สัปดาห์ที่ผ่านมา Apple ส่งจดหมายถึงผู้ถือหุ้นพร้อมกับคาดการณ์ผลกำไรของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกของปี 2019 ซึ่งผลดังกล่าวมีการปรับปรุงใหม่ 


Apple รานงานว่ายอดขาย iPhone, Mac และ iPad ที่ลดลงในตลาดจีน สัมพันธ์กับการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนที่มีการชะลอตัว

จดหมายฉบับนี้จึงกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งบอกว่า ระดับการบริโภคในจีนลดลง

ความจริงแล้วการบริโภคในจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของทางการจีนในปี 2010 การบริโภคภายในประเทศจีนคิดเป็น 35.6% ของจีดีพี ถือว่าอยู่ในระดับต่ำอย่างน่าประหลาดใจเมื่อเทียบกับประเทศส่วนใหญ่ ขณะที่ระดับการบริโภคภายในสหรัฐนั้นเกือบ 70% ของจีดีพี

หากมองในแง่ของเงินดอลลาร์ การบริโภคภายในประเทศจีนอยู่ที่ประมาณ 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ถือว่าต่ำกว่าสหรัฐเกือบห้าเท่า (10.5 ล้านล้านดอลลาร์) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงในจีนทำให้ ‘ผู้บริโภคชาวจีน’ มีความสำคัญต่อการบริโภค ซึ่งจะส่งผลในเชิงบวกต่อยอดขายของแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Apple, BMW, Burberry, Ford ฯลฯ และเมื่อดูตัวเลขการบริโภคภายในประเทศจีนของปี 2017 เพิ่มขึ้นเป็น 39.1% ของจีดีพี แต่หากมองในแง่ค่าเงินดอลลาร์ มีมูลค่าเพียง 5 ล้านล้านดอลลาร์ 

ดังนั้น การบริโภคภายในจีนจึงเพิ่มขึ้นเกือบ 3 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเพียง 7 ปี และแม้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคในจีนจะยังคงห่างไกลจากการใช้จ่ายของสหรัฐ (13.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2017) แต่ช่องว่างดังกล่าวก็แคบลง

หากจีนสามารถรักษาอัตราการเติบโตของจีดีพีและการบริโภคภายในประเทศไว้ได้ การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นอีก 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2020 ซึ่งจะเป็นการใช้จ่ายประมาณครึ่งหนึ่งของผู้บริโภคของสหรัฐ

ผู้บริโภคชาวจีนจะมีบทบาทอย่างมากต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก จากเมื่อก่อนที่เป็นผู้บริโภคในสหรัฐ แต่หากในช่วงปี 2021 ถึงปี 2030 จีนรักษาอัตราการเติบโตต่อปีไว้ที่ 8% จะประกันได้ว่าการบริโภคภายในประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของจีดีพี โดยในปี 2030 การใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวจีนจะสูงถึงปีละ 18.4 ล้านล้านดอลลาร์ ในกรณีเช่นนี้ การบริโภคภายในประเทศของจีนจะแซงหน้าสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม หากจีนลดการบริโภคอย่างที่ Apple ระบุในปี 2019 ผู้บริโภคสหรัฐก็จะต้องรับบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในอีกทศวรรษหน้า และถ้าไม่มีประเทศอื่นเข้ามาสนับสนุนในระบบเศรษฐกิจ เศรษฐกิจโลกก็จะเกิดปัญหาตามมามากมาย

กล่าวคือ การใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐที่เติบโตขึ้นนั้นได้รับอิทธิพลจากปัจจัยลบหลายประการ รวมถึงเงินเฟ้อ และต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน การพึ่งพาผู้บริโภคสหรัฐก็มีแต่ความเสี่ยง และเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศอื่นๆ อย่างอินเดีย ญี่ปุ่น ชาติอาเซียน จะสามารถรักษาระดับการบริโภคแบบเดิมเป็นอย่างน้อยได้ในทศวรรษหน้า เนื่องจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่ที่พัฒนาแล้วยังคงอยู่ในระดับต่ำ และการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศพัฒนาจะไม่สามารถมีบทบาทที่สำคัญได้ในทุกกรณี

จากประเด็นข้างต้นก่อให้เกิดความกังวลมากกว่าประเด็นข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในปัจจุบันเสียอีก หากพิจารณาว่านโยบายทางการค้าของสหรัฐและอิทธิพลภายนอกอื่นๆ ที่มีต่อเศรษฐกิจจีนนั้น ไม่ได้มีอิทธิพลต่อระดับการใช้จ่ายภายในประเทศของจีนอย่างชัดเจน และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระดับการบริโภคที่ลดลงอาจเกิดจากลักษณะเฉพาะของแบบจำลองเศรษฐกิจจีน ที่จีนก็หวังแต่ว่าจะมีหนทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

หันมาดูเศรษฐกิจไทย การเพิ่มกำลังซื้อส่งผลต่ออัตราการเติบโตด้านการบริโภคต่อจีดีพีลดลงอย่างแน่นอน ตัวเลขที่ไม่เป็นทางการระบุว่า มี 10 ตระกูลที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คิดเป็นล้านสองแสนล้านบาท ส่งผลให้คนขาดกำลังซื้อเพราะเงินไม่หมุนเวียนไปถึงเศรษฐกิจฐานราก

ถ้าให้ดี…น่าจะรายงานข้อมูลแบบจีน ก็จะเห็นปัญหาและตอบคำถามได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น 

แต่ที่ชัดเจนคือ คนส่วนใหญ่เดือดร้อนจึงลดกำลังซื้อ แต่หากต้องการเพิ่มกำลังซื้อให้เกิดขึ้นน่าจะมีทางเดียวคือ เพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในภาคการบริการ การท่องเที่ยว และการเกษตร เพราะคนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้จะมีกำลังซื้ออย่างจริงจัง 

แต่ปัญหาตอนนี้คือ การเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคการผลิต กำลังก่อตัวเพื่อการเติบโตในระยะยาวและจะเป็นเศรษฐกิจมหัศจรรย์ประเภทใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นโครงการระดับชาติและต้องการผู้นำที่มีความทะเยอทะยาน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นโรดแมปและการปรากฏตัวของผู้นำแต่อย่างใด


ความเหลื่อมล้ำ เกษตรกร ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย