สาลิกาคาบข่าว Vol.35/62

142

JFCCT ยกไทยประเทศเป้าหมาย

ของการลงทุนจากต่างชาติ

www.thaigov.go.th

พล..วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ นายสแตนลีย์ คัง ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand: JFCCT) และคณะ ประกอบด้วย ประธานและรองประธานหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย ได้แก่ อาร์เมเนี่ยน เบลเยี่ยม ลักเซมเบอร์ก บราซิล แคนาดา จีน ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เฮเลนนิก ฮ่องกง อินโดนีเซีย อินเดีย ไอริช อิสราเอล อิตาเลี่ยน เกาหลีใต้ คริสเตียนไทยนานาชาติ (มาซิโดเนีย) เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ ปากีสถาน แอฟริกาใต้ ศรีลังกา สวิสเซอร์แลนด์ ไต้หวัน และตุรกี ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ โดยฝ่ายไทยมีผู้เข้าร่วมคือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน รองเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดย JFFCT แสดงความขอบคุณนายกฯที่ได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยพร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าไทยถือเป็นประเทศเป้าหมายของการลงทุนจากต่างชาติเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพและศักยภาพเห็นได้จากตัวชี้วัดความยากง่ายในการทำธุรกิจของธนาคารโลกที่มีคะแนนรวมเพิ่มขึ้น

100 บริษัทย้ายฐานจากจีนหนีสงครามการค้า

สมคิดกล่อมปักธงอีอีซี

www.thaigov.go.th

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยการเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 30 ..-2 .. ว่า ได้มีโอกาสหารือเชิญชวนนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เช่น บริษัท อัมรอน ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องมือแพทย์ และระบบอัตโนมัติ ขณะนี้อยู่ระหว่างมองหาพื้นที่เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตจากจีน จากผลกระทบสงครามการค้า ซึ่งเวลานี้มีกว่า 100 บริษัท ที่จะย้ายฐานผลิตจากจีน หากประเทศไทยไม่ทำอะไรเลย นักลงทุนจะเลือกไปลงทุนประเทศอื่นในอาเซียนแทน ทำให้เสียโอกาสให้กับประเทศอื่น เพราะต้องยอมรับว่าค่าแรงของไทยนั้นสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับปีนี้สำนักงานบีโอไอประกาศว่าเป็น Investment Year จึงมีมาตรการต่างๆสนับสนุนนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย

อีอีซีโรดโชว์นักธุรกิจญี่ปุ่น

ดึงหุ่นยนต์ไบโอเทคลงทุนภาคตะวันออก

www.eeco.or.th

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ลกพอ.) ได้ร่วมเวทีเสวนา “Thailand Investment Year, Business Opportunities for Japanese Investors” เพื่อดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนที่มีศักยภาพในแถบภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่นสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี  ซึ่งภูมิภาคคันไซถือเป็นศูนย์กลางทางการค้า การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นด้าน Robotics and Automations Biotechnology Medical และ Environmental ประกอบไปด้วยผู้ประกอบการทุกขนาดตั้งแต่ขนาดย่อม ขนาดกลาง ไปจนถึงขนาดใหญ่ รวมถึงสถาบันพัฒนา ศึกษา วิจัยที่มีศักยภาพจำนวนมาก โดยได้นำเสนอพัฒนาการอันก้าวกระโดดด้านเศรษฐกิจของไทย ความก้าวหน้าของ 5 โครงการโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบกับโอกาสและช่องทางในการเข้ามาลงทุนอีกด้วย โดยมีนักลงทุนในแถบภูมิภาคคันไซและผู้ที่สนใจจากหลายพื้นที่เข้าร่วมกว่า 500 ราย ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการโรดโชว์ของรองนายกรัฐมนตรีและคณะที่เดินทางได้จัดกิจกรรมชักจูงการลงทุน 3 จังหวัดในแถบภูมิภาคคันไซ ประกอบด้วยจังหวัดโอซากา วากายามะ และเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2562

www.eeco.or.th

กนอ.’ เลื่อนยื่นซองประมูล

ท่าเรือมาบตาพุดเป็น 15 ..

ชูประโยชน์ชาติสูงสุด

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆนี้ที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) ครั้งที่ 4/2562 เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2562 มีมติให้ออกเอกสารเพิ่มเติม (Addendum) ชุดที่ 3 และเปิดให้มีการรับซองข้อเสนอจากวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 08.30 .และจะปิดรับซองข้อเสนอภายในเวลา 16.30 .ในวันเดียวกัน ที่สำนักงาน กนอ. สำนักงานใหญ่ เพื่อให้เอกชนผู้ซื้อซองมีเวลาเตรียมการเพิ่มเติมนับจากวันที่ออกเอกสารเพิ่มเติมชุดที่ 3 ไม่น้อยกว่า 14 วัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงกำหนดการรับซองโครงการดังกล่าวต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และบรรลุตามเป้าหมายของการพัฒนาโครงการเพื่อให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงเวลาในการเปิดให้ภาคเอกชนเข้ายื่นซองในครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าพัฒนาโครงการท่าเรือฯ มาบตาพุด ระยะ 3 ได้ประมาณเดือนพฤษภาคม 2562 ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้น 55,400 ล้านบาท แบ่งออกเป็นภาครัฐ 12,900  ล้านบาท และ เอกชน 42,500 ล้านบาท

แบงก์ชาติไทยกัมพูชา

ลงนามสร้างมาตรฐานคิวอาร์โค้ด

ชำระเงินสกุลท้องถิ่น

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.และธนาคารกลางกัมพูชา ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงินระหว่าง ธปท. และธนาคารกลางกัมพูชา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างธนาคารกลางทั้งสองแห่ง รวมทั้งเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินและการชำระเงินภายในประเทศ และเชื่อมโยงบริการทางการเงินระหว่างประเทศให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมทั้งสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่น โดยได้บรรลุข้อตกลงในการริเริ่มโครงการนำร่องเกี่ยวกับการพัฒนามาตรฐานคิวอาร์โค้ด เพื่อรองรับบริการการชำระเงินในกัมพูชาและการเชื่อมโยงการชำระเงินระหว่างกัมพูชาและไทย

มะขามแกะเมล็ดแชมป์สินค้าโอทอป

ขายดีอันดับ 1 ในสนามบิน

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงผลการดำเนินการผลักดันสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) เข้าไปจำหน่ายในสนามบินในปี 2561 ว่า กรมฯ ได้ทำการสำรวจสินค้าโอทอปที่ขายดีตามยอดขายเฉลี่ยในร้านที่จำหน่ายสินค้าโอทอปในสนามบินจำนวน 10 อันดับ พบว่า มะขามแกะเมล็ด  500 กรัม (เพชรบูรณ์) เป็นสินค้าที่ขายดีอันดับหนึ่ง รองลงมา คือ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น Tropicana (นครปฐม) หมอนรองคอ (นครราชสีมา) เสื้อปีกค้างคาว (สกลนคร) ต้มยำโป๊ะแตก (จันทบุรี) ผ้าห่มผ้าฝ้ายทอมือ (ร้อยเอ็ด) ปูอบโอ่ง (จันทบุรี) น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เรือนสมุทร (สมุทรสงคราม) ผ้าคลุมไหล่มัดหมี่ลายข้างสี (สกลนคร) และ ชุดแซก (สุโขทัย) สำหรับยอดขายสินค้าโอทอปในสนามบินล่าสุดมียอดในช่วง 11 เดือนของปี 2561 (..-..) รวมทั้งสิ้น 115 ล้านบาท แยกเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ 76.4 ล้านบาท สนามบินภูเก็ต 31.3 ล้านบาท และสนามบินดอนเมือง ซึ่งเริ่มเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 10 เม.. 2561 คาดว่าตัวเลขทั้งปีจะทำได้สูงกว่า 125 ล้านบาท ปัจจุบันกำลังประสานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่สนามบินเชียงใหม่ และประสานกองทัพเรือ เพื่อใช้พื้นที่ในสนามบินอู่ตะเภา เพื่อจัดตั้งร้าน OTOP Store ในการจำหน่ายสินค้าโอทอปให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านสนามบิน โดยคาดว่าน่าจะเปิดให้บริการได้ในเร็วๆ นี้

ทรัมป์ส่งทหารแทรกแซงเวเนฯ

ชาติตะวันตกร่วมกดดันมาดูโรลาออก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวผ่านรายการเฟซ เดอะ เนชั่นที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส เมื่อวันอาทิตย์ เกี่ยวกับสถานการณ์ในเวเนซุเอลาว่า เขาได้รับการติดต่อจากประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว แต่ได้ปฏิเสธไป เนื่องจากเดินมาไกลมากแล้ว และการใช้กำลังทหารแทรกแซงสถานการณ์การเมืองในเวเนซุเอลาเป็นหนึ่งในทางเลือกของสหรัฐ ขณะที่ชาติตะวันตกเพิ่มแรงกดดันต่อนายนิโคลัส มาดูโร ให้ลาออกจากตำแหน่ง และจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีเวเนซุเอลารอบใหม่ ขณะที่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ให้สัมภาษณ์พิเศษกับรายการซัลวาดอสดำเนินรายการโดยพิธีกรชื่อดังชาวสเปน ฮอร์ดี เอโวเล ว่าเขาต้องการฝากถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าผู้นำสหรัฐจะหมดวาระจากทำเนียบขาวในสภาพที่มือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเลือด ตราบใดที่ผู้นำสหรัฐและทีมงานยังคงสมคบคิดกันใช้ทฤษฎีสกปรกโค่นล้มเขา ขณะที่ชาวเวเนซุเอลาหลายหมื่นคน ออกมาเดินขบวนชุมนุมทั้งในกรุงคาราคัส และหลายเมืองทั่วประเทศเพื่อกดดันให้มาดูโรลาออก