หากพูดถึงประเทศที่มีปริมาณการผลิตมะพร้าวมากที่สุดในโลก คงต้องยกให้ “อินโดนีเซีย” โดยมีประเทศไทยตามมาห่างๆ คืออยู่ที่อันดับ 6 แต่หากถามว่า รสชาติมะพร้าวที่อร่อยที่สุดในโลกอยู่ที่ไหน คำตอบก็หนีไม่พ้น “ประเทศไทย” จนเกิดการบอกต่อว่าเป็นแหล่งผลิต “Best Coconut in the world”


มะพร้าว…หนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่ต้องเร่งคิดการใหญ่

ด้วยเทรนด์ดูแลสุขภาพที่เกิดขึ้นทั่วโลกทำให้ปริมาณ “ความต้องการมะพร้าว” เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กระนั้นกลับสวนทางกับปริมาณ “การผลิต” เพราะมีแต่แนวโน้มที่จะปลูกมะพร้าวได้น้อยลง

หากมองในตลาดเอเชียด้วยกัน ประเทศผู้ผลิตมะพร้าวอย่าง “ฟิลิปปินส์” ประสบปัญหาด้านสภาพอากาศ ส่วน “อินโดนีเซีย” ก็มีปัญหาเรื่องอายุมะพร้าว เนื่องจากเก็บเกี่ยวกันมากจนภาคผลิตเหลือน้อยและต้องเริ่มปลูกกันใหม่ ขณะที่ “อินเดีย” ประสบปัญหาศัตรูพืช ทำให้ผลผลิตมะพร้าวลดลง

“ประเทศไทย” จึงมีโอกาสที่จะขยายตลาดอย่างมากในจังหวะนี้ เพราะความต้องการในตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สาลิกามีโอกาสสอบถามจาก ซีพี ในฐานะผู้อยู่ในแวดวงเกษตรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่  ซึ่งทางซีพีกล่าวถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยโดยใช้คำว่า มะพร้าว สำหรับซีพีแม้นลูกเดียว ก็ไม่จำเป็นต้องนำเข้า” หากมุ่งเน้นการนำมะพร้าวมาแปรรูปเป็นอาหารประเภทขนมไทย เพราะคุณภาพและปริมาณของมะพร้าวในประเทศไทยนั้นตอบโจทย์ความต้องการของตลาดอยู่แล้ว ไทยจึงควรเน้นไปที่ “การสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร” เป็นหลัก


สิ่งที่สำคัญคือ ทำอย่างไรประเทศไทยจึงจะสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” จากการปลูกมะพร้าว และทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีกว่าที่เป็นอยู่?


ทำไมแบรนด์ใหญ่ก้าวเข้ามาเป็น “ผู้สนับสนุนมะพร้าว” ในตลาดโลก?

สำหรับมะพร้าวในประเทศไทย อย่างที่บอกไปในช่วงต้นว่า เรื่องคุณภาพและรสชาติคงไม่ต้องพูดถึงเพราะเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก เรื่องนี้สะท้อนได้ว่าความจริงแล้วประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการเพาะปลูกมาก แต่สิ่งที่ควรได้รับการดูแลสนับสนุนคือ การทำวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูปมะพร้าวเมื่อปริมาณสินค้าล้นตลาด นอกจากนี้ ยังต้องวางแผนปริมาณการนำเข้า เพื่อป้องกันปัญหาราคามะพร้าวไทยตกต่ำได้อีกทางหนึ่ง

มีข้อมูลมาว่า ซีพีร่วมส่งเสริมการปลูก “มะพร้าวทับสะแก” ให้แก่เกษตรกรไทยแล้ว โดยร่วมวางแผนดำเนินการเพาะปลูกเพื่อความยั่งยืนภายใต้ชื่อ “ทับสะแกโมเดล” ณ ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หากมีการวางแผนที่สอดคล้องทั้งในด้านนโยบายและการเอาจริงเอาจังในการควบคุมการนำเข้าสมดุลกับความต้องการตลาด จะทำให้เราคาดการณ์ปริมาณการเพาะปลูกที่เหมาะสมและลดความเสี่ยงให้แก่เกษตรกรได้อีกด้วย

ในแวดวงการซื้อขายมะพร้าวจะรู้กันว่า ที่ทับสะแกนั้นได้รับการยอมรับมานานว่า เป็นแหล่งปลูกมะพร้าวสายพันธุ์ดี เนื้อหนา กะลาบาง จึงให้กะทิคุณภาพดีอีกด้วย

และเนื่องจากซีพีต้องใช้มะพร้าวเป็นวัตถุดิบในการทำขนม ปรุงอาหารอยู่แล้ว จึงร่วมล่งเสริมโดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ในหลากหลายด้านแก่เกษตรกร แนะนำการรับซื้อมะพร้าวในราคาที่เหมาะสม และส่งเสริมการแปรรูปมะพร้าวเป็นกะทิ ขนมหวาน และการแปรรูปมะพร้าวให้มากขึ้นเพื่อส่งไปจำหน่ายทั่วโลก

โมเดลนี้จะนำไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริงและจะเป็นต้นแบบที่ช่วยให้ไทยไม่ต้องนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศได้มากน้อยเพียงใด ต้องเกาะติดสถานการณ์กันต่อไป