จากรายงานล่าสุดของ อีมาร์เกตเตอร์ บริษัทวิจัยการตลาดสัญชาติอเมริกัน ระบุข้อมูลทางสถิติที่นำมาสู่การคาดการณ์ว่าในปี 2562 จีน มหาอำนาจวงการอีคอมเมิร์ซโลกในขณะนี้ จะสามารถแซงหน้าสหรัฐอเมริกา ครองตำแหน่งตลาดค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลกไปครองแบบลอยลำ พร้อมข้อมูลทางสถิติสนับสนุนข้อสันนิษฐานนี้ว่า ปี 2562 ยอดค้าปลีกสุทธิของจีนจะขยายตัว 7.5 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 5.636 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่สหรัฐอเมริกาจะมียอดค้าปลีกเติบโตอยู่ที่ 3.3 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 5.520 ล้านล้านดอลลาร์เท่านั้น ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้จีนถูกจับตามองในฐานะผู้ที่ต้องร่วมเข้าหารือกับทางสหรัฐอเมริกาและประเทศในกลุ่มยุโรป เพื่อที่จะร่วมออก ‘กฎหมายอีคอมเมิร์ซโลก’


เจาะลึกปัจจัยเบื้องหลัง เหตุใดมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซจีนทะยานไม่หยุด?

ก่อนจะไปที่ประเด็น จีน กับบทบาทในการร่วมออก “กฎหมายอีคอมเมิร์ซโลก” เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันถึงข้อมูลอัปเดตล่าสุดว่าทำไมตลาดค้าปลีกจีนโดยเฉพาะตลาดอีคอมเมิร์ซ จึงเติบโตอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดดเช่นนี้ ต่อความสงสัยนี้ โมนิกา เพิร์ต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการคาดการณ์ของอีมาร์เกตเตอร์ ระบุว่าปัจจัยที่ทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซจีนเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เพราะผลพวงจากรายได้ของชาวจีนที่เพิ่มขึ้นทำให้ชาวจีนมีอำนาจซื้อเพิ่มขึ้น ความนิยมในการช็อปออนไลน์ของชาวจีน และความเจริญรุดหน้าของวงการอีคอมเมิร์ซจีน ประกอบกัน

ด้านสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (เอ็นบีเอส) ระบุว่า ตอนนี้ อีคอมเมิร์ซมีบทบาทอย่างมากในการเป็นขุมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจค้าปลีกของจีน คิดเป็นสัดส่วนเกือบหนึ่งในห้าของยอดค้าปลีกทั้งหมดของประเทศจีนในปี 2561 ที่ผ่านมา อย่างที่ใครหลายคนทราบว่ามหกรรมการช็อปปิงวันคนโสดของจีน ยักษ์ใหญ่ในวงการอีคอมเมิร์ซอย่าง อาลีบาบา กวาดยอดขายไปถึง 10,000 ล้านหยวน ภายในเวลาแค่ 2 นาที ขณะที่ยอดขายตลอด 24 ชั่วโมง ของ เทศกาลช็อปปิงไซเบอร์มันเดย์ และ แบล็กฟลายเดย์ ของสหรัฐอเมริกา รวมกันอยู่ที่ 31,460 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

และในบทสรุปของอีมาร์เกตเตอร์ ระบุชัดเจนว่า จีนจะครองสัดส่วนยอดค้าปลีกออนไลน์ทั้งหมดทั่วโลกราว 55.8 เปอร์เซ็นต์ ภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่าตัวเลขนี้จะพุ่งเกิน 63 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2565 ซึ่งนับว่าสวนทางกับสหรัฐอเมริกาที่มีการคาดการณ์ว่า ส่วนแบ่งทางการตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลกลดลงถึง 15 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2565

ส่องกฎหมายอีคอมเมิร์ซจีน ฉบับล่าสุด ก่อนจีนก้าวสู่บทบาทร่วมออก ‘กฎหมายอีคอมเมิร์ซโลก’

ย้อนเวลากลับไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2561 สภาผู้แทนประชาชนจีนรุ่นที่ 13 ครั้งที่ 5 ได้อนุมัติกฎหมายว่าด้วยอีคอมเมิร์ซ และกำหนดให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้เวลาในการพิจารณานานถึง 4 ครั้ง ตลอดเวลา 5 ปี โดยภาครัฐของจีนให้ความสำคัญเรื่องความรับผิดชอบของทุกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคชาวจีนเป็นหลัก โดยกฎหมายอีคอมเมิร์ซใหม่ของจีนมีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจดังนี้

  • ทางการจีนให้ความสำคัญอย่างมากกับการตรวจสอบคุณสมบัติของร้านค้าออนไลน์ หากมีการละเมิดสิทธิผู้บริโภคจะถูกปรับเงินทันที 50,000 – 500,000 หยวน และถ้าพบว่าเป็นกรณีละเมิดที่ร้ายแรง จะถูกปรับ 500,000 – 2,000,000 หยวน
  • บุคคลที่จำหน่ายสินค้าผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์ต่างๆ บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง วีแชท ต้องลงทะเบียนเป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ด้วย (จากเดิมคนที่ต้องลงทะเบียนตามกฎหมายจะครอบคลุมแค่บุคคลธรรมดาที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการออนไลน์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในรูปแบบเว็บไซต์ อย่าง เถาเป่า เจดี เท่านั้น)
  • กฎหมายฉบับใหม่ระบุว่า หากเป็นผู้ที่จำหน่ายสินค้าประเภทอาหารผ่านช่องทางออนไลน์ในจีน ควรลงทะเบียนผู้ประกอบการเพื่อให้ได้ใบอนุญาตจำหน่ายอาหารในจีนก่อน และมีข้อกำหนดด้วยว่า ห้ามจำหน่ายสินค้าที่ไม่มีฉลากภาษาจีน และยังห้ามจำหน่ายนมผงเด็กที่ไม่ได้ลงทะเบียนรับรองสูตรนมผงเด็ก
  • บทบัญญัติห้ามผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซลบคอมเมนต์ที่ไม่ดีของลูกค้า รวมทั้งห้ามผู้ประกอบการทำสถิติซื้อขายปลอม ถ้าพบการละเมิด มีระวางโทษเป็นค่าปรับสูงถึง 20,000-50,000 หยวน
  • ห้ามผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซเก็บเงินมัดจำของลูกค้า และในกรณีที่ผู้ประกอบการมีการขายพ่วงสินค้าหรือบริการ ต้องแจ้งลูกค้าให้ชัดเจน และต้องส่งมอบสินค้าตามระยะเวลาที่ตกลงกับลูกค้า รวมถึงต้องรับผิดชอบความเสี่ยงระหว่างขนส่งสินค้าด้วย

ส่วนบทบาทของจีนในเวทีการบัญญัติ “กฎหมายอีคอมเมิร์ซโลก” มีการเปิดเผยจาก ไซมอน เบอร์มิงแฮม รัฐมนตรีพาณิชย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่ตั้งความหวังว่า จะมีตัวแทนจากจีนและสหรัฐอเมริกา รวมถึงกลุ่มประเทศทางแถบยุโรปมาหารือกันเกี่ยวกับประเด็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ก่อนการประชุมสุดยอดกลุ่มจี 20 ที่ญี่ปุ่น ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ โดยจะนำมาซึ่งการบรรลุข้อตกลงความร่วมมือร่วมกันได้ในปีหน้า ทั้งนี้ รัฐมนตรีพาณิชย์ ออสเตรเลีย ได้สื่อสารชัดเจนว่า

“อยากเห็นการเจรจาที่เป็นรูปธรรมในเรื่องเกี่ยวกับ กฎหมายอีคอมเมิร์ซโลก เพราะการค้าดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซเป็นตลาดขนาดใหญ่ ยิ่งในตอนนี้ การค้าออนไลน์ทั่วโลกกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด จึงเป็นยุคที่โลกต้องปรับตัวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างจริงจัง ในการทำธุรกิจนี้จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายกลางที่บังคับใช้เป็นมาตรฐานเพื่อดูแลการทำธุรกิจให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย


ที่มา :

  • รายงานข่าวเรื่อง “จีนยอมหารือ สหรัฐ-ยุโรป ร่วมออกกฎอีคอมเมิร์ซโลก” (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562)
  • www.xinhuanet.com/english/2019-01/01/c_137712678.htm

ไม่ตกทุกข่าวอัปเดตของมหาอำนาจแดนมังกร อ่านต่อ

เศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) ลมใต้ปีกขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนในมุมมองใหม่

เมื่อถนนทุกสาย มุ่งสู่การช็อปออนไลน์ 2019 จึงเป็นปีแห่งการปรับ ‘กลยุทธ์ครองใจนักช็อป’ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

‘ชิงต่าว’ เมืองเบียร์ที่น่าศึกษา แต่รู้จักในฐานะ ‘ศูนย์โลจิสติกส์อัจฉริยะ’ แห่งอนาคตไว้จะยิ่งดี