หลังปีใหม่ หลายคนคาดหวังชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองว่าจะดีขึ้น ควบคู่กับการดูชะตาราศีของตนเอง ซึ่งก็สร้างความเชื่อมั่นได้ในระดับหนึ่ง แต่ปัญหาที่ต้องเจอคือ เงินในกระเป๋ายังแฟบอยู่ เมื่อไหร่จะตุง?


หลายๆ คนก็คาดหวังกับการเลือกตั้ง แต่ทุกวันนี้รัฐอุกกาบาตแม้แต่เจ้าของโวยฆาตกรให้เครื่องปิดตาย กูรูด้านกฎหมายก็ยังเดินไปเดินมา ไม่สามารถให้คำตอบแก่สังคมได้ นั่นเป็นปัญหาภายในที่ต้องรอกันอีก

ปัญหาที่มากไปกว่านั้นคือ หลังการเลือกตั้งเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือไม่ หากพิจารณาเศรษฐกิจโลก อ่านรายงานของบลูมเบิร์ก ระบุว่ามีบริษัทหลายแห่งดำเนินการเพื่อปกป้องธุรกิจของตนเองแล้ว อย่างเช่น GoPro Inc. ฤดูร้อนปีนี้ตั้งใจถอนธุรกิจออกจากจีน FedEx Corp. ลดการคาดการณ์สำหรับผลกำไรและปริมาณการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไปเมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมกันนั้น นายฮามิด ม็อดฮาดัม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ San Francisco Prologis Inc. เจ้าของสำนักงานบริการโลจิสติกส์เกือบ 4,000 แห่งทั่วโลก กล่าวว่า “การแทรกแซงธุรกิจต่างๆ จะกลายเป็นการเสียภาษีในทางเศรษฐกิจ” 

ส่วนตลาดการเงินของ Bank of America Merrill Lynch ถูกโจมตีข้อมูล โดยมีการดีดตัวเลขออกมาแจ้งว่า สงครามการค้าทำให้ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 6% ตลาดหุ้นจีนจึงสูญเสีย 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2018 และอยู่ในแนวโน้มขาลง 

สงครามการค้าจะชะลอการเติบโตของจีดีพีสหรัฐในปีนี้ ผู้บริโภคในสหรัฐอาจมองโลกในแง่ดีน้อยลงเกี่ยวกับอนาคตทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กมองโลกในแง่ดีลดลงในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างน้อยอีกสองปี และบริษัทต่างๆ ก็คาดว่าการเติบโตในด้านกำไรจะลดลงในปีนี้เช่นกัน

ปัญหาคือ ที่ผ่านมาทรัมป์ดำเนินนโยบายทางการค้า 2 ระบบ ระบบแรกเหมือนกับระบบในปี 1980 ด้วยโควต้าและภาษีจำนวนเล็กน้อยคล้ายกับระบบที่เรแกนพัฒนาขึ้น อีกระบบหนึ่งคือ การแข่งขันระหว่างสหรัฐและจีนซึ่งสะท้อนถึงสงครามเย็น 

จากนั้นคำถามก็เกิดขึ้น สหรัฐพร้อมที่จะไปแข่งในรายการนี้ไกลแค่ไหน? 

ทรัมป์กำลังพิจารณาข้อตกลงที่จะหลีกเลี่ยงสงครามการค้า ซึ่งควรพิจารณาด้วยว่าสงครามการค้าจะยังคงมีอยู่ต่อไปหรือไม่ ประเทศต่างๆ ที่เป็นคู่ค้าคงจะเลือกยากว่าจะคบกับใครเพื่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าใครแข็งแกร่งกว่า

แม้ว่าจีนมีฐานะทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมากกว่าสหรัฐ แต่จีนก็ยังไม่พร้อมที่จะผลักให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินแห่งการแลกเปลี่ยนอย่างเสรีจนสามารถซื้อขายได้ในตลาดเงินและตลาดการค้ากับจีนได้

หากต้องการขยายตัวทางการค้า ส่วนใหญ่ประเทศดังกล่าวต้องแลกเปลี่ยนอัตราภาษีนำเข้าเป็น 0 จึงจะดำเนินการได้ ซึ่งหลายประเทศก็มีความกังวลในเรื่องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ หากพิจารณาถึงการเตรียมการเจรจากัน ทรัมป์ยังคงแสดงความต้องการที่จะทำลายความสัมพันธ์ทางการค้ากับทุกประเทศโดยเพิ่มอัตราภาษีเพื่อลดการขาดดุลการค้าและดึงคนกลับมาทำงานในโรงงาน

อย่างอัตราภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมที่สูงขึ้นและพร้อมที่จะเพิ่มภาษีรถยนต์ ทำให้มีแนวโน้มว่าความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคีอาจรุนแรงยิ่งขึ้นเป็นเวลาหลายปี และหากสนับสนุนการตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน เชื่อว่าทรัมป์ไม่สามารถจะรับมือได้ เพราะมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสงครามการค้านี้ 

หากการค้าระหว่างประเทศลดปริมาณการค้าลง สงครามการค้าเหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกถดถอย และหากสหรัฐทำลายความสัมพันธ์กับทุกประเทศก็จะสร้างความไม่แน่นอนเชิงลบ และอาจสร้างความผิดหวังผ่านทางตัวเลขที่ลดลงในตลาดหุ้น

หันมาดูเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ก็คงจะเป็นเศรษฐกิจที่อาจเติบโตร้อยละ 4 แบบปีที่ผ่านมา แต่กำลังซื้อของประชาชนนั้นดูค่อนข้างขยายตัวลำบาก ถ้าหากไม่มีการแก้ปัญหาการเพิ่มแรงงานการผลิต เนื่องจากหนี้สินของเกษตรกรรายย่อยมีจำนวน 25 ล้านคน มีหนี้สินประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท นั่นหมายความว่าอัตราการเติบโตของแรงงานการผลิตลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ 

ขณะที่แพลตฟอร์มแบบเดิมที่แจกที่ดินในเขตปฏิรูปตีความหมายได้ว่า ต้องแปลงเป็นโฉนดเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน การประกันราคาสินค้าจึงไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาเพื่อเพิ่มกำลังซื้อได้

ในทางตรงกันข้าม หลายประเทศใช้แพลตฟอร์มการผลิตใหม่จึงสามารถส่งสินค้าการเกษตรไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น ดูอย่างคาซัคสถาน ในปีที่ผ่านมาสามารถขยายการส่งออกเนื้อสัตว์ (วัว, แกะ) แช่แข็ง 300-600 ตันต่อเดือนไปยังตลาดจีน โดยเฉพาะเนื้อวัวนั้น เนื่องจากราคาซื้อขายในจีนอยู่ที่ประมาณ 7 ดอลลาร์ ชาวคาซัคสถานต้องต่อสู้กับต้นทุนการผลิตของตนที่ไม่เกิน 5 ดอลลาร์ เพราะต้องบวกกับค่าโลจิสติกส์ขนส่งไปจีนโดยรถบรรทุกอีก

การขยายตัวแบบนี้จะเพิ่มกำลังซื้อได้มากยิ่งขึ้นสำหรับพื้นที่ที่มีรูปแบบเหมาะสมกับแพลตฟอร์มการผลิตของตนเอง แม้ทุกวันนี้พรรคการเมืองแต่ละพรรครวมทั้งภาครัฐยังไม่ส่งสัญญาณถึงวิธีการที่ชัดเจน ฉะนั้น การคาดหวังกำลังซื้อที่จะเกิดขึ้น เพิ่มขึ้นจนกระเป๋าตุงจึงน่าจะยาก


ความเหลื่อมล้ำ เกษตรกร
เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย