สาลิกาคาบข่าว Vol.10/62

97

ปัดฝุ่นบ้านบีโอไอมอบสิทธิประโยชน์

นักพัฒนาอสังหาฯสร้างบ้านราคาต่ำล้าน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการทำงานและการส่งเสริมการลงทุนในปี 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ได้มอบหมายให้บีโอไอไปปรับบทบาทที่จะดำเนินการในอนาคตข้างหน้าที่สำคัญ โดยบีโอไอต้องมีบทบาทที่จะลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความทัดเทียมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยการออกนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่จะให้สิทธิประโยชน์เป็นพิเศษเพื่อสร้างความเจริญในภูมิภาค เช่น ธุรกิจที่ไปลงทุนพัฒนาเกษตรกรรมท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชน การตลาด การพัฒนาบุคลากร ลงทุนลอจิสติกส์ การท่องเที่ยวเมืองรอง ฯลฯ รวมถึงรื้อฟื้นโครงการบ้านบีโอไอ ที่เคยดำเนินการมาแล้วเมื่อปี 2535 โดยปรับหลักเกณฑ์ทางภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อยให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์สามารถลงทุน ก่อสร้างที่อยู่อาศัยราคาถูกได้ แต่บีโอไอต้องมีเงื่อนไขและมาตรฐานที่ควบคุมคุณภาพไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค เป็นการใช้เครื่องมือของบีโอไอที่มีอยู่สร้างความเท่าเทียมกันไปยังภูมิภาค ซึ่งการลดความเหลื่อมล้ำด้วยบ้านบีโอไอเคยทำมาแล้ว แต่ช่วงหลังเอกชนไม่ลงทุนเพราะที่ดินแพง ก็คงต้องไปดูเพราะล่าสุดพบว่าความต้องการบ้านที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่าล้านมีสูงมาก

กรมทางหลวงชนบท จัดงบประมาณ

1.4 หมื่นล้าน สร้างถนนสะพานทั่วประเทศ

www.drr.go.th

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ในปี 62 ทช. มีแผนลงทุนก่อสร้างพัฒนาถนนและสะพานทั่วประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว งบประมาณรวม 1.4 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 1.การพัฒนาถนนทั่วประเทศไทยให้เป็นมาตรฐานขนาด 4 ช่องจราจร 447 โครงการ ระยะทางรวม 833.6 กิโลเมตร 2.โครงการพัฒนาโครงข่ายสะพาน 108 แห่ง 3.โครงการพัฒนาทางหลวงชนบทเพื่อขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ก่อสร้างถนนสาย รย.2015 แยก ทล.36 – ทล.331 .ปลวกแดง จ.ระยอง ระยะทาง 11.4 กม. 4.โครงการแก้ไขปัญหาจราจราจรในปริมณฑลและภูมิภาค 3 โครงการ 5.โครงการทางหลวงชนบทสนับสนุนเส้นทางรถไฟทางคู่ (ช่วงจิระขอนแก่น) 28 โครงการ และ 6.โครงการทางหลวงชนบทเพื่อการท่องเที่ยว 8 โครงการ

บขส.เปิดเส้นทาง

ตราดสีหนุวิลล์, จันทบุรีพนมเปญ

หนุนเที่ยวไทยกัมพูชา

www.thaigov.go.th

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมการขนส่งสินค้าระหว่างชายแดน (NTFC) ว่า ที่ประชุมได้หารือการเปิดเดินรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศ ไทยกัมพูชา เพิ่มเติมเส้นทาง ตราดเกาะกงสีหนุวิลล์ เพื่อรองรับแรงงานชาวกัมพูชาและนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางระหว่างไทยและกัมพูชา โดยให้บริษัทขนส่งจำกัด หรือ บขสดำเนินการ เบื้องต้นแต่ละประเทศจะใช้รถโดยสารวันละ 2 เที่ยววิ่งไปกลับ โดยจะเป็นรูปแบบวิ่งสวนกัน ซึ่งเส้นทางนี้จะไม่มีปัญหาเพราะอยู่ในกรอบความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) อยู่แล้ว ส่วนอีกเส้นทางคือจันทบุรีด่านบ้านผักกาดไพลินพนมเปญซึ่งเส้นทางดังกล่าวไม่อยู่ในจีเอ็มเอสเพราะฉะนั้นจะไปขอเพิ่มเส้นทางในกรอบจีเอ็มเอสก่อนหรือไม่จะใช้วิธีเจรจากับกัมพูชาขอเปิดเส้นทางนี้หากทั้งสองประเทศเห็นชอบจะทำเป็นความตกลงทั้งสองประเทศแทนโดยที่ไม่ต้องขอจีเอ็มเอสทั้งนี้มอบให้กรมการขนส่งทางบกไปศึกษาทั้งสองเส้นทางหากเปิดแล้วได้ความนิยมจะเปิดให้ภาคเอกชนได้เข้ามาเดินรถด้วย

กกร.อนุมัติยาเวชภัณฑ์ค่ารักษารพ.เอกชน

เป็นสินค้าควบคุม พร้อมถอดน้ำตาลออกจากบัญชี

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.)เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเพิ่มบัญชีรายการสินค้าและบริการควบคุม อีก 1 รายการ คือ เวชภัณฑ์ จากเดิมที่มีเพียงยารักษาโรคเป็นสินค้าควบคุม ส่วนบริการควบคุม เพิ่มอีก 1 รายการ ได้แก่ บริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นๆ ของสถานพยาบาล เข้ามาอยู่ในบัญชีควบคุม ส่วนมาตรการในการดูแลสินค้าควบคุมรายการใหม่ ที่ประชุมได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณากำหนดมาตรการในการดูแล ซึ่งมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ สมาคมประกันภัย มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อให้ได้ข้อมูลจากทุกฝ่ายที่มีส่วนได้เสีย นำมากำหนดเป็นมาตรการให้ครอบคลุมและเป็นธรรมทั้งผู้รับบริการและโรงพยาบาลเอกชน นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติถอด 4 รายการสินค้า ออกจากบัญชีสินค้าควบคุม ได้แก่ เยื่อกระดาษ เนื่องจากไม่มีปัญหาด้านโครงสร้างราคาแล้ว เม็ดพลาสติก เพราะมีผู้ผลิตหลายราย ทำให้การแข่งขันสูง แบตเตอรี่รถยนต์ ซึ่งเป็นแบบดั้งเดิมมีผู้ใช้จำนวนน้อย/ และน้ำตาลทราย ให้สอดคล้องกับนโยบายการลอยตัว และขณะนี้ราคาในตลาดอยู่ในระดับต่ำ โดยจะนำเสนอผลการประชุมต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 22 ..นี้

พาณิชย์เตรียมใช้ข้อมูลใบหน้า

จดทะเบียนนิติบุคคล

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเชื่อมโยงข้อมูลภาพใบหน้าบุคคลจากฐานข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาใช้ประกอบการให้บริการจดทะเบียนธุรกิจและตรวจสอบความถูกต้อง โดยการใช้ข้อมูลจะอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของกรมฯ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านจดทะเบียนนิติบุคคลและการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลแก่ประชาชนทั่วไป โดยการเชื่อมโยงภาพใบหน้าจากฐานข้อมูลของกรมการปกครอง จะทำให้ขั้นตอนการยืนยันตัวตน มีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นและการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นแบบเชิงลึกมากขึ้น สะท้อนถึงประโยชน์ที่จะส่งต่อไปยังหลายภาคส่วนได้แก่ ภาคธุรกิจ และประชาชนทั่วไป เพิ่มความมั่นใจในการนำฐานข้อมูลนิติบุคคลจากกรมฯไปใช้ในการลงทุนทางธุรกิจ นอกจากนี้ ยังช่วยตัดปัญหาการแจ้งข้อมูลเท็จหรือการฉ้อฉลในการจดทะเบียน ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อขัดแย้งและปัญหาการฟ้องร้องทางธุรกิจได้ มากไปกว่านั้นยังเป็นประโยชน์ต่อการกำกับดูแลและตรวจสอบนิติบุคคลให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง อาทิ การตรวจสอบนิติบุคคลไทยที่อาจมีการถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยเร็วๆนี้กรมฯจะทำหนังสือถึงกรมการปกครอง เพื่อดำเนินการประสานการเชื่อมโยงและหารือทางข้อเทคนิคต่อไป

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดต่างชาติเที่ยวไทยปี 62

เฉียด 40 ล้านคน แต่ยังต้องระวังปัจจัยเสี่ยง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในปี 2562 นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยน่าจะมีจำนวนประมาณ 39.00-39.80 ล้านคน เติบโต 2.1-4.1% จากปี 2561 โดยตลาดที่คาดว่าจะยังเติบโตได้ดี อาทิ นักท่องเที่ยวอาเซียน เกาหลีใต้ อินเดีย และญี่ปุ่น ขณะที่การฟื้นตัวที่ชัดเจนและต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวจีนน่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยปี 2562 น่าจะยังมีทิศทางที่ดีต่อเนื่องจากปี 2561 ด้วยหน่วยงานภาครัฐยังคงเร่งจัดแผนการตลาดกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผลบวกระยะสั้นจากมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม Visa on Arrival (VOA) จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2562 ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็มีความเข้มข้นในการจัดแคมเปญการตลาด รวมถึงการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เป็น Landmark ของประเทศ แต่ทั้งนี้ทิศทางการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยในปี 2562 ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ อาทิ ปัจจัยภายในอย่างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวไทย เช่น ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติถูกทำลาย และความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีปัจจัยภายนอกประเทศที่อาจจะมีผลให้การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ อาทิ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจในหลายประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัวและความผันผวนของค่าเงิน สภาพความแปรปรวนของภูมิอากาศทั่วโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางท่องเที่ยว

แจ็ค แดเนียลส์ ทำกาแฟกลิ่นวิสกี้

แต่ปราศจากแอลกอฮอล์โดยสิ้นเชิง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วิสกี้ยี่ห้อดังจากสหรัฐอเมริกา แจ็ค แดเนียลส์ จับมือกับองค์กรกาแฟชื่อดัง ” World Of Coffee” ผลิตกาแฟรสชาติวิสกี้โดยกาแฟผสมดังกล่าวจะเป็นเมล็ดบรรจุในกล่องกาแฟติดยี่ห้อแจ็ค แดเนียลส์ เมื่อชงดื่มแล้วจะมีกลิ่นและรสชาติที่คล้ายกับวิสกี้ แต่ปราศจากแอลกอฮอล์โดยสิ้นเชิง และยังมีทั้งแบบมีคาเฟอีนและไร้คาเฟอีนให้กับผู้ที่สนใจได้เลือกดื่ม โดยใช้พันธุ์กาแฟอะราบิก้าแท้ 100% ผ่านกระบวนการคั่วระดับกลาง แต่ไม่มีการระบุว่าผ่านกระบวนการอย่างไรถึงทำให้เกิดกลิ่นและรสที่คล้ายคลึงกับการดื่มวิสกี้ ปัจจุบันวางจำหน่ายที่สหรัฐฯ และที่แคนาดาเท่านั้น รวมถึงการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ มีให้เลือก 2 ขนาดคือ ขนาดถุงไซส์ 1.5 ออนซ์ ราคาราว 9 เหรียญสหรัฐฯ (279 บาท) และแบบกระป๋อง ขนาด 8 ออนซ์ ราคา 27 เหรียญสหรัฐฯ (837 บาท)