มาเร็ว…ม้วนเสื่อเก็บกระเป๋ากลับบ้านเร็วในยุคประเทศไทย 4.0 น่าจะต้อง “กดไลค์” รัวๆ ชูหัวแม่โป้งคู่ให้แก่ “The Marvel Experience Thailand” ณ เมกะบางนา

กดปุ่มเปิดป้ายแจ้งเกิดเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 แต่วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปแค่ชั่ววูบ เพียงวันที่ 29 มกราคม 2562 ก็ม้วนเสื่อซะแล้ว

กางปฏิทินนับเวลาชาตะ-มรณะ ของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ครอบครัวมาร์เวล ใน The Marvel Experience Thailand ช่างมีอายุขัยสั้นจุ๊ดจู๋เพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้นเอง


ขาดสภาพคล่อง…จุดสลบซูเปอร์ฮีโร่ :

เรื่องราวการม้วนเสื่อของครอบครัวซูเปอร์ฮีโร่ ตระกูลมาร์เวล ภายใต้ The Marvel Experience Thailand โดยบริษัท ฮีโร่เอ็กซ์พีเรียนซ์จำกัด ในฐานะผู้ได้รับลิขสิทธิ์จากบริษัท ฮีโร่เวนเจอร์ส จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ ได้ถูกเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้เมื่อบริษัทดีมีเตอร์คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ “ดีคอร์ป” ที่มีเครือญาติและเครือข่าย “เสี่ยเพ้ง”..พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งถือครองหุ้นรายใหญ่ที่สุดในบริษัท ฮีโร่เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด ทำหนังสือลงวันที่ 21 มกราคม 2562 แจ้งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีสาระสำคัญระบุว่าจะยุติกิจการ The Marvel Experience Thailand  ภายหลังสิ้นสุดการแสดงรอบสุดท้ายเวลา 18:00 น. ของวันที่ 29 มกราคม 2562 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลสั้นๆ “ขาดสภาพคล่อง”

ใจความสำคัญของดีคอร์ป ที่มีไปถึง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2562 ช่างต่างกันลิบลับชนิด”ฟ้ากับเหว” เมื่อเทียบกับหนังสือลงวันที่ 15 กันยายน 2560 เรื่อง แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติเข้าลงทุนในโครงการ The Marvel Experience Thailand ในบริษัท ฮีโร่เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด ที่เคยมีไปถึงกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เนื้อหาสาระสำคัญในหนังสือลงวันที่ 15 กันยายน 2560 ระบุถึงการเทกระเป๋า 280 ล้านบาทเข้าลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท ฮีโร่เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด เพื่อแลกกับสิทธิในการครอบครองหุ้นจำนวน 872,370 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 32.5 % ของหุ้นทั้งหมด ด้วยราคาที่แพงกว่าราคาพาร์หน้าหุ้นที่กำหนดไว้ 100 บาท ถึง 192,763,000 บาท โดยชี้แจงว่าการลงทุนดังกล่าวได้ผ่านการประเมินความคุ้มค่าของผู้ประเมินอิสระคือ บริษัท ซิมส์พร็อพเพอร์ตี้คอนซัลแทนต์ จำกัดเรียบร้อยแล้ว

ผลการประเมินของผู้ประเมินอิสระดังกล่าวบ่งชี้ว่ามูลค่าบริษัทฮีโร่เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด มีแนวโน้มที่จะสูงถึง 2,616 ล้านบาท และมูลค่าหุ้นมีแนวโน้มที่จะขยับตัวขึ้นไปได้ถึง 974.5877 บาทต่อหุ้น ภายในระยะเวลา 9 ปี

ในหนังสือฉบับลงวันที่ 15 กันยายน 2560 ที่ดีคอร์ป มีไปถึงกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังอ้างด้วยว่าบริษัท ซิมส์พร็อพเพอร์ตี้คอนซัลแทนต์ ซึ่งเป็นผู้ประเมินอิสระ ได้ประเมินอัตราผลตอบแทนการลงทุนประเภท Equity Internal Rate of Return(EIRR) จะอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 20% อีกด้วย โดยทั้งหมดตั้งอยู่บนข้อสมมุติฐานจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ยปีละ 1.2 ล้านคน และรายได้เฉลี่ยที่ปีละ 1,000 ล้านบาท

เมื่อความจริงปรากฏ จากจำนวนผู้ใช้บริการที่ต่ำเตี้ยจริงๆ และรายได้เฉลี่ยก็เลี่ยดินจริงๆ ซึ่งเพี้ยนไปจากผลประเมินแบบโลกสวยชนิด 180 องศา มันจึงเป็นที่มาของปัญหาขาดสภาพคล่อง และจำเป็นต้อง “ม้วนเสื่อ” ไปก่อนเวลาอันควร


ใครเป็นใครใน “ฮีโร่เอ็กซ์พีเรียนซ์”

บริษัท ฮีโร่เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด ที่ดีคอร์ป หลวมตัวเข้าไปตีตั๋วร่วมลงทุนด้วยราคาแพงลิบลิ่ว แรกเริ่มเดิมทีเป็นกิจการที่จดจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ด้วยทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 5 ล้านบาท แล้วเพิ่มทุนเป็น 127.5 ล้านบาท เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 และเพิ่มอีกรอบเป็น 268,421,000 บาท เมื่อเดือนธันวาคม 2560

บริษัทนี้เมื่อแรกก่อตั้งมีเครือญาติตระกูลเทียนทอง ของ “ป๋าเหนาะ..เสนาะ เทียนทอง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่เมื่อดีคอร์ป ที่มีเครือข่าย “เสี่ยเพ้ง” ถือหุ้นใหญ่เข้าร่วมทุนเมื่อปลายปี 2560 ครอบครัวเทียนทอง ก็ลดสัดส่วนการถือครองหุ้นลง แต่ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ซึ่งประกอบด้วย

1). ดีคอร์ป 32.5%

2). สุรเกียรติ เทียนทอง 7.5%

3). สุรชาติ เทียนทอง 7.5%

4). อนุรักษ์ เทียนทอง 7.5%

5). วิชญ์ ไวฑูรเกียรติ 7.5%

6). จิตรา โตศักดิ์สิทธิ์ 7.5%

7). นพปฏล เจสัน จิรสันต์ 3.75%

8). สุณัฏฐา บดินทร์ภักดีกุล 3.75%

9). นิติ เนื่องจำนงค์ 22.5%


อ่านหมากผิด..เดินหมากพลาด…แพ้ทั้งกระดาน :

ต้นสายปลายเหตุความล้มเหลวแบบปัจจุบันทันด่วนของThe Marvel Experience Thailand น่าจะมาจากความผิดพลาดอย่างมหันต์ในการวิเคราะห์ตลาดและลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ที่ใช้เป็นบรรทัดฐานในการดำเนินกลยุทธทางการตลาด ตลอดจนกลยุทธด้านราคา

ทีมบริหารของค่ายฮีโร่เอ็กซ์พีเรียนซ์ น่าจะอ่านตลาดแบบคนโลกสวยหยดย้อยหยาดเยิ้มตามแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวที่ดีวันดีคืน ผสมผสานกับประเมินความขลังของอภินิหารเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ในการ “ดูดเงิน” จากบรรดาแฟนคลับไว้สูงลิบลิ่ว ทำให้เกิดความกล้าหาญที่จะตั้งราคาค่าตั๋วไว้สูงเว่อร์….

ราคาตั๋วผ่านประตูเข้าไปสัมผัสความตื่นเต้นกับเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ ในรูปแบบ digital hyper reality เป็นครั้งแรกของเมืองไทย และครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกกำหนดไว้ 1,500 บาท สำหรับผู้ใหญ่ และ 1,350 บาท สำหรับเด็ก นับเป็นระดับราคาที่ทำเอาสาวกซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหลายถึงกับ “ช็อค” และพากันเปลี่ยนใจเลือกที่จะเป็นแฟน “อ้อม-สุนิสา  สุขบุญสังข์” แล้วร้องเพลง…”ถอย…ดีกว่า…ไม่เอาดีกว่า” มากกว่าที่จะยอมใจป้ำจ่าย 1,500 บาท หรือ 1,350 บาท เพื่อซูเปอร์ฮีโร่ในดวงใจ

ค่าตั๋วเข้า The Marvel Experience Thailand เมื่อไปเทียบเคียงกับยูนิเวอร์แซลสตูดิโอที่สิงคโปร์…ที่โอซาก้า หรือ โตเกียวดีสนีย์แลนด์ ที่ญี่ปุ่น ซึ่งเหนือกว่า The Marvel Experience Thailand ชนิดไม่เห็นฝุ่น แต่สนนราคาค่าตั๋วดันทะลึ่งสูสีใกล้เคียงกันมากๆ ปฏิกิริยาการถอยก็เลยยิ่งเข้มข้นหนักยิ่งขึ้น


มาร์เวล..มาเฟล :

ปรากฏการณ์ที่บรรดาซูเปอร์ฮีโร่ค่ายมาร์เวลมาหงายเงิบในเมืองไทย แบบสายฟ้าแล่บ ชนิดเทพพระเจ้าสายฟ้าอย่างธอร์ หมดปัญญาเยียวยา ทำให้เกิดวรรคทองที่เม้าท์กันสนั่นเมืองว่า…”มาร์เวล..มาเฟล” ที่เมืองไทย

ทีมบริหารของบริษัท ฮีโร่เอ็กซ์พีเรียนซ์ ได้พยายามแก้ไขข้อผิดพลาดของกลยุทธราคา ด้วยการโหมโปรโมชั่นหั่นราคาลงมาแรงๆจาก 1,500 บาท เหลือ  499 บาท และจาก 1,350 บาท เหลือ 399 บาท แต่ดูเหมือนว่า…สายเกินแก้…แย่เกินกว่าจะเยียวยาได้แล้ว

สุดท้าย..ท้ายสุด “มาร์เวล” ก็จำต้อง “แฟร์เวล” จำจากประเทศไทยไปด้วยเวลาเพียงแค่ 7 เดือน พร้อมๆกับปล่อยสินเชื่อ 240 ล้านบาทให้ธนาคารไทยพาณิชย์ ต้องตามล้างตามเช็ดกันต่อไป

ถ้าตามได้ครบถ้วนก็ถือว่าโชคดี…แต่ถ้าตามได้ไม่ครบถ้วน ก็จะทำให้ธนาคารไทยพาณิชย์อาจต้องมี”หนี้เน่า”พอกพูนสูงขึ้น เป็นภาระที่จะต้องจัดสรรเงินสำรองหนี้เน่าเพิ่มขึ้น ซึ่งจะไปมีผลเบียดบังผลกำไรให้ถดถอยลงอย่างน่าเสียดาย…