มีเรื่องราวให้เจ็บตัวกันไปไม่น้อยเลยสำหรับนักลงทุนทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น เพราะสมรภูมิการลงทุนในปี 2561 ที่ผ่านมา มีปัจจัยที่คาดไม่ถึงเข้ามากระทบตลาดหุ้นและการลงทุนรูปแบบต่างๆมากมาย ส่งผลให้ตลาดหุ้นผันผวนตลอดปี แถมสภาพคล่องก็ยังมีอยู่ล้นตลาด นักลงทุนจึงต้องพยายามแสวงหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด โดยหนึ่งในตัวช่วยที่เหล่านักลงทุนพึ่งพานั่นคือ ‘หุ่นยนต์ลงทุน’ จัดเป็น Machine Learning หรือ AI (Artificial Intelligence) นวัตกรรมแห่งยุคที่เข้ามามีบทบาทต่อเนื่องในฐานะ ‘เอไอ ผู้ช่วยนักลงทุน’ ที่ในปี 2562 จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น


บทบาทที่ได้รับการยอมรับของ ‘เอไอ ผู้ช่วยนักลงทุน’

รายงานข่าวเรื่อง “เปิดกลยุทธ์ ‘เอไอ’ ช่วยลงทุน” โดย รมย์รัมภา เริ่มรู้ (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 7 มกราคม 2562) ทำให้ทราบว่า หุ่นยนต์ลงทุน หรือ เอไอ ได้เข้ามามีบทบาทและเป็นที่รู้จักของนักลงทุนไทย เพราะกลุ่มนักลงทุนสถาบัน กองทุน ตลอดจน โบรกเกอร์ นำมาใช้เป็นผู้ช่วยด้านการลงทุน ลดความเสี่ยง เพิ่มโอกาส และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน

ขณะที่ในต่างประเทศมีการนำระบบเอไอมาทำงานร่วมกับกลุ่มนักลงทุนมานานแล้ว โดยเอไอได้รับการยอมรับว่าสามารถทำงานที่ซับซ้อน ต้องใช้ทักษะการคิด วิเคราะห์ ได้ดีกว่ามนุษย์ นอกเหนือจากการเป็นตัวช่วยวิเคราะห์ด้านการลงทุนแล้ว ยังใช้ในการวิเคราะห์และให้คำแนะนำในการลงทุนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งในธุรกิจการกู้ยืมเงิน ธุรกิจประกัน การเรียกเก็บหนี้ โดยมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในชื่อ Robo Advisor ที่มาช่วยให้การลงทุนง่ายขึ้น และสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการบริการจัดการได้ดีขึ้น

เพื่อให้เห็นภาพ บทความเรื่อง “ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับการลงทุนในกองทุนรวม” ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ www.scbam.com  ได้ยกตัวอย่าง การใช้ Machine Learning ที่นำมาใช้กับอุตสาหกรรมกองทุนรวม บลจ.ไทยพาณิชย์ ไว้ ว่าวิธีการลงทุนรูปแบบใหม่นี้ ตั้งใจที่จะใช้เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ เช่น อคติที่มีต่อตราสารต่างๆ ความเข้าถึงข้อมูลอย่างถี่ถ้วนในหลายๆ มิติ 

โดยการลงทุนรูปแบบใหม่นี้  สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้ทีละจำนวนมาก พร้อมปรับการวิเคราะห์ข้อมูลได้ หลากหลายมุมมองอย่างครอบคลุม ส่งผลให้การคาดการณ์ผลตอบแทนออกมาแม่นยำมากขึ้น ระบบนี้จะคัดเลือกหุ้นผ่านการให้คะแนนปัจจัยการลงทุนต่างๆ ที่คาดว่าจะมีผลต่อราคาหุ้น เช่น

  • Growth หุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง
  • Quality หุ้นที่มีการเติบโตสูง
  • Sentiment หุ้นที่มีนักวิเคราะห์ให้ความสนใจประเมินราคา
  • Risk หุ้นที่มีความผันผวนต่ำและมีโอกาสชนะตลาด เหมาะกับช่วงที่เกิดวิกฤต

นอกจากนั้น เพื่อผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดในระยะยาว lสามารถปรับเปลี่ยนน้ำหนักการลงทุนในแต่ละปัจจัยผ่านทาง Machine Learning ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา ผสานกับการทำ Optimization ทำให้ได้สัดส่วนการลงทุนที่สอดคล้องกับเป้าหมายผลตอบแทนส่วนเพิ่มและความเสี่ยงที่ต้องการ


ภาพการลงทุนปี 2561 ที่สะท้อนผ่านมุมมองของเอไอ

ผลการวิเคราะห์ของเอไอด้านการลงทุนในปี 2561 ที่ผ่านมาพบว่า เอไอ ให้น้ำหนักกับการเลือกหุ้นที่มีความโดดเด่นด้าน Quality เป็นหลัก คือ การแนะนำให้ผู้ลงทุนเลือกลงทุนในหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีผลการดำเนินงานค่อนข้างดี มี cash flow หรือมีสภาพคล่องทางการเงิน มีหนี้ต่ำ รวมทั้งมีขีดความสามารถในการทำกำไรสม่ำเสมอ เพราะปี 2561 เป็นปีที่เกิดปัจจัยต่างๆ มากมายเข้ามาทำให้ตลาดเกิดความผันผวนและจัดว่าเป็นช่วงตลาดขาลง ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่เหล่านักลงทุนจะหันมาให้ความสำคัญกับหุ้นที่มีโปรไฟล์ปลอดภัย เป็นหุ้นของบริษัทที่มีกำไร ไม่ใช่บริษัทที่วาดฝันแค่ว่ามีกำไรแต่ในความเป็นจริงไม่เติบโต

ส่วนปัจจัยที่เอไอให้ความสำคัญรองลงมา คือ หุ้นที่มีความผันผวนต่ำและมีโอกาสชนะตลาด ซึ่งแน่นอนว่าก็สอดคล้องกับสภาวะความผันผวนที่เกิดขึ้นตลอดปี ขณะที่เดือนธันวาคม เอไอก็เบนเข็มไปให้ความสำคัญกับ ‘หุ้นที่ดูดีด้านราคาและเทคนิค’ หรือ ‘Momentum’ สะท้อนให้เห็นได้ว่า สภาวะตลาดที่ปรับเปลี่ยนไป แม้มีความเสี่ยงแต่ก็ยังมีช่องหรือมีโอกาสน่าลงทุนอยู่

ดังนั้น จากบทวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่อยู่ในวงการการลงทุน จึงสรุปในทิศทางเดียวกันว่า การลงทุนโดยมี เอไอ ผู้ช่วยนักลงทุน จะช่วยให้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ดีกว่า เพราะมนุษย์ประเมินตัวแปรการลงทุนและเชื่อมความสัมพันธ์ได้แค่ 2-4 มิติ ขณะที่ เอไอ รับมือกับการวิเคราะห์ได้ถึง 100 ตัวแปร ซึ่งมนุษย์ไม่มีทางเชื่อมโยงความสัมพันธ์ มองเห็นข้อมูลที่ซ้อนอยู่เพื่อเอามาตัดสินใจลงทุนอย่างเหมาะสมได้

ไม่เพียงเท่านั้น หากเปรียบเทียบการตัดสินใจของมนุษย์และเอไอในการให้คำแนะนำด้านการลงทุน ถ้าเป็นการตัดสินใจจากคำแนะนำและการฟันธงของมนุษย์ย่อมมีความลังเล ส่วนหนึ่งเพราะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่คาดการณ์ไว้ได้ตลอดเวลา ทว่า การใช้เอไอเป็นผู้ช่วยการลงทุน เอไอ จะได้รับการตั้งโปรแกรมให้ปรับไปตามหลักเกณฑ์ในการวิเคราะห์ ช่วยลดอคติกับหุ้นที่ลงทุนหรือช่วงเวลาในการลงทุนอย่างได้ผล ด้วยกระบวนการประมวลผลอัจฉริยะนั่นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าที่กล่าวมาทั้งหมดในบทความนี้จะเป็นการชี้ให้เห็นข้อดีของการให้ เอไอมาเป็นผู้ช่วยในการลงทุน แต่ก็ใช่ว่า เอไอจะไม่มีข้อบกพร่องเลย เพราะเอไอก็มีข้อจำกัดบางอย่างที่ไม่สามารถทำได้เหมือนมนุษย์ เช่น การให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องภาษี หรือคำแนะนำทางการเงิน หรือคำแนะนำในการจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายทางการเงิน เช่น ควรชำระหนี้ หรือเก็บออมเงินก่อน

สรุปแล้ว นักลงทุนที่ดีควรมีวิจารณญาณส่วนตัวที่จะวิเคราะห์ให้ขาดเองว่า เรื่องใดที่ควรพึ่งพาเอไอ เรื่องใดที่ควรพึ่งพาที่ปรึกษาการลงทุน หรือ เรื่องใดที่ควรพึ่งพาตนเอง หากทำได้แบบนี้ รับรองว่า ปี 2562 จะเป็นปีทองของการลงทุนได้ไม่ยากเลย


อ้างอิง :

  • รายงานข่าวเรื่อง “เปิดกลยุทธ์ ‘เอไอ’ ช่วยลงทุน โดย รมย์รัมภา เริ่มรู้ (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 7 มกราคม 2562)
  • บทความเรื่อง “ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับการลงทุนในกองทุนรวม” เผยแพร่ในเว็บไซต์ www.scbam.com
  • (https://www.scbam.com/th/knowledge/mr.kongtoon/mr.kongtoon-17082018)
  • https://www.peerpower.co.th/blog/invest/ai-investment/

เอไอ เป็นผู้ช่วยมนุษย์ได้ในหลายรูปแบบ ถ้าอยากรู้ ต้องอ่านต่อ

เปิดตัวนวัตกรรมต้อนรับวันเด็ก ‘AI คัดกรองเด็กบกพร่องทางการเรียนรู้’ ฝีมืออาจารย์วิศวกรรม มธ.

ส่องความล้ำหน้าด้าน HealthCare ที่นำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาช่วย (ดูแล) ชีวิต

นำ AI ไปประยุกต์ใช้ในบริษัทไม่ใช่เรื่องหมูๆ แล้วจะให้ ‘ผู้ประกอบการ’ อย่างเราทำอย่างไร?