นับเป็นโจทย์ที่สำคัญอันดับต้นๆ ก็ว่าได้ สำหรับการขับเคลื่อนโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ที่ภาคการศึกษาทุกระดับต้องมาร่วมกันระดมสมอง แก้โจทย์การผลิตกำลังคนวิชาชีพด้านต่างๆ เพื่อตอบสนอง 10 S-curve หรือ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

และการบรรลุภารกิจเร่งด่วนนี้ จำเป็นต้องดำเนินการในรูปแบบของคลัสเตอร์การศึกษาที่รวบรวมเอาสถาบันการศึกษา ทั้งภาคอุดมศึกษา คือ มหาวิทยาลัยต่างๆ และภาคอาชีวศึกษา ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคและวิทยาอาชีพทั่วประเทศ โดยเฉพาะวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่ 3 จังหวัด ที่จะมาเป็นหัวหอกสำคัญ อย่าง วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ก็เป็นสถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่ลำดับต้นๆของอีอีซี ที่จะมาร่วมเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนการผลิตกำลังคนวิชาชีพเพื่อตอบสนองภารกิจสำคัญระดับชาตินี้  

ทั้งนี้จากที่ประชุมของ คณะทำงานด้านการพัฒนาบุคลากรและการศึกษา (EEC-HDC) ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนแนวทางการผลิตบุคลากรตอบสนองความต้องการของ 10 S-curve ได้กำหนดให้ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษา ที่มาเป็นแกนนำในการการพัฒนาบุคลากรด้านระบบรางและรถไฟความเร็วสูงป้อนภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะมีบทบาทอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนโครงการอีอีซี

ดังนั้น เพื่อเดินหน้าภารกิจนี้ไปได้อย่าเป็นรูปธรรม เจ้าภาพอย่าง วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี จึงต้องมีการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ และผู้ที่จะมาให้ข้อมูลได้ดีที่สุด คือ อาจารย์นิทัศน์ วีระโพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ที่เพิ่งมารับตำแหน่งบริหารวิทยาลัยเทคนิคชลบุรีแห่งนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง ซึ่งจากการพูดคุยกับผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคชลบุรีคนใหม่ เราก็ได้ทราบว่า

อาจารย์นิทัศน์ วีระโพธิ์ประสิทธิ์

“ผมเกิดที่ชลบุรี เป็นคนชลบุรี และยังเป็นศิษย์เก่าของวิทยาลัยเทคนิคชลบุรีด้วย ดังนั้น เมื่อได้ทราบว่าจะได้ย้ายกลับมาดูแลบริหารวิทยาลัยเทคนิคชลบุรีจึงดีใจมาก และมีความตั้งใจที่จะพัฒนาเทคนิคชลบุรีโฉมใหม่ในโอกาสที่สถาบันแห่งนี้มีเปิดทำการเรียนการสอนมาครบ 80 ปี โดยมุ่งเน้นสร้างนักศึกษาอาชีวะ ตามคำขวัญของสถาบันฯใหม่ที่ว่า “วินัยเด่น เน้นวิชาการ” เป็นแหล่งผลิตกำลังคนวิชาชีพที่มีความรู้ ความสามารถ ตอบสนองกับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในช่วงที่เรากำลังเดินหน้าโครงการอีอีซี ซึ่งเกิดความต้องการกำลังคนวิชาชีพเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าทวีคูณ”


ที่มาและความสำคัญ การผลิตกำลังคนป้อนระบบควบคุม & ซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางราง ในอีอีซี

อย่างไรก็ตาม เมื่อโฟกัสมาที่ภารกิจที่วิทยาลัยเทคนิคชลบุรีได้รับมอบหมายจาก EEC-HDC ในการผลิตกำลังคนวิชาชีพป้อนระบบซ่อมบำรุง & ควบคุมระบบขนส่งทางราง ในอีอีซี ซึ่งมีความต้องการอย่างชัดเจนและเร่งด่วน อ้างอิงได้จากการอัปเดตในที่ประชุมของ EEC-HDC ซึ่งมี ดร.อภิชาต ทองอยู่ เป็นประธานที่ว่า

“เนื่องจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ประมูลเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอเพียงการประกาศชื่อผู้ชนะอย่างเป็นทางการ ซึ่งผู้รับผิดชอบโครงการนำเสนอกรอบการพัฒนาโดยตั้งคำถามสำคัญว่า อุตสาหกรรมระบบรางและรถไฟความเร็วสูงมีความต้องการแรงงานประเภทใดบ้าง จำนวนเท่าไร และต้องวางแผนการผลิตบุคลากรอย่างไร ด้วยเหตุนี้ การวางแผนการผลิตบุคลากรด้านนี้จึงต้องเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรมแล้ว”

ด้าน วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี อาจารย์นิทัศน์รับแนวคิดนี้ไปเพื่อนำไปขยายผลในการพัฒนาหลักสูตรที่เปิดสอนในวิทยาลัยในตอนนี้ โดยได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

“ในขณะนี้ ทางวิทยาลัยฯ ได้จัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาเทคนิคควบคุมและซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางราง ซึ่งในปีการศึกษา 2561 นี้จะผลิตนักศึกษาอาชีวะที่จบการศึกษาออกไป ทั้งหมด 32 คน แต่เรามีความตั้งใจและวางแผนว่าในระยะ 5 ปี ต่อจากนี้ (2561-2565) เป้าในการผลิตกำลังคนด้านนี้ของวิทยาลัยฯจะเพิ่มได้ถึง 340 คน”

“ด้วยการวางแผนสร้างและแสวงหาความร่วมมือจากทั้งในและต่างประเทศ โดยยึดแนวทางการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพให้การผลิตกำลังคนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสม และหลักการ Demand Driven ซึ่งเป็นวิธีการผลิตกำลังคนที่เหมาะสมกับศตวรรษที่ 21 ที่มนุษย์ต้องอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ที่นำเสนอในที่ประชุมของ EEC-HDC ด้วย”


เปิดแผนยุทธศาสตร์ ปั้นกำลังคน อาชีวะพรีเมียม ตอบโจทย์ความต้องการอีอีซีให้ทันเวลา

ด้าน อาจารย์สุทธิกร สมทรง ครูชำนาญการประจำสาขาวิชาเทคนิคควบคุมและซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางราง วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ได้ให้ข้อมูลด้านการเรียนการสอนและแนวทางการพัฒนาหลักสูตรเพิ่มเติมว่า

“การจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมา เราจัดเป็นแบบทวิภาคี คือ ปีการศึกษาที่หนึ่ง จะเรียนภาคทฤษฎีและวิชาชะพื้นฐานในสานศึกษา และในปีการศึกษาที่สอง จึงส่งนักศึกษาไปฝึกไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพหนึ่งปี ที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีการรถไฟหูหนาน (Hunan Railway Professional Technology College) สาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ วิทยาลัยอาชีวศึกษาการขนส่งสาธารณะฉงชิ่ง (Chongqing Vocational of Public Transportation) สาธารณรัฐประชาชนจีน และยังมีนักศึกษาบางส่วนที่เราจะส่งไปฝึกงานที่สถานประกอบการในไทย ซึ่งทางวิทยาลัยฯได้สร้างความร่วมมือไว้”

นอกจากนั้น อาจารย์สุทธิกร ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลักสูตรนี้ได้มีการร่วมมือทบทวนและปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการ และวิชาชีพด้านการควบคุมและซ่อมบำรุงระบบราง กับหน่วยงานในประเทศไทย อย่าง สมาคมวิศวกรรมระบบขนส่งทางรางไทย สถาบันอุดมศึกษาต่างๆที่เปิดสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ด้านระบบการควบคุม ซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางราง เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลขอนแก่น มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยศรีปทุม รวมถึง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ด้วย

ทางรอดมหาวิทยาลัย ศตวรรษที่ 21

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มกำลังการผลิตบุคลากรจาก 32 คน ต่อ หนึ่งปีการศึกษา เป็น 340 คน ในระยะเวลา 5 ปี คือ 2561-2565 นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องวางแผนการดำเนินงานที่รัดกุม และต้องได้รับการสนับสนุน ส่งเสริมจากหน่วยงาน สถานประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เหมาะสม ซึ่งในประเด็นนี้ อาจารย์นิทัศน์ ได้อธิบายถึงแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาและการผลิตกำลังด้านนี้ในระยะ 5 ปีต่อจากนี้ ดังนี้

  • ปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับทักษะที่สถานประกอบการต้องการ

วางแผนพัฒนาบุคลากรที่อยู่ในระบบการเรียนการสอนให้มีความสามารถและทักษะในระดับที่เหมาะสมกับการทำงาน เพิ่มการฝึกอบรมในหลักสูตรเทคนิคการซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้า หลักสูตรเทคนิคการซ่อมบำรุงระบบเทคนิคการจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ หลักสูตรนายสถานี ไปจนถึงหลักสูตรพนักงานบริการลูกค้า ซึ่งหลักสูตรเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในภาคอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางรางในอนาคตใหห้กับบุคลากรของวิทยาลัยฯได้อย่างครบวงจร

  • ร่วมกับหน่วยงานของรัฐ ยกระดับวิชาชีพด้านระบบการขนส่งทางราง ให้ได้มาตรฐานทัดเทียมอารยประเทศ

สร้างระบบการรับรองมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ สาขารถไฟฟ้าความเร็วสูง ร่วมกับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) นอกจากนั้น ยังวางแผนให้มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านการขนส่งทางราง ซึ่งคาดว่าจะใช้รองรับทั้งนักศึกษาอาชีวศึกษาจากทั่วประเทศ ที่มีการเรียนการสอนด้านระบบขนส่งทางราง ให้ได้มาพัฒนาศักยภาพให้พร้อมเพื่อเข้าสู่การทำงานในภาคอุตสาหกรรมนี้ และยังเปิดกว้างให้ นักศึกษาหรือบัณฑิตจากมหาวิทยาลัย ประชาชน คนทำงานในแวดวงนี้ที่สนใจจะมาหาความรู้เพิ่มเติม ฝึกฝนทักษะด้านระบบขนส่งทางรางที่ทันสมัยและครบวงจร ได้ที่นี่ด้วย โดยคาดว่าในภารกิจนี้จะร่วมมือกันกับสมาคมวิศวกรรมระบบขนส่งทางรางไทย และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช.

อีกภาคส่วนหนึ่ง ก็จะสร้างศูนย์ประสานงานระบบราง โดยอาศัยเทคโนโลยีที่กำลังเป็นกระแสโลกอย่าง Big Data มาเป็นตัวช่วยจัดทำข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ในรูปแบบของ Demand & Supply หรือ อุปสงค์ & อุปทาน เกี่ยวกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมด้านระบบขนส่งทางราง และใช้ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นศูนย์กลางในการนำมาปรับใช้เพื่อวางแผนพัฒนาหลักสูตรผลิตกำลังคนระบบขนส่งทางรางให้ตอบโจทย์ความต้องการของสถานประกอบการ และวิเคราะห์แนวโน้ม จำนวน การผลิตกำลังคนด้านนี้ให้เพียงพอกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมด้วย โดยคาดว่าหน่วยงานที่จะมาร่วมมือกันทำให้ภารกิจนี้เป็นความจริง คือ สมาคมวิศวกรรมระบบขนส่งทางรางไทย และสถานประกอบการที่อยู่ในเครือข่ายทั้งหมด

  • จับมือกับแดนมังกร พัฒนาการเรียนการสอน สร้างกำลังคนตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ

อย่างที่ทราบกันดีว่า ชาติในเอเชีย ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของการพัฒนาระบบขนส่งทางรางเพื่อขับเคลื่อนการเจริญเติบโตของประเทศ และประสบความสำเร็จในการผลิตกำลังคนด้านระบบขนส่งทางรางตอบสนองภาคอุตสาหกรรมในประเทศ คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยเหตุนี้ ในการวางยุทธศาสตร์พัฒนากำลังคนระบบขนส่งทางรางของภาคอาชีวศึกษาไทย จึงต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่าง ไทย-จีน โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในจีนที่มีประสบการณ์เปิดการเรียนการสอนด้านระบบขนส่งทางรางและผลิตบุคลากรด้านนี้มานาน ซึ่งมีกระจายอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศจีน

ตามที่อาจารย์สุทธิกรกล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่า ในการเรียนการสอนหลักสูตรเทคนิคควบคุมและซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางรางของวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ได้มีการส่งนักศึกษาไปฝึกงานยังวิทยาลัยที่เปิดสอนด้านระบบขนส่งทางรางในจีนอยู่แล้ว ซึ่งนับว่ามาถูกทาง ทว่า ในการพิชิตภารกิจการผลิตกำลังคนด้านการควบคุม ซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางราง ป้อนโครงการอีอีซีนี้นั้น จำเป็นต้องขยายความร่วมมือกับจีนให้กว้างขึ้น

ด้วยเหตุนี้ ในแผนยุทธศาสตร์ผลิตกำลังคนนี้ จึงได้กำหนดว่าจะมีการจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานความร่วมมือด้านการจัดการเรียนการสอน (ไทย-จีน) ขึ้นในเขตพื้นที่อีอีซี โดยอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานสนับสนุน คือ สถาบันขงจื๊อเส้นทางสายไหมทางทะเล ด้วย

นอกจากนั้น ยังวางแผนหาทุนสนับสนุนให้นักศึกษาด้านการควบคุม ซ่อมบำรุง ระบบขนส่งทางราง ได้มีโอกาสไปฝึกงานระยะสั้น อย่างน้อย 1 ปี ในประเทศจีน และในระยะยาว ยังมีโครงการส่งนักศึกษา ระดับ ปวส. ไปศึกษาด้านระบบขนส่งทางรางในประเทศจีน ระยะยาว เป็นเวลา 3 ปี และสนับสนุนให้นักศึกษาปริญญาตรี ที่จบการศึกษามาทางวิศวกรรมศาสตร์ระบบขนส่งทางรางให้ได้ไปศึกษาต่อ และกลับมาเป็นครูผู้สอนในสถาบันอาชีวศึกษา ทั้งนี้เพื่อเป็นการต่อยอดสร้างบุคลากรผู้สอนในด้านนี้ให้เพิ่มขึ้นด้วย


หัวใจของการพัฒนาบุคลากรป้อนโครงการอีอีซีคืออะไร อยากรู้ ต้องอ่านต่อ

EEC HDC จัดสัมมนาให้บุคลากรภาคการศึกษา ชี้ ‘หลักการ Demand Driven’ ช่วยการศึกษาไทยรอด

ก่อนไปถึง ‘ไทยแลนด์ เมดิคัล ฮับ’ ไทยมีความพร้อมทางการแพทย์แล้วหรือ? คำถามที่การประชุมขับเคลื่อน EEC HDC มีคำตอบให้

เหตุและผลที่เริ่มต้นรื้อสร้าง ‘การศึกษาไทย’ ในพื้นที่ EEC ปิดทางชะตากรรมเก่า เปิดอนาคตสู่โลกใบใหม่