ความพยายามก่อการรัฐประหารเพื่อโค่นล้มประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร โดยประธานรัฐสภา ฮวน ไกวโด ในเวเนซุเอลาเป็นการยึดอำนาจรัฐแบบใหม่ที่แตกต่างจากการยึดอำนาจแบบเดิมๆ โดยทหารของรัฐอุกกาบาต ซึ่งถอดรูปแบบการยึดอำนาจรัฐลักษณะนี้มาจากยูเครน หรือที่เรียกว่า ยูโรไมนดาน


ยูโรไมนดาน (Euromaidan) หมายถึง การใช้เสียงข้างน้อยอ้างสิทธิของตนเอง ประกาศความชอบธรรมเพื่อเข้าสู่อำนาจที่ขัดกับรัฐธรรมนูญของประเทศ โดยประกาศไม่ยอมรับอำนาจรัฐปัจจุบันที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้สถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจหรือการยั่วยุทางการเมืองของฝ่ายค้าน เพื่อลดอำนาจรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งมีรัฐศูนย์กลางให้การสนับสนุนเพราะจะแบ่งชิ้นเค้กระหว่างกัน

สำหรับกรณีเวเนซุเอลานั้น เป็นการต่อสู้กันระหว่างรัสเซีย + จีน และสหรัฐอเมริกา และอียู เนื่องจาก การาคัส (เมืองหลวงของเวเนซุเอลา) มีปริมาณแหล่งสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลกและยังเป็นผู้กำหนดดุลยภาพราคาน้ำมันในตลาดโลกอีกด้วย ในขณะที่วอชิงตันถูกลดบทบาทและอิทธิพลที่มีต่อราคาน้ำมันเพราะอัลริยาด (เมืองหลวงของซาอุดิอาระเบีย)

รัสเซียเป็นผู้ตัดสินหลักที่ดำเนินการด้านปริมาณและราคาน้ำมัน รวมถึงการซื้อขายน้ำมัน โดยมีแนวโน้มว่า การาคัสเริ่มเปลี่ยน การผูกราคาน้ำมันกับเงินสกุลอิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อและอธิปไตยของชาติ

ผลการต่อสู้กันช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา วอชิงตันและอียูประกาศรับรองประธานรัฐสภา ฮวน ไกวโด ในขณะที่รัสเซีย จีน และตุรกี ไม่รับรองอำนาจรัฐใหม่ แต่ให้การสนับสนุน นิโกลัส มาดูโร ด้วยเหตุผลว่า ไม่แทรกแซงกิจการภายใน และรัสเซียก็ประกาศให้ความช่วยเหลือด้านการทหารเหมือนกับกรณีซีเรีย

นอกจากนี้ กองทัพกับฝ่ายตุลาการก็ไม่ให้การยอมรับรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพราะถือว่าเป็นการทำผิดตามกฎหมาย คือ สมรู้ร่วมคิดกันในการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามแบบจำลองยูโรไมนดาน จึงไม่สามารถรับรองอำนาจรัฐใหม่ได้ เพราะอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของรัฐศูนย์กลางโดยตรง โดยเฉพาะรัสเซีย ดังที่รู้กันว่าเบื้องหลังราคาน้ำมันในตลาดโลกนั้นถูกควบคุมและดำเนินการร่วมกันระหว่างมอสโควกับการาคัส จึงน่าจะได้ข้อสรุปว่า การยึดอำนาจรัฐของนักกลยุทธ์ในรัฐอุกกาบาตยังจะเล่มเกมอำนาจต่อไป แต่สำหรับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเลือกที่จะดำเนินกลยุทธ์กับรัฐศูนย์กลาง


ผลประโยชน์ในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมน้ำมันและความมั่นคงด้านงบประมาณ

ก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา ปูตินอนุมัติเงินลงทุนให้แก่การาคัสจำนวน 3 พันล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมการขุดเจาะน้ำมัน โดยใช้เงินจากกองทุนเงินบำนาญและการช่วยเหลือด้านกลาโหม ในขณะที่จีนลงทุนด้านอุตสาหกรรมปิโตรเคมีจำนวนมาก 

ตามการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญกว่า 10 ปี ปักกิ่งได้ลงทุน 7 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็นเงินในรูปแบบสินเชื่อมากกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ในขณะที่รัสเซียดำเนินการผ่าน Rosneft บริษัทด้านอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยจัดสรรเงินให้กู้ยืมแก่การาคัสเป็นมูลค่า 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2006-2017

https://img.tsargrad.tv/cache/3/e/Maduro-2.jpg/w1056h594fill.jpg

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่สินเชื่อทั้งหมดที่มอสโควให้บริษัทผูกขาดโดยรัฐ (PDVSA) ยืมเงินจากรัสเซียเป็นส่วนใหญ่ เพื่อแลกกับการให้เครดิต Rosneft ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน PDVSA และบริษัทในเครือ รวมถึงนอกประเทศ และรับส่วนแบ่งของการผลิตน้ำมันโดยรวมจากบริษัทที่รัฐเป็นเจ้าของ 

รัสเซียมี 5 โครงการในเวเนซุเอลาที่ร่วมกับ PDVSA โดยมีส่วนแบ่ง
– 16% ในโครงการน้ำมัน Petromonagas
– 40% ในโครงการขุดเจาะ Petroperich
– 26% ในเขต Bokeron เก่า ซึ่งเป็นส่วนแบ่ง 32% ในโครงการ Petromiranda สำหรับการพัฒนาแหล่งขุดเจาะใหม่ Junin-6 ใหม่
– 40% ในโครงการ Petroviktoria เพื่อการพัฒนาแหล่งขุดเจาะในรัฐ Carabobo 

จากข้อมูลที่เปิดเผยล่าสุด สิ้นปี 2017 การผลิตน้ำมันสำหรับโครงการ Rosneft ในเวเนซุเอลามีจำนวน 8.1 ล้านตัน ซึ่งส่วนแบ่งของ Rosneft คิดเป็นจำนวน 3.14 ล้านตัน ซึ่งมากกว่า 17.6% ในปี 2016 

นอกเหนือจากโครงการในธุรกิจน้ำมันแล้ว รัสเซียยังลงทุนในธุรกิจธนาคารและเปิดโรงงานเพื่อประกอบรถบัส Kamaz ด้วยราคา 22 ล้านดอลลาร์ โดยรัสเซียและเวเนซุเอลามีธนาคารร่วมกันภายใต้ชื่อ Eurofinance Mosnarbank ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในมอสโคว โดย Gazprombank ธนาคารสวิส และ VTB มีหุ้น 25% บวกอีก 1 หุ้นส่วนที่เหลืออีก 49.99% ของธนาคาร เป็นกองทุนเพื่อการพัฒนาแห่งชาติของเวเนซุเอลา จึงเป็นไปได้มากว่าธนาคารแห่งนี้จะช่วยให้ทั้งสองประเทศทำการค้ากันโดยที่เวเนซุเอลาหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐได้ มิฉะนั้น จะเป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจวอชิงตันและหลักการมอนโรโดยตรง


การค้าภายใต้กองกำลังทหาร

ความวุ่นวายในปัจจุบันและวิกฤตการณ์ทางการเมืองไม่ได้ทำให้บริษัทรัสเซียหวาดกลัว ก่อนหน้านี้ตัวแทนอย่างเป็นทางการของ Rosoboronexport ประกาศการจ้างงานภาคการผลิต ซึ่งคาดว่าปลายปี 2019 จะเป็นไปตามแผน โดยได้ประสานงานกันแล้วว่า Rosoboronexport จะดำเนินการผลิตตามข้อตกลงในสัญญา คำถามใหญ่ก็คือ การให้เงินกู้ยืมทั้งหมดแก่การาคัสมีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ 
การชำระเงินล่าช้ากับปัญหาระยะเวลาการชำระหนี้จึงนำมาสู่การขอผ่อนการชำระหนี้ (อย่างกรณีการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับอาวุธก็ล่าช้ามากกว่าหนึ่งครั้ง)

อย่างไรก็ตาม ตามรายงานของ Rosneft ณ วันที่ 30 กันยายน 2018 หนี้สินรวมของเวเนซุเอลามีเพียง 3.15 พันล้านดอลลาร์ แต่บริษัทเคยเจอปัญหาแบบนี้เนื่องจากการรัฐประหารและความเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลยูเครน โดยก่อนหน้านี้ได้สูญเสียเงินอีก 3 พันล้านดอลลาร์ในยูเครน เมื่อเดือนธันวาคม 2013

 

สำหรับโครงการร่วมผลิตน้ำมันครั้งแรกดึงดูดนักลงทุนชาวรัสเซีย 4 ราย ซึ่งจะได้รับ 10% ต่อโครงการในเวเนซุเอลา คือ Rosneft, Surgutneftegaz, LUKOIL และ Gazpromneft แต่การลงทุนมีความเสี่ยง เว้นแต่ Rosneft เพราะได้ซื้อแพ็กเกจของคู่ค้าไว้แล้ว และตั้งแต่นั้นมาก็เพิ่มการลงทุนในเวเนซุเอลาเท่านั้น

นอกจากนี้ รัสเซียกำลังลงทุนเพื่อสร้างคู่แข่งขันในตลาดน้ำมันและแก๊ส โดยก่อนหน้านี้ลงทุนในอิหร่านด้วย และในมุมมองของผลประโยชน์ของรัสเซียก็คาดว่าจะได้รับโบนัส ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำหรับความไม่แน่นอนในเวเนซุเอลา และไม่มีใครที่จะสามารถสกัดกั้นได้อย่างเช่นในลิเบีย 

ดังนั้น น้ำมันจะไม่ถูกส่งมอบให้แก่จีน และจีนจะเพิ่มการซื้อจากประเทศอื่นๆ เนื่องจากจีนมีความต้องการสำรองน้ำมัน และจีนยังไม่ใช่ผู้เล่นหลักด้านการทหาร แค่ปกป้องชายแดนของตนเองแค่นั้น สถานการณ์แบบนี้จีนจึงอยู่ห่างไกลจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น แต่หากซัพพลายเออร์ใกล้มากเท่าใดก็จะปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ ปริมาณและราคาน้ำมันอยู่ในมือของรัสเซีย รัสเซียจึงมีผลกำไรมากขึ้นจากการลงทุนในโครงการของรัสเซียและมีผู้ซื้อน้ำมันของรัสเซียมากยิ่งขึ้น แต่คาดว่าทางจีนจะจัดหาน้ำมันใหม่เพื่อใช้ในโครงการพลังงานในไซบีเรีย ซึ่งจะมีการลงนามเร็วๆ นี้

ถึงตรงนี้ การยึดอำนาจรัฐจากรัฐบาลปัจจุบันอาจจะไม่ง่าย อย่างเช่นรัฐอุกกาบาตบางประเทศที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง แต่กลับไม่สามารถกำหนดบทบาทการเป็นเจ้าภาพหรือได้ชิ้นเค้กก้อนใหญ่จากรัฐศูนย์กลาง


ความเหลื่อมล้ำ เกษตรกร ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย