พูดไม่ค่อยเก่ง ไม่ถนัดสื่อสาร เป็นปัญหาที่พบได้ในทุกสาขาอาชีพ แต่สำหรับคนทำงานในแวดวงวิทยาศาสตร์ ถ้าพูดไม่ค่อยเก่งก็จะเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง เพราะนอกจากคนทั่วไปจะไม่เข้าใจแล้ว องค์ความรู้นั้นก็จะอยู่ในวงจำกัด ด้วยเหตุนี้ จึงมีการจัดแข่งขันระดับนานาชาติ FameLab : Talking Sciences เพื่อเฟ้นหาสุดยอด ‘นักสื่อสารวิทยาศาสตร์’ จากทั่วโลก


famelab competition

ถ้าให้เวลา 3 นาที คุณสื่อสารเรื่องวิทยาศาสตร์ให้คนทั่วไปเข้าใจได้ไหม?

เพราะการคิดค้นวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ต้องผ่านกระบวนการคิด การทดลอง บางเรื่องก็ซับซ้อนแถมยังมีศัพท์เฉพาะอีกเพียบ รวมทั้งการนำเสนอข้อมูลความรู้ส่วนใหญ่จะออกมาในแนววิชาการ คนต่างสาขาอาชีพจึงไม่ค่อยเข้าใจ ไม่สนใจ เข้าไม่ถึงความรู้และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม หรืองานวิจัยใหม่ๆ 

เพื่อส่งเสริมให้คนทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในฐานะหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศ ริติช เคานซิล องค์กรส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านโอกาสทางการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมจากสหราชอาณาจักร จึงร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มทรู สวทช. สวทน. อพวช. เดอะ สแตนดาร์ด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว FameLab Thailand 2019 การแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์บนเวทีระดับโลก ปีที่ 4 ในประเทศไทย ค้นหา ‘นักสื่อสารวิทยาศาสตร์’ เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไปร่วมแข่งขันในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลก หรือ Cheltenham Science Festival ที่สหราชอาณาจักร 


เก่งวิชาการ อย่าให้ ‘การสื่อสาร’ มาปราบเซียน

รศ.สรนิต ศิลธรรม famelab
รศ.สรนิต ศิลธรรม

‘วิทยาศาสตร์’ เป็นเรื่องสำคัญ ‘ทักษะด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์’ ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ตามมา ซึ่ง รศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อธิบายว่า เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ต้องสามารถสื่อสารให้บุคคลทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในแต่ละสาขา บทบาทที่ต่างกันในการขับเคลื่อนประเทศ รวมทั้งเป็นตัวแปรสำคัญในการพัฒนาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจ

“โครงการ FameLab ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ เข้ากับคนทั่วไปในสังคม ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่าย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ และในเรื่องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม” รศ.สรนิตกล่าว

ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ทรู คอร์ปอเรชั่น
ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา

ปี 2019 ยังเป็นปีที่ 4 ที่ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมสนับสนุนโครงการFameLab โดย ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บอกว่า FameLab สอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มทรู คือ มุ่งสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร จึงวางแผนประชาสัมพันธ์โครงการไปยังกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศผ่านทางรายการของทรูวิชั่นส์, True4You, TNN 24, True ปลูกปัญญา ฯลฯ นอกจากนี้ยังบอกด้วยว่า 

นักวิทยาศาสตร์ก็เป็นเซเลบริตี้ได้ ถ้ามีความสามารถทำให้คนเข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพราะเรื่องวิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องยากเสมอไป เพื่อช่วยกันกระตุ้นให้คนไทยรักวิทยาศาสตร์มากขึ้น และเพื่อพัฒนาประเทศไปสู่ความเป็นนานาชาติต่อไป”

FameLab Thailand
ดร.วนนิตย์ วิมุตติสุข ผู้เข้าร่วมแข่งขัน FameLab และผ่านเข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้ายในปี 2016 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านชีวเคมี จากมหาวิทยาลัยบราวน์ สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นนักวิจัยที่ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) งานวิจัยที่ ดร.วนนิตย์ทำก็เช่น ศึกษาเรื่องการเจริญเติบโตของระบบสืบพันธุ์ของกุ้งกุลาดำ เนื่องจากเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ไทยส่งออกไปขายยังต่างประเทศ | Source : www.britishcouncil.or.th

เผย 3 ตัวแทนนักวิทย์ กระตุ้นการสื่อสารเรื่องยากให้เข้าใจง่าย

FameLab Ambassadors หรือ ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ 3 คน 3 เจเนอเรชัน ที่มาร่วมแชร์ความสำคัญของการสื่อสารวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาสังคมและประเทศ ได้แก่ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติและผู้ได้รับทุน Newton Fund และ เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล 

FameLab Ambassador ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์
ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ นักวิทยาศาสตร์ที่เติบโตในช่วงที่ จอห์น เอฟ. เคนเนดี้ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ตอนนั้นมีการส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์และเดินทางกลับมายังโลกเป็นผลสำเร็จ ผลพวงของความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวทำให้ ดร.ยงยุทธเกิดความสนใจและเลือกเรียนวิทยาศาสตร์ โดยคิดว่าความรู้ด้านนี้น่าจะคิดค้นหรือทำให้สิ่งต่างๆ ในสังคมดีขึ้นได้ จึงสร้างผลงานวิจัยไว้หลากหลายเรื่อง และล่าสุดกำลังทำวิจัยยารักษาโรคเพื่อใช้กับมนุษย์ ซึ่งกว่าจะได้ใช้จริงก็อีกหลายปีข้างหน้า พร้อมกันนี้ยังอธิบายว่า ทักษะการสื่อสารวิทยาศาสตร์สำคัญต่อนักวิจัยอย่างไร

“ผมต้องการการสนับสนุนจากสังคม นักวิจัยคนอื่นๆ ก็ด้วย เพราะการทำวิจัยต้องมีทุนรอน มีห้องปฏิบัติการ ต้องใช้เวลานาน และงานวิจัยก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำกำไรได้ทันที ดังนั้น หากภาคธุรกิจต้องการสินค้าและบริการจากนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ก็ต้องมีงบประมาณจากภาคเอกชนมาสนับสนุน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็ต้องออกมาสื่อสารให้ได้ว่า ทำไมต้องการการสนับสนุน”

ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ นักวิจัย FameLab
ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติและผู้ได้รับทุน Newton Fund
  • ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ แพทย์ผู้เข้าใจธรรมชาติของชีวิตที่มี เกิด แก่ เจ็บ ตาย ยิ่งเมื่อพาตัวเองเข้าสู่กระบวนการวิจัยก็ยิ่งทำให้เข้าใจธรรมชาติมากขึ้น จึงมุ่งทำวิจัยและในที่สุดก็ได้เป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และมาอธิบายความสำคัญของการสื่อสารวิทยาศาสตร์ว่า

“เคล็ดลับสำคัญคือ ต้องเชื่อว่าการสื่อสารนั้นสำคัญ เพราะถ้าดูจากสปีชีส์ จะเห็นว่าชีวิตประจำวันในปัจจุบันกับเมื่อแสนปีที่แล้วต่างกันแค่ไหน ยุคนั้นคนต้องออกไปล่าสัตว์ ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่ยุคเราสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้รุ่นลูกได้อย่างชัดเจน มีเนื้อหาจำเพาะก็อธิบายให้เข้าใจได้ เขาจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์ และเจริญขึ้นได้จากสิ่งที่เรารู้ สิ่งที่เราเข้าใจ ดังนั้น การสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญ และถ้าเราสื่อสารแบบ Global ได้ ก็จะดึงพลังสมองมาสร้างความเจริญร่วมกันได้”

FameLab Ambassador เฌอปราง อารีย์กุล
เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48หนึ่งใน FameLab Ambassador ซึ่งเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจและศึกษาวิทยาศาสตร์ บอกว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปได้เปิดโลกทัศน์มากขึ้น เพราะวิทยาศาสตร์คือ ศาสตร์ที่อธิบายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา และกล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้มว่า

“สาขาวิชาเคมีที่กำลังศึกษาอยู่ ต้องเล่าเรื่องราวที่ได้ค้นคว้า นำมาเรียบเรียง ย่อยข้อมูล และนำเสนอข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์มาก่อน ซึ่งในคลาสเรียน ถ้าเราพรีเซนต์งานออกไป แม้แต่ในหัวข้อที่เราฝึกพรีเซนต์ ยิ่งทำให้เข้าใจง่ายเท่าไหร่ คนอื่นก็จะเข้าใจวิทยาศาสตร์ได้มากเท่านั้น แต่เราต้องรู้ในสิ่งที่จะพูด มีสิ่งที่อ้างอิงได้เพื่อทำให้เรื่องง่ายขึ้น เห็นภาพชัดเจน เช่น การเปรียบเทียบน้ำหนัก ความเร็ว แล้วเราชอบก็ที่จะค้นหาอะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว เพราะทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น ตอนนี้ก็เข้าใจว่าทำไมถึงมีฝุ่นในอากาศ ดังนั้น การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องไกลตัวกลับมาให้ความสนใจมากขึ้น ทำให้เราแฮปปี้และยินดีมากที่จะได้นำเสนอเรื่องราวออกไป”


famelab

ผู้สนใจสามารถดูคลิปการแข่งขันที่ผ่านมาและทำความเข้าใจวิทยาศาสตร์ในแง่มุมต่างๆ ได้ที่ YouTube

ส่วนผู้ที่ต้องการส่งวิดีโอเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ภายใน 3 นาที  www.britishcouncil.or.th/famelab เปิดรับตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 22 มีนาคม 2562 โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ชนะจะได้เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก Cheltenham Science Festival ณ สหราชอาณาจักร ในเดือนมิถุนายน 2019

FameLab International
www.facebook.com/pg/FameLabInternational

อ่านเพิ่มเกี่ยวกับแวดวง STEM (Science, Technology, Engineering & Mathematics) ทั้งในด้านอุปสรรค ปัญหาด้านการขาดแคลนบุคลากร ตลอดจนความจำเป็นของการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้สังคมโลก

เมื่อ เทคโนโลยีพลิกการศึกษา ทางรอดของมหาวิทยาลัย STEM คือะไร ?

เปิดผลวิจัย ‘เพศหญิง’ ออกจาก อาชีพ STEM จำนวนมาก เพราะอะไร