หยุดโหมกระแส…เลิกปั่นเรื่องราวนักเรียนแต่งตัวไปรเวทให้น่าสังเวชกันซะทีเถอะนะ…ขอร้องล่ะ! ทำไมน่ะเหรอ? ยิ่งปั่นกระแส เท่ากับยิ่ง “โชว์โง่” ให้ฟุ้งกระจายขายขี้หน้าประชาชีน่ะสิ


รู้นะ! นักเรียนแต่งตัวตามสบายมีมากว่า 1 ปีแล้ว

การให้เสรีภาพแก่นักเรียนในการแต่งตัวไปโรงเรียนตามสบาย…อยากแต่งยังไงเชิญได้ตามอัธยาศัย มีที่ “โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” ตั้งแต่แรกเริ่มเปิดการเรียนการสอนเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 เป็นต้นมา

จากบัดนั้นจวบกระทั่งบัดนี้ อิสระเสรีเหนืออื่นใดในการแต่งกายของนักเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ดำเนินการต่อเนื่องกันมากว่า 1 ขวบปีแล้ว


ทำไม? นักเรียนที่นี่ไม่แต่งเครื่องแบบ

อาจารย์ศิริรัตน์ ศิริชีพชัยยันต์ หรืออาจารย์เอ้ ซึ่งเป็นศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา สมทบกับประสบการณ์ความเป็นครูกว่า 23 ปีที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ก่อนที่จะขยับขยายมาทำหน้าที่ผู้อำนวยการคนแรกของโรงเรียนแห่งนี้ บอกเหตุผลประกอบการให้อิสรภาพด้านการแต่งกายแก่นักเรียนไว้อย่างน่าขบคิดอย่างยิ่ง…

“ที่นี่เรามุ่งทำให้เด็กเห็นคุณค่าในตัวเอง สามารถค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตัวเองไปสู่เวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นพลเมืองที่ดี การประกอบอาชีพที่ใช่ และการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ดังนั้นเราจึงพยายามตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อการเรียนรู้ของเด็กออกไป”

อย่างไรก็ดี เสรีภาพในการแต่งกายของนักเรียนที่นี่ มิใช่เสรีภาพไร้ขอบเขต แต่เป็นเสรีภาพจากการตกลงกำหนดระเบียบกติการ่วมกันระหว่างนักเรียน-ผู้ปกครอง-ครู


ไม่มีเครื่องแบบ-ไม่มีสอบ-ไม่มีเกรด 

ความแปลกแหวกแนวในการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่เพียงปลอดเครื่องแบบนักเรียนเท่านั้น แต่ยังไม่มีการสอบ และเมื่อไม่มีการสอบ ก็ไม่มีผลการเรียน…
ครูเอ้บอกว่าที่ผ่านมาระบบการศึกษาเน้นการท่องจำ มากกว่าการทำความเข้าใจ และโรงเรียนเป็นเพียงพื้นที่แห่งการแข่งขัน ส่งผลให้เด็กจำนวนไม่น้อยขาดความสุขในการเรียนรู้และเติบโตเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา โดยปราศจากการค้นพบศักยภาพและความสนใจของตัวเอง…

“ธรรมเนียมของที่นี่ ซึ่งเน้นให้นักเรียนมีความสุขกับการเรียน มีความสุขกับการใช้ชีวิตร่วมกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน จึงไม่มีการแบ่งเกรดนักเรียน แต่จะใช้กระบวนการประเมินผลจากการทำกิจกรรมร่วมกัน…จากการทำโครงการ…จากการแก้ปัญหา…จากการคิดสร้างสรรค์…จากการศึกษาค้นคว้า ภายใต้แนวทางการศึกษา 2 P+T+R คือ Project-based Learning / Problem-based Learning / Theme-based Learning / Research-based Learning”

อาจารย์อนุชาติ พวงสำลี อดีตคณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะคณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นองค์กรที่กำกับทิศทางการดำเนินกิจการของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์บอกว่า ปณิธานการให้บริการทางการศึกษาของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือการพัฒนาเด็กให้ถึงพร้อมด้วยทักษะชีวิต-ทักษะวิชาการ-ทักษะการคิด-ทักษะการแก้ปัญหา รวมทั้งทักษะในการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ โดยการสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาแบบใหม่ที่มีพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง เป็นองค์ประกอบสำคัญในระบบนิเวศ ร่วมกับครู-หลักสูตรการศึกษา และนักเรียน เพื่อให้เด็กเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อสังคม หรือนวัตกรสังคม

ครูเอ้ หรืออาจารย์เอ้ของนักเรียนที่นี่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้ระบบระเบียบตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีของที่นี่จะแตกต่างไปจากโรงเรียนอื่นๆ แต่หลักสูตรการเรียนการสอนยังคงใช้หลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการเป็นแกน แล้วผสมผสานกับหลักสูตรของประเทศฟินแลนด์-อังกฤษ-เยอรมนี-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์ โดยเน้นให้เด็กมีทักษะด้านภาษาทั้งไทย-อังกฤษ-จีน ควบคู่ไปกับทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะชีวิตและอาชีพ รวมทั้งทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ครูเอ้ เชื่อมั่นว่าระบบนิเวศทางการศึกษาที่ดี จะช่วยบ่มเพาะให้เด็กๆ โตขึ้นอย่างมีมิติ สามารถรู้ถึงขีดความสามารถของตัวเอง และสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้เกิดความเขี่ยวชาญชำนาญ แล้วต่อยอดการเรียนรู้ไปสู่แนวคิดการเป็นนวัตกรสังคม ผู้มีทักษะและความสามารถในการประยุกต์ใช้กระบวนการความคิดและเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมได้ในที่สุด

ปณิธานของโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับจิตวิญญาณแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ล้วนมีจุดหมายปลายทางร่วมกันคืิอ มุ่งรับใช้ประเทศชาติ-ประชาชน!!!


ย้อนอ่านประเด็นร้อนเรื่องการแต่งชุดไปรเวท

ปลดแอก “เสื้อผ้าหน้าผม” กรณีศึกษา “กรุงเทพคริสเตียน”