เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา นอกจาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จะจัดสัมมนาเพื่อแถลงถึง “ความก้าวหน้าของโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินตะวันออก” แล้ว ในงานเดียวกันนี้ ยังได้เชิญ บิดาผู้นำเสนอแนวคิด ‘เมืองศูนย์กลางการบิน (Aerotropolis)’ ดร.จอห์น ดี คาร์ซาดา มาบรรยายในฐานะกูรูผู้มีประสบการณ์ร่วมสร้างเมืองอากาศยานระดับโลกอย่าง “เขตเศรษฐกิจอากาศยานนครเจิ้งโจว” มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดย ดร.จอห์น เป็นผู้ออกแบบพัฒนาเมืองรอบสนามบินนานาชาติเจิ้งโจวซินเจิ้ง ซึ่งในปัจจุบันกำลังได้รับการพัฒนาเป็นสนามบินที่ทันสมัยเพื่อเชื่อมต่อการค้าและการลงทุนกับธุรกิจสนามบินทั่วโลก

“สนามบินซินเจิ้ง เป็นส่วนหนึ่งของมหานครการบินเจิ้งโจว มีโมเดลคล้ายกับสนามบินอู่ตะเภา คือมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการบิน เชื่อมต่อระบบขนส่งสินค้ากลุ่ม S-curve 5 รายการ และเป็นอีกหนึ่งสนามบินนานาชาติที่จะใช้ในการขนส่งผู้โดยสารจากเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ไปยังสนามบินหลักในประเทศไทย จนถึงประเทศในอาเซียน และท่าอากาศยานทั่วโลก”

จากคำกล่าวที่ ดร.จอห์น ดี คาร์ซาดา ได้ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 แสดงให้เห็นว่า ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภามีศักยภาพที่จะพัฒนาให้เป็น ‘เมืองอากาศยาน’ หรือ ‘Aerotropolis’ เพื่อเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคและอีอีซี ตามรอยเมืองอากาศยานทั่วโลก ที่ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ต้องมีการวางแผนและมีโมเดลการพัฒนาตามต้นแบบในต่างประเทศอย่างรัดกุม


หัวใจสำคัญของการพัฒนา เมืองศูนย์กลางการบิน (Aerotropolis)

ดร.จอห์น ดี คาร์ซาดา เริ่มบรรยายด้วยการปูพื้นนิยามของแนวคิด เมืองศูนย์กลางการบิน (Aerotropolis) ว่า จะครอบคลุมการพัฒนาสนามบินและพื้นที่โดยรอบในรัศมี 10-20 กิโลเมตร เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ อุตสาหกรรม ประชากร และการศึกษา ทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับประเทศ

ดร.จอห์น ดี คาร์ซาดา : aerotropolis.com

ส่วนวงรัศมีการพัฒนาสามารถขยายตัวออกไปจากศูนย์กลางที่เป็นสนามบินสู่แนวระเบียงพัฒนาที่เชื่อมโยงกับสนามบิน (Airport Corridor) ที่ครอบคลุมกลุ่มก้อน หรือ Clusters ของการพัฒนาเมืองรูปแบบต่างๆ ในรัศมี 30 กิโลเมตร รอบสนามบิน โดยกำหนดให้การพัฒนานั้นสอดรับกับกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการบินและรูปแบบการใช้ชีวิตที่พึ่งพาอาศัยสนามบินเป็นแกนหลัก โดย ดร.จอห์นชี้ให้เห็นถึงผลลััพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการพัฒนาเมืองศูนย์กลางการบิน หรือ Aerotropolis ไว้ดังนี้

1. ยกระดับอาณาเขตเมืองศูนย์กลางการบินให้มีความทันสมัย ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งธุรกิจการบินและสิ่งที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในเมืองการบินนี้

2. ลดค่าใช้จ่ายและเวลาที่ใช้ไปกับการขนส่ง โลจิสติกส์ในระบบเทคโนโลยีภาคพื้นลง และ

3. ขยายขอบข่าย อาณาเขตของการเชื่อมต่อด้วยเส้นทางทางอากาศมากขึ้น


ทำไม ‘สนามบินอู่ตะเภา’ จึงต้องพัฒนาตามแนวคิด ‘เมืองศูนย์กลางการบิน’?

จากนั้น ดร.จอห์นชี้ให้เห็นต่อว่า ทำไมสนามบินอู่ตะเภาหรือท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา จึงต้องมีทิศทางการพัฒนาตามแนวคิดการสร้างเมืองศูนย์กลางการบิน?

  • ตามแนวคิดเรื่องการเดินทาง ขนส่ง และเชื่อมต่อ วิธีการเดินทางที่ช่วยประหยัดเวลาและไม่ยุ่งยากที่สุด ทั้งการขนส่งคนและของจากจุดหมายหนึ่งไปยังอีกจุดหมายหนึ่ง นั่นคือ Non-stop Flight หรือไฟลท์เดินทางแบบบินตรง ไม่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ไหน เพราะเมื่อคำนวณดูแล้ว เวลาที่เสียไปกับการแวะเปลี่ยนเครื่องนับเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
  • สิ่งของ พัสดุ ที่มีมูลค่ามากๆ รวมถึงผู้บริหาร ผู้คนที่มีชื่อเสียงระดับโลก ล้วนเลือกเดินทางด้วยเครื่องบิน จากสถิติล่าสุด สินค้าที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมักจะขนส่งทางอากาศถึง 30 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงการมีเมืองการบินที่ทันสมัย ครบครัน ยังช่วยส่งเสริมและดึงดูดให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย
  • ชิ้นส่วน อะไหล่ และอุปกรณ์ไฮเทคโนโลยีทั้งหลายก็จะขนส่งกันทางอากาศมากขึ้น ยกตัวอย่าง ชิ้นส่วน อะไหล่ รวมถึงตัวเครื่องไอโฟน ก็มีแผนการขนส่งทางอากาศจากประเทศผู้ผลิตเพื่อกระจายไปยังประเทศผู้บริโภคทั่วโลก

เปิดแผนเนรมิต สนามบินอู่ตะเภา เป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค & เปลี่ยนเมืองรอบสนามบินให้เป็น Aerotropolis แห่งใหม่ของอาเซียน

ในฐานะที่ปรึกษาการขับเคลื่อนอีอีซีด้วยกลยุทธ์ Aerotropolis ดร.จอห์นกล่าวถึงปฐมบทแนวคิดที่ต้องวางให้ชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค และเปลี่ยนเมืองรอบสนามบินให้เป็นเมืองศูนย์กลางการบินแห่งใหม่ของอาเซียน โดยแบ่งเป็น

บทบาทของการสร้างเมืองศูนย์การบินต่อการวางระบบคมนาคมที่เอื้อต่อการพัฒนาโครงการอีอีซี การวางผังเมืองรอบสนามบินอู่ตะเภา ส่งผลให้เกิดรูปแบบของธุรกิจหลากหลายที่ตั้งอยู่บนเส้นทางรอบเมืองการบิน และจะกระจุกในบริเวณที่สามารถเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนที่สะดวก โดยเฉพาะระบบขนส่งในรูปแบบความเร็วสูงที่เชื่อมต่อระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ซึ่งเอื้อต่อการเดินทางของกลุ่มผู้บริหาร นักลงทุนต่างชาติ ซัพพลายเออร์ และหุ้นส่วนที่จะมาร่วมลงทุนขยายธุรกิจในประเทศไทย โดยจะสามารถเดินทางเข้ามาในพื้นที่อีอีซีได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

การหยิบเอาแผนงานที่เคยวางไว้ว่าจะสร้างในโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ดมาปัดฝุ่น และวางระบบเชื่อมต่อทุกโครงการอย่างไร้รอยต่อ โดยโครงการที่ ดร.จอห์นเอ่ยถึงคือ แผนการก่อสร้าง 2 สนามบิน และ 3 ท่าเรือ ในเขตอีสเทิร์นซีบอร์ดเดิม ควรถูกนำมาสร้างขึ้นใหม่ในโครงการอีอีซี แล้ววางระบบเชื่อมต่อระหว่างสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ด้วยระบบการคมนาคมอัจฉริยะหลายรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย รวมถึงเหล่านักลงทุน นักธุรกิจด้วย

ซึ่งแนวคิดทั้งสองนี้เป็นไปตามหลักความเชื่อของการสร้าง Aerotropolis ที่ว่า การสร้างการเชื่อมต่อ หรือ Connectivity มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่า การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน หรือ Competitiveness นั่นเอง โดย ดร.จอห์นขยายความว่า

“การเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพซึ่งควรทำให้เกิดในเมืองการบินอีอีซี คือ ระบบขนส่งที่ทำให้คนที่ลงจากเครื่องบินสามารถเดินทางต่อได้ทันที โดยทุกระบบที่เชื่อมโยงกันแบบไร้รอยต่อและรวดเร็วนี้ ต้องครอบคลุมทั้งระบบรถไฟความเร็วสูง รถไฟความเร็วปานกลาง รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟลอยฟ้า แอร์พอร์ต เรลลิงก์ รถบัส และแท็กซี่”

ส่วนองค์ประกอบในเมืองรอบสนามบินที่ควรมี ดร.จอห์นระบุว่า ในส่วนของที่อยู่อาศัยและสถานที่ทำงาน ควรสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เกิดก่อนเป็นอย่างแรก เพื่อวางรากฐานให้เมืองน่าอยู่และมีชีวิตชีวา เพราะเมืองการบินนั้น ไม่ใช่แค่ส่วนผสมที่ลงตัวของเมืองอุตสาหกรรมทันสมัย และเมืองพาณิชย์ที่มีหลากหลายธุรกิจเท่านั้น แต่ต้องมีส่วนของเมือง หรือ Urban Place เพื่อคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย

นอกจากนั้น เมืองศูนย์กลางการบินนี้ยังต้องมีสถาบันวิจัย ห้องแล็บ หรือศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและในระดับนานาชาติ เพื่อเข้ามามีบทบาทในการวิจัยที่ตอบโจทย์และช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรม การอบรมและพัฒนาบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาให้แก่องค์กรหรือธุรกิจในการทำ R&D หรือ Research & Development ด้วย

และช่วงเริ่มต้นสร้าง Aerotropolis ในพื้นที่อีอีซี รอบสนามบินอู่ตะเภา ดร.จอห์นให้มุมมองที่น่าสนใจด้วยว่า ควรมีการจัดฟอรั่มหรือเปิดเวทีเพื่อให้ความรู้ว่า การพัฒนาเมืองการบินนี้มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนโครงการอีอีซีและเศรษฐกิจโดยรวมอย่างไรบ้าง รวมถึงต้องมีการจัดงานเสวนาหรือการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน จากสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างเมืองการบินแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง


สำหรับปัจจัยที่ ดร.จอห์นเน้นย้ำว่าเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขไปสู่ความสำเร็จของการสร้างเมืองอากาศยานระดับโลก นั่นคือ การวางระบบการเชื่อมต่อด้วยการคมนาคมอัจฉริยะที่ไร้รอยต่อ และเมืองการบินรอบๆ สนามบินที่มีองค์ประกอบของ Clusters ธุรกิจ ทั้งที่เอื้อต่อธุรกิจการบิน การพัฒนาภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาเมือง อยู่ร่วมกันกับเมืองที่ทันสมัย น่าอยู่ และต้องมีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีด้วย

อ้างอิง : https://www.prachachat.net/property/news-212222


อ่านเรื่องราวน่าสนใจของผู้นำทางความคิดระดับโลกกันต่อ

สุนทรพจน์ สี จิ้นผิง ครบรอบ 40 ปี นโยบายปฏิรูป & เปิดประเทศ “จีนไม่ต้องการเป็นเจ้าโลก” แต่ขอเดินหน้าสร้างตำนานความสำเร็จ พลิกฟ้าพลิกแผ่นดินให้โลกจำ

ความงดงามและลึกซึ้งใน ‘สุนทรพจน์’ ที่คนทั้งโลกจดจำ

 

ซูเปอร์ฮีโร่ในชีวิตจริง ‘สแตน ลี Stan Lee’ บิดาผู้ให้ลมหายใจแก่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่แห่งจักรวาลมาร์เวล