พูดไม่ค่อยเก่ง ไม่ถนัดสื่อสาร เป็นปัญหาที่พบได้ในทุกสาขาอาชีพ แต่สำหรับคนทำงานในแวดวงวิทยาศาสตร์ ถ้าพูดไม่ค่อยเก่งก็จะเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง เพราะนอกจากคนทั่วไปจะไม่เข้าใจแล้ว องค์ความรู้นั้นก็จะอยู่ในวงจำกัด ด้วยเหตุนี้ จึงมีการจัดแข่งขันระดับนานาชาติ FameLab : Talking Sciences เพื่อเฟ้นหาสุดยอด ‘นักสื่อสารวิทยาศาสตร์’ จากทั่วโลก
ถ้าให้เวลา 3 นาที คุณสื่อสารเรื่องวิทยาศาสตร์ให้คนทั่วไปเข้าใจได้ไหม?
เพราะการคิดค้นวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ต้องผ่านกระบวนการคิด การทดลอง บางเรื่องก็ซับซ้อนแถมยังมีศัพท์เฉพาะอีกเพียบ รวมทั้งการนำเสนอข้อมูลความรู้ส่วนใหญ่จะออกมาในแนววิชาการ คนต่างสาขาอาชีพจึงไม่ค่อยเข้าใจ ไม่สนใจ เข้าไม่ถึงความรู้และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม หรืองานวิจัยใหม่ๆ
เพื่อส่งเสริมให้
เก่งวิชาการ อย่าให้ ‘การสื่อสาร’ มาปราบเซียน

‘วิทยาศาสตร์’ เป็นเรื่องสำคัญ ‘ทักษะด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์’ ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ตามมา ซึ่ง รศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์
“โครงการ FameLab ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมบุ
คลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ เข้ากับคนทั่วไปในสังคม ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ ตัวและเข้าถึงง่าย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ในการสร้างความตระหนักด้านวิ ทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขี ดความสามารถของประเทศ และในเรื่องการผลักดันวิ ทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” รศ.สรนิตกล่าว

ปี 2019 ยังเป็นปีที่ 4 ที่ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมสนับสนุนโครงการรFameLab โดย ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บอกว่า FameLab สอดคล้
“นักวิทยาศาสตร์ก็เป็นเซเลบริตี้ได้ ถ้ามีความสามารถทำให้คนเข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพราะเรื่องวิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องยากเสมอไป เพื่อช่วยกันกระตุ้นให้คนไทยรักวิทยาศาสตร์มากขึ้น และเพื่อพัฒนาประเทศไปสู่ความเป็นนานาชาติต่อไป”

เผย 3 ตัวแทนนักวิทย์ กระตุ้นการสื่อสารเรื่องยากให้เข้าใจง่าย
FameLab Ambassadors หรือ ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ 3 คน 3 เจเนอเรชัน ที่มาร่วมแชร์ความสำคัญของการสื่อสารวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาสังคมและประเทศ ได้แก่ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิ

- ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ นักวิทยาศาสตร์ที่เติบโตในช่วงที่ จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ตอนนั้นมีการส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์และเดินทางกลับมายังโลกเป็นผลสำเร็จ ผลพวงของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวทำให้ ดร.ยงยุทธเกิดความสนใจและเลือกเรียนวิทยาศาสตร์ โดยคิดว่าความรู้ด้านนี้น่าจะคิดค้นหรือทำให้สิ่งต่างๆ ในสังคมดีขึ้นได้ จึงสร้างผลงานวิจัยไว้หลากหลายเรื่อง และล่าสุดกำลังทำวิจัยยารักษาโรคเพื่อใช้กับมนุษย์ ซึ่งกว่าจะได้ใช้จริงก็อีกหลายปีข้างหน้า พร้อมกันนี้ยังอธิบายว่า ทักษะการสื่อสารวิทยาศาสตร์สำคัญต่อนักวิจัยอย่างไร
“ผมต้องการการสนับสนุนจากสังคม นักวิจัยคนอื่นๆ ก็ด้วย เพราะการทำวิจัยต้องมีทุนรอน มีห้องปฏิบัติการ ต้องใช้เวลานาน และงานวิจัยก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำกำไรได้ทันที ดังนั้น หากภาคธุรกิจต้องการสินค้าและบริการจากนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ก็ต้องมีงบประมาณจากภาคเอกชนมาสนับสนุน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็ต้องออกมาสื่อสารให้ได้ว่า ทำไมต้องการการสนับสนุน”

- ศ.นพ.
วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ แพทย์ผู้เข้าใจธรรมชาติของชีวิตที่มี เกิด แก่ เจ็บ ตาย ยิ่งเมื่อพาตัวเองเข้าสู่กระบวนการวิจัยก็ยิ่งทำให้เข้าใจธรรมชาติมากขึ้น จึงมุ่งทำวิจัยและในที่สุดก็ได้เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และมาอธิบายความสำคัญของการสื่อสารวิทยาศาสตร์ว่า
“เคล็ดลับสำคัญคือ ต้องเชื่อว่าการสื่อสารนั้นสำคัญ เพราะถ้าดูจากสปีชีส์ จะเห็นว่าชีวิตประจำวันในปัจจุบันกับเมื่อแสนปีที่แล้วต่างกันแค่ไหน ยุคนั้นคนต้องออกไปล่าสัตว์ ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่ยุคเราสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้รุ่นลูกได้อย่างชัดเจน มีเนื้อหาจำเพาะก็อธิบายให้เข้าใจได้ เขาจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์ และเจริญขึ้นได้จากสิ่งที่เรารู้ สิ่งที่เราเข้าใจ ดังนั้น การสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญ และถ้าเราสื่อสารแบบ Global ได้ ก็จะดึงพลังสมองมาสร้างความเจริญร่วมกันได้”

- เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48) หนึ่งใน FameLab Ambassador ซึ่งเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจและศึ
กษาวิทยาศาสตร์ บอกว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ ทำให้คนทั่วไปได้เปิดโลกทัศน์ มากขึ้น เพราะวิทยาศาสตร์คือ ศาสตร์ที่อธิบายทุกสิ่งทุ กอย่างที่อยู่รอบตัวเรา และกล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้มว่า
“สาขาวิชาเคมีที่กำลังศึกษาอยู่ ต้องเล่าเรื่องราวที่ได้ค้
นคว้า นำมาเรียบเรียง ย่อยข้อมูล และนำเสนอข้อมูลให้ผู้อื่นเข้ าใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานวิ ทยาศาสตร์มาก่อน ซึ่งในคลาสเรียน ถ้าเราพรีเซนต์งานออกไป แม้แต่ในหัวข้อที่เราฝึกพรีเซนต์ ยิ่งทำให้เข้าใจง่ายเท่าไหร่ คนอื่นก็จะเข้าใจวิทยาศาสตร์ได้มากเท่านั้น แต่เราต้องรู้ในสิ่งที่จะพูด มีสิ่งที่อ้างอิงได้เพื่อทำให้เรื่องง่ายขึ้น เห็นภาพชัดเจน เช่น การเปรียบเทียบน้ำหนัก ความเร็ว แล้วเราชอบก็ที่จะค้นหาอะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว เพราะทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น ตอนนี้ก็เข้าใจว่าทำไมถึงมีฝุ่นในอากาศ ดังนั้น การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่ รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องไกลตัวกลับมาให้ความสนใจมากขึ้น ทำให้เราแฮปปี้และยินดีมากที่จะได้นำเสนอเรื่องราวออกไป”

ผู้สนใจสามารถดูคลิปการแข่งขันที่ผ่านมาและทำความเข้าใจวิทยาศาสตร์ในแง่มุมต่างๆ ได้ที่ YouTube
ส่วนผู้ที่ต้องการส่งวิดีโอเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ภายใน 3 นาที www.britishcouncil.or.th/famelab เปิดรับตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 22 มีนาคม 2562 โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ชนะจะได้เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก Cheltenham Science Festival ณ สหราชอาณาจักร ในเดือนมิถุนายน 2019

เมื่อ เทคโนโลยีพลิกการศึกษา ทางรอดของมหาวิทยาลัย STEM คือะไร ?












