สาลิกาคาบข่าว Vol.9/62

150

อีอีซีฮอทดันยอดลงทุนปี 61

เกินเป้าหมายทะลุ 9 แสนล้าน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการทำงาน และการส่งเสริมการลงทุนในปี 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า บีโอไอได้รายงานสถานการณ์การลงทุนในปี 2561 ที่ผ่านมา มีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวน 1,626 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 901,770 ล้านบาท สูงกว่าปี 2560 ทั้งจำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุนโดยจำนวนโครงการเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 และมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 43 ทั้งนี้ยอดคำขอรับส่งเสริมการลงทุนในปี 2561 มีมูลค่าสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่มูลค่า  720,000 ล้านบาท ร้อยละ25 โดยภาพรวมของโครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนในปี 2561 พบว่าอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเป็นส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 84 หรือ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 758,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-curve) ได้แก่ ดิจิทัล, การแพทย์, ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และอากาศยาน เงินลงทุนรวม 539,000 ล้านบาท และ 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายเดิม (First S-Curve) ได้แก่ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์และชิ้นส่วน, ท่องเที่ยว และแปรรูปอาหาร เงินลงทุนรวม 219,000 ล้านบาท สำหรับการขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี พบว่ามีโครงการยื่นขอรับส่งเสริมจำนวน 422 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 683,910 ล้านบาท เป็นคำขอลงทุนในพื้นที่จังหวัดชลบุรีมากที่สุดจำนวน 193 โครงการ เงินลงทุนรวม 576,910 ล้านบาท ตามด้วยจังหวัดระยอง   156 โครงการ เงินลงทุนรวม 58,700 ล้านบาท และจังหวัดฉะเชิงเทราจำนวน 73 โครงการ เงินลงทุนรวม 48,300 ล้านบาท

กกร.เชื่ออีอีซีปั๊มเศรษฐกิจปีนี้

ขยายตัวได้ถึง 4.5 หวังเลือกตั้งกระตุ้นอีกแรง

www.nia.or.th

นายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 62 มีแนวโน้มขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4% อยู่ในช่วง 4-4.3% แต่หากผลการเลือกตั้งออกมาดี มีการจัดตั้งรัฐบาลอย่างราบรื่น จะยิ่งส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุน เกิดความเชื่อมั่นนักลงทุน ซึ่งปัจจุบันมีนักลงทุนเข้ามาลงทุนต่อเนื่องโดยเฉพาะโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) โดยเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ถึง 4.5% และยังคาดว่าการส่งออกจะขยายตัวในกรอบ 5.0-7.0% จากหมวดสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรเป็นหลัก สำหรับเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปี 61 ได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ เช่น มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า(วีซ่า ออน อาร์ไรวัล) ทำให้คาดขยายตัว 3.3% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และยังเชื่อว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยปี 61 ขยายตัวได้ 4.3%

กลุ่มงานพัฒนาบุคคลากร Medical hubs

เดินหน้าพัฒนางานต่อเนื่อง

ผลประชุมเบื้องต้นของกลุ่มพัฒนาบุคคลากร อุตสาหกรรม medical hub ที่มี ศ.พญ.จิรพร เหล่าธรรมทัศน์ เป็นหัวหน้าคณะ ได้จัดประชุมกำหนดแนวทางร่วมกับกลุ่มงาน Commercial Healthcare Service group ได้ข้อสรุปเบื้องต้นเป็น 3 models ประกอบด้วย 1. Community healthcare service center (polyclinics) สำหรับดูแล registered EEC citizen ตามชุมชน โดยในอนาคตจะเติมศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก และศูนย์กายภาพบำบัด โดยมี family med เป็นหัวหน้าทีม ศูนย์นี้ทางกระทรวง สธ. ร่วมกันดูแลกับกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้ Bangsan Model เป็นต้นแบบ 2. Commercial Healthcare service model ให้ทางเอกชน ม. บูรพา และ ม. ธรรมศาสตร์ ซึ่งมีความสนใจในการทำ Medical hub และ medical tourism มาเป็นคนให้ข้อมูลว่าจะวางแผนขยายงานเพื่อรองรับ EEC สำหรับแผน 5 ปี และ 10 ปีอย่างไร จะได้ช่วยวางแผนการผลิตบุคคลากรเพื่อสนับสนุนได้ และ 3. Telehealth model เน้นการทำ Electronic health record โดยใช้ระบบ cloud ของ CAT เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลุขภาพของทุกศูนย์ฯ และ รพ. ในเขต EEC ในหลัการสร้างทีม programmers ทำ opensource EHR on cloud ซึ่งจะมีการสานงานต่อ และนำผลเบื้องต้นนี้เสนอต่อที่ประชุม EEC HDC ในการพัฒนาบุคคลากรกลุ่ม 10 S Curves ในวันที่ 21 มกราคม ที่จะถึงนี้ เพื่อสร้างเป็นงานภาคปฏิบัติต่อไป

อีเอฟซีหนุนไทยขึ้นแท่น

ผู้ส่งออกผลไม้เบอร์ 1 ของโลก

ปตท.ลงทุนห้องเย็น

www.trf.or.th

นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยความคืบหน้าโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (อีเอฟซี) ว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาอีเอฟซีให้เกิดเป็นรูปธรรมภายในปี 2564 เพื่อต่อยอดให้ไทยเป็นผู้ส่งออกผลไม้อันดับ 1 ของโลก จากปัจจุบันอยู่ที่อันดับ 2 ของโลก มีสัดส่วนการส่งออก20% รองจากชิลีที่ส่งออกอันดับ 1 สัดส่วน 21% เบื้องต้นได้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการแล้ว และปีนี้จะศึกษากลไกตลาด เชิญชวนผู้ประกอบการมาร่วมดำเนินการใช้งบประมาณดำเนินงาน 20 ล้านบาท และจะขอการสนับสนุนจากภาคเอกชนขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกประมาณ 20-30 ล้านบาทในการดำเนินการ ส่วนปี 2563 คาดว่าจะใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท รูปแบบโครงการจะมีตลาดกลางให้เกษตรกรและโรงงานอุตสาหกรรมได้แลกเปลี่ยนสินค้า มีการลงทุนห้องเย็นขนาดใหญ่ เบื้องต้นมี บริษัท ปตท. สนใจลงทุนห้องเย็นมูลค่าหลายร้อยล้านบาท โครงการดังกล่าวจะส่งผลดีต่อเกษตรกรที่จะขายได้ในราคาที่เป็นธรรม ผู้ประกอบการก็จะได้สินค้าที่มีคุณภาพ

.ธนาคารไทยแจง

เงินในบัญชีหายแบงก์ต้องรับผิดชอบ

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดเหตุพนักงานธนาคารทุจริตและยักยอกเงินลูกค้าว่า เมื่อพบกรณีที่พนักงานของธนาคารกระทำการทุจริต แต่ละธนาคารจะมีกระบวนการดำเนินการตรสจสอบภายในอยู่แล้ว ทั้งนี้แต่ละธนาคารจะต้องเอาใจใส่และมีกระบวนการควบคุมดูแลที่รัดกุมไม่ให้เกิดเหตุทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจก่อการทุจริต โดยกรณีที่พบว่าเงินหายไปจากบัญชีของลูกค้า หากมีการพิสูจน์ได้ว่าลูกค้าไม่ได้มีการทำธุรกรรม ธนาคารแต่ละแห่งจะต้องดำเนินการคืนเงินให้กับลูกค้า ทั้งนี้ หากตรวจพบว่ามีพนักงานธนาคารทุจริตก็จะต้องดำเนินการลงโทษตามระเบียบของธนาคาร โดยถือว่าพนักงานมีความผิดทางอาญาด้วย

เอกชนชื่นชมรัฐบาล

ปลดล็อคใบเหลืองประมงสำเร็จ

พร้อมร่วมเดินหน้านโยบาย 6 ด้าน

fishing-resource.com

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและประธานคณะกรรมการสายงานธุรกิจสินค้าเกษตรและอาหาร กล่าวว่า ภาคเอกชนขอขอบคุณและชื่นชมรัฐบาลในการดำเนินการแก้ไขปัญหาใบเหลืองประมงผิดกฎหมาย ภายหลังสหภาพยุโรป (EU) ออกประกาศให้ประเทศไทยได้ใบเหลืองในการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558 ทำให้หลังจากนั้นภาครัฐได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังมาโดยตลอด ส่งผลให้อียูได้ทำการปลดล็อกใบเหลืองฯให้กับประเทศไทยฯเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งการปลดล็อกใบเหลืองจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจเกษตรและอาหารของไทย ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการจ้างงานสูงกว่า 11.78 ล้านคน คิดเป็น 31.5% ของแรงงานทั้งหมดและมีสัดส่วนต่อจีดีพีของประเทศอยู่ที่ 8.2% โดยภาคเอกชนจะร่วมมือและสนับสนุนรัฐบาลให้สอดคล้องกับข้อกำหนด กฎหมาย ท้ังของไทยและมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง โดยจะเดินหน้าสร้างความยั่งยืนให้กับประมงไทยตามนโยบายรัฐบาล 6 ด้าน คือ ด้านกฎหมาย, ด้านการบริหารจัดการประมง, ด้านการบริหารจัดการกองเรือ ด้านการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง, ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ และด้านการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อไม่ให้ประเทศไทยกลับมาได้ใบเหลืองอีก

รัฐบาลออสซี่จ่อไฟเขียว

สาวซาอุฯลี้ภัยเพื่อมนุษยธรรม

สำนักข่าวเอพีรายงานความคืบหน้าว่าทางการออสเตรเลียได้แสดงท่าทีจะรับพิจารณาเรื่องการยื่นขอลี้ภัยของ น..ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด อัลคูนัน สาวซาอุดีอาระเบีย วัย 18 ปี ที่ถูกทางการไทยควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยนายเกร็ก ฮันท์ รัฐมนตรีสาธารณสุขออสเตรเลีย เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์เอบีซีว่า จะพิจารณาการออกวีซ่าเพื่อขอลี้ภัยของ น..ราฮาฟ อย่างจริงจังเพื่อมนุษยธรรม หากเธอมีความเหมาะสมและเข้าเกณฑ์ที่จะเป็นผู้ลี้ภัยในประเทศออสเตรเลีย หลังได้รับคำอนุญาตที่ชัดเจนจากสำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)  ในการพิจารณาการให้ความคุ้มครองในฐานะผู้ลี้ภัยระหว่างประเทศ ซึ่งตนได้ปรึกษากับนายเดวิด โคลแมน รัฐมนตรีกิจการคนเข้าเมืองเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา สำหรับ น..ราฮาฟถูกทางการไทยควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิขณะกำลังพยายามจะเดินทางไปขอลี้ภัยที่ประเทศออสเตรเลียโดยเธอขอให้ทางการไทยอย่าส่งตัวกลับไปยังซาอุฯเนื่องจากตนหนีออกจากบ้านและเกรงว่าหากถูกส่งตัวกลับซาอุฯอาจจะถูกที่บ้านทำร้ายได้