ในกระแสปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 มีเรื่องราวและปัญหามากมายที่ต้องสะสางเพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากปัจจุบันไปสู่อนาคต ซึ่งส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลง – พลิกโฉม ทั้งการดำรงชีวิต การผลิต และการบริโภค ซึ่งล้วนผลักดันให้เราเข้าไปอยู่ในระบบนิเวศใหม่ เกิดเป็นเรื่องใหม่ที่เชื่อมโยงกับคุณค่าซึ่งไม่อาจจินตนาการได้หากยังยึดหลักคิดเดิมๆ และติดอยู่ในโลกอุตสาหกรรมยุคเก่า!


‘โลกดิจิทัล’ กำลังนำพาผู้คนไปสู่โอกาสและความท้าทายใหม่ที่ต่างไปจากความเคยชินในโลกใบเก่า

โดยเฉพาะในด้านการสร้าง-การผลิต และการบริการยุคดิจิทัลที่มี ‘ต้นทุนต่ำลงอย่างมาก’ และด้วยการแพร่หลายกระจายตัวของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปส่งผลให้การลงทุน โครงสร้างอุตสาหกรรม พฤติกรรมส่วนบุคคล ฯลฯ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มสมรรถนะเครื่องจักร ยานพาหนะ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นอย่างมหาศาล และนำความสะดวกสบายมาสู่ผู้คนโดยปริยาย

โลกและเทคโนโลยีใ่นกระแสปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ไม่หยุดแค่การเป็นส่วนหนึ่งของกายภาพรอบตัวมนุษย์ แต่กำลังกลืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนเราเลยทีเดียว!

การเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่จะเกิดขึ้นทั้งภายนอก-ภายใน และลึกไปถึง ‘ความสามารถในการเรียนรู้’ (Cognitive Abilities) ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการเพิ่มพลังที่ผสานก่อขึ้นเป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งนอกจากเทคโนโลยีจะส่งผลและมีอิทธิพลซึ่งกันและกันแล้ว ยังมีศักยภาพในการต่อยอดแบบไร้ขีดจำกัด ทั้งยังสามารถพัฒนาตัวเองเป็นสินค้าได้อีกด้วย!


ทำไม ‘Cognitive Abilities’ จึงสำคัญ?

ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะในด้านต่างๆ ปรากฏในรายงาน Future of Jobs Survey, World Economic Forum ว่า ความเปลี่ยนแปลงด้านความต้องการทักษะการทำงานในปี 2015-2020 ในทุกอุตสาหกรรม จะมีทั้งความต้องการทักษะที่เพิ่มขึ้น ความต้องการทักษะคงที่ และความต้องการทักษะลดลง โดย Cognitive Abilities หรือ ความสามารถในการเรียนรู้ เป็นทักษะที่ต้องการมากที่สุด ตามมาด้วย System Skills หรือ ทักษะด้านระบบ และ Complex Problem Solving หรือ การแก้ปัญหาซับซ้อน

เหตุที่ Cognitive Abilities มีความสำคัญก็เพราะการใช้เทคโนโลยีใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต้องอาศัย ทักษะใหม่ และ หลักคิดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร หรือทีมทำงาน ซึ่งเมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ อุตสาหกรรม สินค้าและบริการ การตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค ฯลฯ ความสามารถในการเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง และไม่ใช่แค่บุคลากรในภาคธุรกิจเท่านั้นที่ต้องมีความสามารถในการเรียนรู้ ผู้เรียนก็ต้องมีความสามารถในการเรียนรู้ ฝึกฝนทักษะใหม่ที่ตลาดหรือภาคอุตสาหกรรมต้องการ ขณะเดียวกัน ผู้สอนยิ่งต้องเรียนรู้ ปรับตัว คัดสรรสื่อการสอนที่เหมาะกับโลกยุคใหม่ และมีมายด์เช็ตของการเป็น ‘โค้ช’ ที่พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้และสามารถให้คำแนะนำนอกห้องเรียนหรือนอกตำราได้

Skills Stability future of jobs survey world economic forum
ชุดทักษะการทำงานหลัก (ตามลำดับในภาพ) ได้แก่ ความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะด้านระบบ การแก้ปัญหาซับซ้อน ทักษะด้านเนื้อหา ทักษะด้านกระบวนการ ทักษะสังคม ทักษะด้านการจัดการทรัพยากร ทักษะด้านเทคนิค และความสามารถทางกายภาพ | Source : Future of Jobs Survey, World Economic Forum และหนังสือ ‘ทางรอดในโลกใบใหม่แห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่’ โดย เคลาส์ ชวาบ

พื้นฐานเทคโนโลยีในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่สำคัญ คือ กลุ่มปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) กลุ่มบัญชีธุรกรรมแบบกระจาย (Blockchain) และกลุ่มเทคโนโลยีข้อมูลและการประมวลผลใหม่ๆ (Big Data)

ทำให้ระบบประมวลผลในคอมพิวเตอร์และการสื่อสารทรงพลังยิ่งขึ้น เหนือกว่านั้นคือ ช่วยเพิ่มความเป็นไปได้ใหม่ๆ ซึ่งจะส่งผลต่อความก้าวหน้าที่ยากจะหยุดยั้งอย่างมีนัยสำคัญทีเดียว!

ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาบุคลากรและการศึกษาจึงสำคัญยิ่ง แต่หากครูผู้สอนในระบบการศึกษาที่เคยชินกับการทำตัวเป็นกูรู – ล่องลอยอยู่โดดเดี่ยว จะถูกทำลายล้างลง มีเพียงการปรับตัวเท่านั้นที่จะทำให้อยู่รอดได้!

การศึกษาในโลกใบใหม่จึงต้องเชื่อมต่อเข้ากับกระบวนการผลิต บริการ และการบริโภคในสังคมที่เป็นจริง มิฉะนั้นจะอยู่ไม่รอด

การปรับตัวไม่ได้ – ไม่ทัน จะสร้างความล้มเหลวและความสูญเปล่าอย่างมหาศาล รวมถึงความเสียหายทั้งต่อตัวบุคคล ทรัพยากร และสังคม กับทั้งทำลายความเชื่อถือของผู้คนที่มีต่อสถาบันการศึกษาไทยได้

ปฏิบัติการปรับสร้างการศึกษาครั้งใหม่ก่อเกิดขึ้นแล้ว โดยเริ่มขึ้นจากความร่วมมือระหว่างคณะทำงานด้านการพัฒนาบุคลากรของ EEC กับกลุ่มสถาบันการศึกษาในภาคตะวันออกของประเทศ ที่มุ่งปรับสร้างบทบาทใหม่ให้การศึกษาตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าใหม่ ล้อไปกับการพัฒนาพื้นที่ EEC ตามแนวนโยบายภาครัฐ

หลักสำคัญของการปรับสร้างครั้งนี้อยู่ที่ ‘การพัฒนาบุคลากรเพื่อตอบสนองอุตสาหกรรมเป้าหมาย’  โดยรื้อสร้างจากการศึกษา ‘ความต้องการบุคลากร’ ในอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง 10 อุตสาหกรรมว่า ต้องการกำลังคนสำหรับกลุ่มงานประเภทใด ต้องการทักษะระดับไหน ให้นำมาจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น และการเรียนการสอนในระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับอาชีวะ ปวช. ปวส. ไปจนถึงปริญญา!


สัปดาห์ที่ผ่านมา ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการศึกษาสู่ภาคอุตสาหกรรมทั้ง 10 S-Curves ที่มหาวิทยาลัยบูรพา โดยเป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่ได้รับความร่วมมือจากกว่า 20 สถาบันและกว่า 40 อุตสาหกรรมในพื้นที่ เพื่อปรับทิศทางการศึกษาสู่ ‘Demand Driven’ หรือ การสร้างนักเทคโนโลยีระดับต่างๆ ให้แก่ภาคอุตสาหกรรม

บทเรียนอดีตจากการสร้างการศึกษาระดับอาชีวะของ วิทยาลัยเทคนิคไทย – ออสเตรีย ที่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่ยุค ดร.เสนาะ อูนากูล ซึ่งสนับสนุนให้จัดปรับฐานการเรียนแก่เด็ก-เยาวชน ให้มีการเรียน-การสอนร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรม แทนการเอาแต่ท่องบ่นเชิงทฤษฎี ได้สร้างสัมฤทธิผลและต้นแบบที่ดีไว้ และต่อยอดพัฒนามาถึงปัจจุบันในรูปแบบ EEC โมเดล การศึกษาที่มุ่งสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสถาบันการศึกษาและอุตสาหกรรมในแต่ละ S-Curves ตอบโจทย์ความต้องการของภาคการผลิตตาม ประเภทงาน ซึ่งมีหลาย ระดับทักษะ ที่แต่ละอุตสาหกรรมต้องการ

สถานศึกษากับภาคอุตสาหกรรมจึงร่วมสร้างการศึกษาที่ตอบสนองผู้เรียนและการเรียนรู้โดยตรงบนแต่ละฐานอุตสาหกรรม เป็นกระบวนการ – ทิศทางการศึกษาที่สร้างทักษะแบบตรงไป – ตรงมา สนองตอบการเรียนรู้ ศักยภาพ และความต้องการในการทำงาน นำไปสู่การมีงานทำและมีรายได้ดีบนพื้นฐานความชอบ ความสนใจของนักศึกษาแต่ละคน ซึ่งจะเป็นผลิตผลของ ‘การศึกษาแบบ EEC โมเดล’ ที่ส่งต่อให้สังคมต่อไป

ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป การศึกษาแบบ EEC โมเดล จะเปิดทางให้สถาบันการศึกษาในพื้นที่ EEC ร่วมกับอุตสาหกรรมทั้ง 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย สร้างทิศทางใหม่ที่ผสมผสานการเรียนรู้กับการทำงาน เพื่อพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์ความต้องการจริง โดยจัดวางพื้นฐานความรู้ความสามารถให้ผู้เรียนก้าวไปสู่การมีงานทำและเป็นงานที่มีรายได้สูง ซึ่งจะสร้างความก้าวหน้า พัฒนาให้ชีวิตความเป็นอยู่ในสังคมยุคใหม่ต่อไป

ปฏิบัติการจัดปรับทิศทางใหม่ในการศึกษาแบบ EEC โมเดลนี้ มีเป้าหมายที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในยุคใหม่และความก้าวหน้าของประเทศที่สัมผัสจับต้องได้

นี่คืออีกก้าวของ EEC กับแนวทางการพัฒนาการศึกษาพร้อมกับการเพิ่มทักษะ เพื่อพัฒนาคนและประเทศอย่างยั่งยืน!


เรื่อง : Apichatology


อ่านเสริมในแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบศึกษาไทย

จาก ‘อีสเทิร์นซีบอร์ด-อีอีซี’ 30 ปีแห่งการรอคอยของ ‘ดร.เสนาะ อูนากูล’

EEC HDC จัดสัมมนาให้บุคลากรภาคการศึกษา ชี้ ‘หลักการ Demand Driven’ ช่วยการศึกษาไทยรอด

‘อุตสาหกรรมหุ่นยนต์’ คงไปต่อยาก ถ้ายังสงสัยว่า จะมีหุ่นยนต์ไปทำไมกัน?