กรณีของเวเนซุเอลาให้ข้อคิดหลายเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ประธานาธิบดี ‘นิโกลัส มาดูโร’ ได้รับการรับรองตามกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยรัสเซีย จีน ตุรกี ขณะที่ประธานาธิบดี ‘ฮวน กัวโด’ ไม่ได้มาจากรัฐธรรมนูญ แต่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและอียู (ยกเว้นอิตาลี)
เห็นได้ชัดเจนว่าการรับรอง ฮวน กัวโด ไม่ได้มาจากผลประโยชน์ของระบบประชาธิปไตย แต่มาจากผลประโยชน์ของชาติตนเองเป็นที่ตั้งและความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ โดยไม่เกี่ยวกับหลักการประชาธิปไตย แต่กลายเป็นการเมืองระหว่างประเทศที่มีหลักการแตกต่างไปจากเดิม
สำหรับรัฐศูนย์กลาง หากตำแหน่งของรัฐอุกกาบาตนั้นมีความสำคัญในแง่ ‘ภูมิรัฐศาสตร์โลก’ อย่างกรณีของการเปลี่ยนอำนาจรัฐแบบรัฐประหาร ส่วนใหญ่มาจาก อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และ การซื้อขายด้วยเงินดอลลาร์ อย่างที่รู้กันคือ ในลิเบีย อิรัก ซีเรีย อิหร่าน และเวเนซุเอลา เป็นพื้นที่จุดชนวนความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ระหว่างรัฐศูนย์กลางที่เป็นเจ้าของเดิม (สหรัฐ) และเจ้าของใหม่ (รัสเซีย จีน)
สหรัฐต้องการกำหนด ‘ราคาน้ำมัน’ เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้โค่นล้มรัฐบาลรัสเซียได้ และจากการขยายอิทธิพลของรัสเซียจากตะวันออกกลางเข้าไปในละตินอเมริกา หากรัสเซียต้องการครอบครองอุตสาหกรรมดังกล่าว ต้องมีฐานการสนับสนุนด้านกองทัพที่เข้มแข็งเช่นเดียวกัน นั่นหมายถึง มีประเทศที่เป็นรัฐศูนย์กลางคอยหนุนหลัง สนับสนุนการซื้ออาวุธหรืออุตสาหกรรมการทหารเป็นของแถม รวมทั้งตลาดด้านการแพทย์และอุตสาหกรรมการเกษตรแปรรูป ยังเป็นแหล่งรายได้มหาศาล การค้ากับระบบการสนับสนุนเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยทางการค้าจึงมีความจำเป็นในปัจจุบัน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามารบกวน
จากตัวเลขของรัสเซีย การขายสินค้าและลงทุนแบบให้เครดิตแก่เวเนซุเอลามากกว่า 1.7 หมื่นล้านเหรียญ ในขณะที่จีน 7 หมื่นกว่าล้านเหรียญ นั่นหมายความว่า หากประธานาธิบดีรักษาการที่สหรัฐหนุนอยู่ ‘ฮวน กัวโด’ ได้ชัยชนะ รัสเซียและจีนจะต้องสูญเสียเงินและผลประโยชน์ดังกล่าวมหาศาล
รัสเซียและจีนจึงต้องสนับสนุนประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร ที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อรักษาตำแหน่งของตนไว้ และยิ่งรัสเซียกับจีนลงทุนในเวเนซุเอลามากเท่าไร เมื่อนั้นก็จะสร้างดุลยภาพทางการเมืองภายในและต่างประเทศให้แก่เวเนซุเอลามากขึ้นเท่านั้น
การโค่นล้มนิโกลัส มาดูโร อาจทำได้ยากยิ่งขึ้นในพื้นที่ภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าว แด่คาดว่ารัสเซียจะไม่ส่งทหารเข้าไปตามการร้องขอของซีเรีย เนื่องจากคิวบามีทหารที่พร้อมให้การคุ้มครองมาดูโรกว่า 20,000 นาย แต่ทหารรับจ้างรัสเซียมีเพียง 400 นาย
‘การสร้างดุลยภาพจากภายนอกประเทศ’ จึงเป็นวิธีการที่สำคัญสำหรับรัฐบริวารที่อุดมไปด้วยน้ำมันและทองคำ ใช้ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงจากภายนอกได้ โดยเสนอให้คู่ต่อสู้ในตลาดพลังงานเผชิญหน้ากันเพื่อให้รัฐของตนเองอยู่รอดตามรัฐธรรมนูญ
หันมาดูตำแหน่งของรัฐอุกกาบาตที่เน้นด้านการเกษตรและการท่องเที่ยว ก็น่าจะไม่ต่างกันในด้านที่มีการต่อต้านรัฐประหาร แต่ตำแหน่งของตนนั้นส่งผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์โลกน้อยกว่า ฉะนั้น ดุลยภาพของการเมืองภายในจึงเป็นตัวกำหนดอนาคตของรัฐอุกกาบาต มากกว่าคู่แข่งด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก เพราะการเมืองภายในสามารถทดแทนพื้นที่กันได้และมีหลากหลายขั้ว
ผู้นำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นจำเป็นที่จะต้องสร้างดุลยภาพภายในโดยดึงผลประโยชน์ระดับภูมิภาค (อภิมหาโครงการอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง) มาต่อรองภายใต้การแข่งขันกันระหว่างรัฐศูนย์กลางหรือรัฐระดับภูมิภาค ซึ่งผู้เล่นส่วนใหญ่ก็จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มตะวันตกและตะวันออก ซึ่งต่างก็มีเทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรมที่สามารถจัดหนักด้านการลงทุน อย่างในอุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมการทหาร อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด โครงข่ายขนส่งโลจิสติสก์ และยังสามารถขยายยอดการค้าล่วงหน้าซึ่งเพิ่มตัวเลขให้ประเทศได้อย่างรวดเร็วภายใต้การตกลงความร่วมมือกันระหว่างรัฐ
ในการสร้างดุลยภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หากยิ่งเพิ่มยอดการค้ามากก็จะยิ่งดี เพราะหากมีการเปลี่ยนอำนาจที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญก็อาจสร้างปัญหาในการยอมรับรัฐบาลนั้นได้ รวมถึงการเรียกร้องข้อตกลงต่างๆ ที่ดำเนินการไว้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลงานของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งจะต้องเร่งทำงานของตนเองให้เป็นที่ประจักษ์
แต่หากรัฐอุกกาบาตยังทำงานตามปัญหาที่เผชิญประจำวันโดยไม่มี ‘วิสัยทัศน์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ของตนเอง’ คาดว่าการก่อรัฐประหารหรือการเปลี่ยนอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นอย่างถาวร อันเนื่องมาจากขาดดุลยภาพด้านภูมิรัฐศาสตร์นั่นเอง
สรุปแล้วตำแหน่งด้านภูมิรัฐศาสตร์ของตนเองช่วยกำหนดและดูแลรักษาอำนาจที่มาจากรัฐธรรมนูญ ‘ได้ดีกว่า’ ไปพึ่งพาการเขียนกฎหมายหรือการสนับสนุนให้มวลชนเผชิญหน้ากัน
เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย
สนใจเรื่องของ ‘เวเนซุเอลา’ แนะนำให้อ่านอีก 2 บทความ










