‘ท่าเรือบก’ หรือ Dry Port หลายคนฟังชื่ออาจยังงงๆ คืออะไร? ต่างกับท่าเรือน้ำอย่างไรจะว่าไปแล้วท่าเรือบกก็เหมือนกับ ‘ท่าเรือน้ำ’ ต่างกันแค่ตั้งอยู่บนบก ซึ่งในประเทศไทยยังไม่เคยมีท่าเรือบก แต่ในอนาคตอันใกล้ เราจะต้องมีท่าเรือบกแน่นอนอย่างน้อย 4 แห่ง


ถามว่าจำเป็นด้วยหรือที่ประเทศไทยต้องมีท่าเรือบก คำตอบคือจำเป็น และจำเป็นมากด้วย

เนื่องจากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในรายได้สำคัญของประเทศไทยคือ การส่งออก ในแต่ละปีเราส่งออกสินค้าคิดเป็นจำนวนเงินมากถึง 8 ล้านล้านบาท และยังมีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเพื่อนำมาผลิตสินค้าเพื่อการบริโภคภายในและส่งออกอีกหลายล้านบาทต่อปี ซึ่งการส่งออกและนำเข้าต้องผ่านช่องทางหลักคือ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี

แน่นอนว่าเมื่อช่องทางการส่งออกและนำเข้าต้องผ่านท่าเรือแหลมฉบังเป็นหลัก ถนนทุกสายจึงมุ่งสู่ท่าเรือแหลมฉบัง ตู้คอนเทนเนอร์ รถบรรทุก การตรวจสอบสินค้า พิธีการด้านศุลกากร ถูกรวมไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง กลายเป็นความแออัดของการจราจร ความสับสนวุ่นวาย ความล่าช้าทางด้านเอกสาร เพราะทุกอย่างถูกรวมศูนย์ไว้ในจุดเดียว

นำมาสู่ไอเดียการผุดท่าเรือบกซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.

โดยศึกษาในทุกมิติเสร็จเรียบร้อยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ทั้งในเรื่องของพื้นที่ ความต้องการแหล่งกำเนิดสินค้าที่จะมีการขนส่งทั้งเข้าและออก แหล่งผลิตต่างๆ รวมถึงความสมบูรณ์ของโครงข่าย

ยุทธศาสตร์คือ การแบ่งเบาภาระของ
ท่าเรือแหลมฉบัง ที่เป็นประตูออก
ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
ซึ่งปัจจุบันมีความแออัดอย่างมาก

จากเดิมที่ทุกอย่างต้องดำเนินการที่ท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อมีท่าเรือบกเกิดขึ้นการตรวจตู้ เปิดตู้ หรือพิธีการต่างๆ ด้านศุลกากรสามารถทำได้ที่ท่าเรือบก เมื่อสินค้าส่งไปถึงแหลมฉบังก็ขนลงเรือออกสู่ต่างประเทศได้เลย

พูดง่ายๆ คือถ่ายโอนขั้นตอนต่างๆ ที่เคยทำที่ท่าเรือแหลมฉบังไปทำที่ท่าเรือบกแทนเพื่อความสะดวกและประหยัดเวลา ตรวจเสร็จปิดตู้ส่งมาทางรถไฟถึงท่าเรือแหลมฉบัง ยกขึ้นเรือออกต่างประเทศได้เลย

ในขณะที่สินค้าเข้าก็ทำแบบเดียวกัน คือแทนที่จะตรวจที่แหลมฉบังก็ขนไปตรวจที่ท่าเรือบกแทน ซึ่งจะลดขั้นตอนพิธีการด้านศุลการกรได้มาก 

จากการศึกษาของ สนข.พบว่ามี 4 แห่งที่เหมาะสมต่อการสร้างท่าเรือบก ซึ่งจุดแรกคือ จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องจากมีความพร้อมและอยู่ใกล้กับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี กลุ่มที่ 2 ที่จะดำเนินการในระยะถัดไปคือ จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีอุตสาหกรรมและสินค้าเข้าออกจำนวนมาก และสุดท้ายคือ จังหวัดนครสวรรค์

จุดเด่นของทั้ง 4 จังหวัดคือ
จะมีรถไฟทางคู่ผ่าน
สามารถขนสินค้าขึ้นรถไฟ
วิ่งตรงเข้าสู่ท่าเรือแหลมฉบังได้เลย

มองจากคอนเซ็ปต์จึงเห็นว่า “ท่าเรือบก” มีความจำเป็นอย่างมาก!!

อย่างไรก็ตาม วันนี้มีเสียงคัดค้านจากชาวบ้านในบางพื้นที่ว่า จะได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างท่าเรือบก ซึ่งตรงนี้คือรายละเอียดที่ สนข.อาจต้องกำหนดพิมพ์เขียวอีกครั้งว่า จำเป็นต้องสร้างในพื้นที่ที่กำหนดไว้แต่เดิมหรือไม่? สามารถขยับขยายไปยังพื้นที่ใกล้เคียงที่ไม่มีชุมชนได้หรือไม่? หรือควรจะมีทางออกอื่นอย่างไร?

เมื่อท่าเรือบกคือ ทางเลือก และ ทางรอด โครงการนี้จึงไม่ควรเจอทางตัน!!!


อ่านต่อเรื่อง ‘ท่าเรือบก’ กับการเป็น HUB ของอาเซียน 

ผุด ‘ท่าเรือบก’ 4 จังหวัด ก้าวย่างใหม่ขนส่งไทย ‘ฮับ’ อาเซียน นำร่อง ‘ฉะเชิงเทรา’