จากงานสัมมนา “ติวเข้ม…รู้ลึก รู้จริง รู้ใจเมียนมา” ซึ่งจัดขึ้นโดย สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ ทำให้ได้รับทราบข้อมูลอัปเดตด้านการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อว่าใครที่ยังไม่เคยหาข้อมูล ‘โอกาสทางธุรกิจในเมียนมา’ อย่างจริงจัง คงยังไม่รู้มาก่อนเป็นแน่ว่า

“ในรอบหลายปีมานี้ ‘เมียนมา’ เป็นอีกหนึ่งประเทศหนึ่งที่เนื้อหอมที่สุดในภูมิภาคอาเซียนก็ว่าได้ โดยที่ผ่านมามีนักลงทุนจากหลายประเทศต่างหมายตาอยากบุกตลาดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แม้แต่นักธุรกิจไทยเองก็ให้ความสนใจไม่น้อย เนื่องจากเมียนมายังคงเป็นประเทศที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติหลงเหลืออยู่จำนวนมาก อีกทั้งจำนวนประชากรในประเทศก็เริ่มมีฐานะดีขึ้น ทำให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นมาแบบก้าวกระโดด ซึ่งนี่เป็นผลมาจากการเปิดประเทศต้อนรับชาวต่างชาติทำให้เศรษฐกิจของเมียนมาดีขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง”

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องยอมรับว่า การจะเจาะตลาดเมียนมา หรือ เมืองหม่อง ชื่อที่ชาวไทยคุ้นเคยในการเรียกขานเมียนมาในอีกชื่อหนึ่งนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องปอกกล้วยเข้าปากอย่างที่คิด เพราะแม้ว่าการลงทุนในเมียนมาจะส่งกลิ่นหวานหอมเชื้อเชิญเหล่านักลงทุนมากเพียงใด แต่ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง

ยิ่งการลงทุนในประเทศเมียนมา ซึ่งมีกฎหมาย วัฒนธรรม ระบอบการปกครอง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่าง ทำให้นักลงทุนที่สนใจตลาดเมียนมาและมุ่งหวังความสำเร็จในการขยายธุรกิจในประเทศนี้ ต้องศึกษาตลาดนี้อย่างรอบด้าน พร้อมวางแผนในการขยายตลาดไปอย่างรัดกุม จึงจะไม่เพลี่ยงพล้ำในระหว่างไปลงทุนครั้งนี้

โดยในงานสัมมนา “ติวเข้ม…รู้ลึก รู้จริง รู้ใจเมียนมา” นี้ ก็ได้บรรยายสรุปเรื่องที่นักลงทุนต้องรู้ก่อนลุยตลาดเมียนมาไว้ ดังต่อไปนี้


‘โอกาสทางธุรกิจในเมียนมา’ ยุคทองของธุรกิจบริการ ตอบสนองกำลังซื้อชาวเมียนมาที่เพิ่มขึ้น

ธุรกิจที่มาแรงล่าน่าลงทุนที่สุดในเมียนมาช่วงนี้นั้น จัดอยู่ในธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการปฏิรูปประเทศ นั่นคือธุรกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การให้บริการ โดยเฉพาะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภาคธุรกิจบริการเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของเมียนมาในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งรวมถึงธุรกิจสื่อ ธุรกิจโฆษณาและการจัดกิจกรรม event ต่างๆ และเทคโนโลยีที่มีความสามารถที่จะตอบสนองความจำเป็นเพื่อการพัฒนาที่หลากหลาย

ยกตัวอย่าง ธุรกิจที่เกี่ยวกับการศึกษาขั้นสูง การฝึกอบรมผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน บริการทางการแพทย์ สุขภาพ และความงาม เช่น คลินิกรักษาโรคเฉพาะทาง โรงพยาบาลศูนย์สุขภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการมีสุขภาพดีของประชากรเมียนมาซึ่งตื่นตัวในเรื่องสุขภาพและมีกำลังซื้อสูงก็มาแรงเช่นเดียวกัน นอกจากนั้น ก็มีธุรกิจบริการที่เกี่ยวกับการให้บริการทางธนาคารและประกันภัย เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต ภัตตาคาร ร้านอาหาร สถานบันเทิง ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจบริการซ่อมบำรุงต่างๆ และการรักษาความปลอดภัยด้วย


ค่าแรงที่เมียนมายังถูก แถมมอบสิทธิพิเศษทางภาษีให้ผู้ลงทุน หลายธุรกิจจึงเล็งย้ายฐานการผลิตมาเมียนมา

ปัจจุบัน เมียนมามีนโยบายเปิดประเทศเพื่อรับการลงทุนมากขึ้น โดยได้ปรับปรุงกฎหมายการลงทุนฉบับเดิมให้ทันสมัย เพื่อสอดรับกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน โดยเมียนมาได้ออกกฎหมายด้านการลงทุนจากต่างชาติฉบับใหม่ ในชื่อ “กฎหมายการลงทุนของเมียนมา (Myanmar Investment Law – MIL)” มาใช้แทนกฎหมายฉบับเดิม ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2560 เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ นอกจากนั้น ยังมีการจัดตั้ง “คณะกรรมการการลงทุนแห่งเมียนมา (Myanmar Investment Commission – MIC)” ที่มีหน้าที่หลักในการประสานงานระหว่างผู้ลงทุนกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

โดยในตัวบทกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่นี้ รัฐบาลเมียนมามีนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยจะยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่อุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมตามที่คณะกรรมการฯ ประกาศกำหนด และจะยกเว้นภาษีเงินได้ ตามพื้นที่ของการลงทุนอีกด้วย เช่น เขต 1 เขตการลงทุนที่พัฒนาน้อยที่สุด (เช่น เมืองมิตจีนา พะโม และปูตาโอ ในรัฐกะฉิ่น (Kachin State)) จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้เป็นเวลา 7 ปีติดต่อกัน เป็นต้น

ความน่าสนใจอีกมุมหนึ่ง คือ ถึงตอนนี้ค่าแรงในประเทศเมียนมาก็ยังคงถูก ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่มีหลายธุรกิจคิดจะย้ายฐานการผลิตมาที่เมียนมากันมากขึ้นด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม วิทยากรจากงานสัมมนา “ติวเข้ม…รู้ลึก รู้จริง รู้ใจเมียนมา” ก็ไม่ลืมเตือนเหล่านักลงทุนไทยว่า ก่อนจะขยายธุรกิจหรือกำลังการผลิตไปเมียนมา ควรพิจารณาคุณภาพของเนื้องานที่ต้องการได้ ตลอดจนสิทธิพิเศษทางภาษี GSP ด้วย อีกทั้งปัจจัยทางด้านที่ดิน การเช่าระยะยาว สิทธิในการเช่าและการเปลี่ยนการถือครองที่ดิน ความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกมูลฐาน ก็เป็นสิ่งที่ต้องคิดอย่างรอบคอบเช่นกัน


อย่าหลงลืมประเด็นอ่อนไหว ที่ควรหลีกเลี่ยงระหว่างไปทำธุรกิจในเมืองหม่อง

นอกเหนือจากการต้องเรียนรู้และศึกษาตลาดของเมียนมาแล้ว ยังต้องอัปเดตสถานการณ์การเมืองในประเทศเมียนมาที่ยังไม่นิ่ง รวมถึงประเด็นอ่อนไหวด้านต่างๆ เพื่อจะได้หาทางหนีทีไล่ได้ทันท่วงทีด้วย อาทิ

ประเด็นทางด้านการเมือง การปกครอง และศาสนา เป็นประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูง ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากรวมถึงปัญหาชนกลุ่มน้อย ปัญหาความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ และการนับถือศาสนาที่ยังมีการขัดแย้งในเชิงลึก เช่น กรณีการต่อต้านสินค้าจากประเทศมุสลิม ขณะเดียวกัน นักลงทุนชาวไทยต้องระวังอย่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาด้านการฟอกเงิน ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายผิดกฎหมายและอาจส่งผลกระทบต่อการขยายธุรกิจในระยะยาวได้

นอกจากนั้น ปัญหาความอ่อนไหวทางด้านการเหยียดชนชาติและการดูถูกทางเพศ ก็ปรากฏชัดเจนมากขึ้นในปัจจุบันควรหลีกเลี่ยงการให้ภาพเหมารวมกับคนกลุ่มต่างๆ ยกตัวอย่าง นักลงทุนหลายรายให้ภาพว่าลูกจ้างชาวพม่าหรือชนกลุ่มน้อย ขี้เกียจ ไม่ซื่อสัตย์ เรียนรู้ช้า ชอบโกหก ซึ่งเป็นทัศนคติในแบบเดียวกับที่ชาติตะวันตกมองกลุ่มคนพื้นเมืองชาติตะวันออก โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชีย ซึ่งมีคนไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มดังกล่าวด้วย ดังนั้น การมองแบบภาพเหมารวมจึงไม่ควรเกิดขึ้นกับการเข้าประเทศ เพื่อไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านของเราเลย


ศึกษาตลาดเชิงลึกไปก่อน ปิดช่องความเสี่ยงของการลงทุนทุกด้าน

การเก็บข้อมูลการลงทุน ข้อมูลทางการตลาด เพื่อนำมาวางกลยุทธ์ทางการตลาดที่รัดกุม มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากคุณรอบรู้และเข้าใจตลาดเมียนมามากเท่าไร ก็จะยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงในสมรภูมิการลงทุนนี้ เช่น การลงพื้นที่จริงเพื่อศึกษาสภาพตลาด ผู้บริโภค พฤติกรรม ความเป็นอยู่ จะทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกในธุรกิจนั้นๆ และวางแผนทำตลาดได้อย่างตรงเป้าหมาย

นอกจากนั้น ในหลายธุรกิจย่อมมีคู่แข่งเจ้าถิ่นที่ครองตลาดในเมียนมาอยู่แล้ว และคู่แข่งหน้าใหม่ที่มองเห็นลู่ทางในการขยายธุรกิจก็เช่นกัน ดังนั้น การวางกลยุทธ์การตลาดที่แตกต่าง การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้สินค้าได้รับความนิยม อย่างไรก็ดี กลยุทธ์ในการหาช่องทางการตลาดและ Blue Ocean เพื่อเก็บเกี่ยวผลทางการค้าก่อนที่คู่แข่งทั้งหลายจะตื่นตัวและมุ่งเข้าตลาด ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่วิทยากรในงานสัมมนาครั้งนี้แนะนำ


ชี้เป้า ‘กฎหมายพื้นฐาน’ ที่นักลงทุนควรรู้ ก่อนเก็บกระเป๋าไปลงทุนที่เมียนมา

สุดท้าย ที่ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมาให้ความรู้ในงานสัมมนานี้เน้นย้ำว่าถ้าต้องการทำการค้าให้ราบรื่น นักลงทุนต้องศึกษากฎหมายพื้นฐานที่ควรรู้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการทำธุรกิจ ซึ่งนี่เป็นธรรมเนียมทั่วไป ที่เหล่านักลงทุนทั่วโลกยึดถือกันมาตลอด เพราะการทำความเข้าใจกฎหมายของประเทศนั้นๆ เป็นเหมือนกุญแจสำคัญที่ช่วยไขไปสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจ ให้ไม่พลาดพลั้งเสียท่าให้กับข้อบังคับหรือกฎหมายของประเทศนั้น โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ทั้งนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนที่ประเทศเมียนมา นี่คือกฎหมายที่นักลงทุนควรรู้

  • กฎข้อบังคับทางบัญชี ภาษี การจดทะเบียน การแต่งตั้งตัวแทนการค้า ผู้จัดจำหน่าย
  • การนำเข้า-ส่งออก สินค้าจากไทยไปเมียนมา และเมียนมามาไทย
  • การเปิดบัญชีกับธนาคาร การโอนเงินเข้า-ออก
  • กฎหมายแรงงาน กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายการร่วมทุน รวมถึงกฎหมายและข้อบังคับใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น และกำลังจะเกิดขึ้น เช่น กฎหมายการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

ที่มา :


อยากอัปเดตเคล็ดลับการลงทุนในประเทศต่างๆ คลิกอ่านต่อกันเลย

ชี้ช่องรวย! เผยสินค้าไทยดาวรุ่ง 10 อันดับ ปี 2018 และการข้ามแดนไปโกยเงินใน ‘ตลาดกัมพูชา’

‘ชิงต่าว’ เมืองเบียร์ที่น่าศึกษา แต่รู้จักในฐานะ ‘ศูนย์โลจิสติกส์อัจฉริยะ’ แห่งอนาคตไว้จะยิ่งดี

ทำไมดีลธุรกิจกับคนจีนสำเร็จยากจัง? เผยอุปสรรค-โอกาส-ทางลัด โดยซีอีโอ TeC ‘กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ’