่าวถึง VR หรือนำ VR มาเป็นตัวเดินเรื่อง และใช้มุมมองบุรุษที่หนึ่งผ่าน VR ไม่ว่าจะเป็น Total Recall Strange Days Johnny Mnemonic The Matrix Avatar ฯลฯ

ทว่า หากจะกล่าวถึง หนัง VR แท้ๆ คือถ่ายทำด้วยเทคโนโลยี VR หรือกล้อง 360 องศาแล้วล่ะก็ นอกจากหนังสั้น 5 เรื่องของ Morton Heilig เจ้าของฉายา The Fathers Of Virtual Reality หรือ “ขุ่นพ่อ VR”

Morton Heilig 3D VR
Morton Heilig, The Fathers Of Virtual Reality

Morton Heilig สร้างทั้งหนังสั้น VR และสร้างทั้งเครื่องฉายหนัง VR ที่มีชื่อว่า Sensorama เมื่อปี ค.ศ. 1962

ซึ่งนอกจากหนังสั้น 5 เรื่องของ Morton Heilig แล้ว ดูเหมือนว่า ยังไม่มีหนังใหญ่ที่ถ่ายทำด้วยเทคโนโลยี VR อย่างเป็นจริงเป็นจังอีกเลย

จนกระทั่ง Wild หนังใหญ่ในปี ค.ศ. 2014 ได้มีการนำ VR เข้ามาใช้เป็นครั้งแรก แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 3 นาทีก็ตาม

3D VR Virtual Reality Movie

หลังจากนั้น ต้นปี ค.ศ. 2016 มีการสร้าง Series ชุด Gone ผลงานของทีมสร้าง Walking Dead ซึ่งถ่ายทำด้วย 360-Degree Cameras และเทคโนโลยี VR ในการตัดต่อและสร้างเป็นภาพยนตร์สั้นขึ้นมา

ตามด้วยกลางปี ค.ศ. 2017 การสร้าง Series ชุด Invisible ขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่ง ฝีมือผู้กำกับ Doug Liman เจ้าของผลงาน The Bourne Identity, Mr. and Mrs. Smith, Edge of Tomorrow Jumper Fair Game

VR Invisible

ล่าสุดเมื่อปลายปี ค.ศ. 2018 Walt Disney ค่ายการ์ตูนยักษ์ใหญ่ได้ร่วมกับ Oculus เบอร์หนึ่งธุรกิจ VR นำร่อง Disney PIXAR: VR Animation ด้วยภาพยนตร์เรื่อง COCO VR สร้างความฮือฮาให้กับวงการหนัง VR เป็นอย่างมาก

หนัง 3 มิติ VR COCO ส่วนในปี ค.ศ. 2019 นี้ ค่ายภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก หมายมั่นปั้นมือกับกระแสหนัง VR ที่ผู้สันทัดกรณีในวงการภาพยนตร์ระดับนานาชาติพากันคาดการณ์ว่า จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของธุรกิจบันเทิงในปีนี้

มีหนัง VR จ่อคิวฉายหลายเรื่อง ทั้งเป็นการทดสอบตลาดใหญ่ในกระแสหลักของวงการภาพยนตร์โลก และถือเป็นการถากถางเส้นทางเดินให้กับหนัง VR ให้มีที่ยืนที่หนักแน่นมั่นคงต่อไป

ซึ่งมีทั้งการ Remake หนังที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้ว นำมาปรับให้เป็น VR Movie และมีทั้งสร้างเป็นหนัง VR ขึ้นมาใหม่เลยทั้งเรื่อง อาทิ Invasion Ashes to Ashes It: Float The Conjuring, Enfield 360 Experience The Invisible Man  

นี่คือความแปลกใหม่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ หรือที่เรียกว่า หนัง VR ได้สถาปนาตัวขึ้นเป็น Alternative Movie ในวงการบันเทิงโลกครับ

ติดตามบทความ ‘ภาคสาม’ เร็วๆ นี้

ย้อนอ่านบทความภาคแรก

Alternative หรือ Disruptive เมื่อ ‘สื่อบันเทิง’ เดินมาถึงทางแยก (ตอนแรก)