บรรยากาศการประชุมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ (Focus group) เรื่อง แนวทางการจัดทำแผนผังการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ณ ห้องแปซิฟิก โรงแรมเดอะไทด์ รีสอร์ท บางแสน จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2562 และห้องสร้อยเพชร โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ จังหวัดระยอง วันที่ 18 มกราคม 2562 เป็นอีกหนึ่งมิติแห่งการสะท้อนภาพการจัดทำผังเมืองอีอีซีฉบับใหม่ที่น่าสนใจยิ่ง

เนื่องจากได้มีการเชิญตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน กลุ่มผู้ประกอบการ นักธุรกิจในพื้นที่ร่วมรับฟังและเสนอแนวทางการจัดทำผังเมืองดังกล่าว


เป้าหมายการจัดทำผังเมืองฉบับใหม่

ทุกคนยอมรับว่าการจัดทำผังเมืองอีอีซีฉบับใหม่ ซึ่งครอบคลุม 3 จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ ระยอง เพราะผังเมืองเก่าขาดการกำหนดพื้นที่ที่ชัดเจน ทำให้เกิดโรงงานอุตสาหกรรมนอกนิคม นำมาซึ่งขยะพิษ มลพิษ และปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมกับชุมชน

เป้าหมายของผังเมืองฉบับใหม่คือการจัดโซนนิ่งที่ชัดเจนระหว่างเขตอุตสาหกรรม เมืองเก่า ชุมชน ป่าไม้ เกษตรกรรม โรงเรียน โรงพยาบาล ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย  ระบบสาธารณูปโภค และ โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

นำมาสู่การประกาศเขตส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ประกาศไปแล้ว 25 เขต ประกอบด้วย

เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ 4 เขต คือ EECi, EECD, EECA และ EECh (รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมืองสุวรรณภูมิอู่ตะเภา)

เขตส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่ออุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ 21 เขต ประกอบด้วย

  • จังหวัดฉะเชิงเทรา 1 เขต (นิคมอุตสาหกรรม ที เอฟ ดี 2)
  • จังหวัดชลบุรี 12 เขต (นิคมอุตสาหกรรมยามาโตะอินดัสทรีส์, นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ 1-2, นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 1-5, นิคมอุตสาหกรรมเหมราชชลบุรี 1-2, นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด 2-3)
  • จังหวัดระยอง 8 เขต (นิคมอุตสาหกรรม Smart Park, นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด 1,4, นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก (มาบตาพุด), นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) นิคมอุตสาหกรรมเหมราชระยอง 36, นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้, นิคมอุตสาหกรรมซีพี ระยอง)

ปักธงลงทุน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

โดยเขตส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 25 เขตจะรองรับ 12 อุตสาหกรรม (10+2) แบ่งเป็น 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย การต่อยอด 5 อุตสาหกรรมเดิม คือ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ,  อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ, อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร และ 5 อุตสาหกรรมใหม่ คือ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์, อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร, อุตสาหกรรมการขนส่งและการบิน, อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพและอุตสาหกรรมดิจิทัล

นอกจาก 10 อุตสาหกรรมดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ กพอ. มีมติเพิ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษอีก 2 อุตสาหกรรมคือ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และ อุตสาหกรรมพัฒนาบุคลากรและการศึกษา

ประเด็นสำคัญคือทั้ง 12 อุตสาหกรรมเป็นอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ใช้นวัตกรรมในการบริหารจัดการ และ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกับการจัดทำผังเมืองฉบับใหม่นั่นเอง


มุมมองนักธุรกิจต่อผังเมืองใหม่

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ หรือ Focus group ในจังหวัดชลบุรี และ ระยอง ครั้งนี้ เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในพื้นที่หลายรายคือ อยากให้ปรับพื้นที่ในโซนของตัวเองเป็นเขตส่งเสริมพิเศษเช่นเดียวกับ 25 เขตที่ประกาศไปแล้ว

รวมถึงอยากให้เปลี่ยนสีผังเมืองจากสีเหลือง (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย) หรือที่ดินสีเขียว แต่มีพื้นที่ทำการเกษตรอยู่เพียงนิดเดียว (ส่วนใหญ่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย) โดยให้ปรับเป็นพื้นที่สีม่วง หรือ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรม

ซึ่งผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. และ กรมโยธาธิการและผังเมือง มองว่า การปรับสีผังเมืองต้องรับฟังความคิดเห็นของคนทุกกลุ่ม แม้ในโซนนั้นจะมีการทำเกษตรกรรมเพียงนิดเดียว ก็ต้องฟังเสียงของผู้ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน โดย สกพอ.และกรมโยธาธิการฯ มีหลักเกณฑ์การจัดทำผังเมืองที่ต้องเป็นประโยชน์กับทุกภาคส่วน

และการจะปรับสีผังเมืองเป็นสีม่วงผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ควรจะต้องเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ก่อนโดยต้องมีทางออกให้คนในพื้นที่ไม่เดือดร้อนในภายหลัง

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการสามารถส่งเรื่องมาเพื่อพิจารณาได้ที่สำนักงานกรมโยธาธิการฯ ประจำจังหวัดนั้นๆ ส่วนจะได้รับการปรับสีหรือเป็นเขตส่งเสริมหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเข้าตามเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์หรือเปล่า


จุดยืนการจัดทำผังเมือง

นับจากนี้ยังมีเวลาอีกประมาณ 5 เดือนในการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ โดยจะจัดเวทีหมุนเวียนไปตามกลุ่มต่างๆ เพื่อนำข้อเสนอแนะมาพิจารณาปรับปรุงผังเมืองให้สมบูรณ์และตรงกับความต้องการมากที่สุด อันไหนเหมาะสมควรเพิ่มเติมก็ต้องปรับเปลี่ยน อันไหนไม่เข้าเงื่อนไขการจัดทำผังเมืองก็ต้องตีตกไป

คาดว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็น จัดทำผังเมืองฉบับใหม่เสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม 2562 ก่อนนำเสนอ กพอ. และ คณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบ ประกาศใช้ได้ภายในวันที่ 9 สิงหาคม 2562

ซึ่งการได้รับฟังความคิดเห็นผ่านเวที Focus group ที่จังหวัดชลบุรีและระยองครั้งนี้ ยังพออุ่นใจได้ว่า คณะผู้จัดทำผังเมืองมีจุดยืนที่จะให้ความสำคัญกับทุกมิติ ไม่เอนเอียงไปยังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง!!!