ในยุคที่ เทคโนโลยี นวัตกรรม เข้ามามีอิทธิพลต่อโลกการทำงานทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะกับองค์กรธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ สถานประกอบการ หรือแม้แต่เหล่าสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะในส่วนของการจัดการทรัพยากรบุคคล หรือ Human Resource Development (HR) ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยี นวัตกรรมแห่งยุคอย่าง ‘AI ปัญญาประดิษฐ์’ โดยตรง เพราะในการนำองค์กรไปสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม ที่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่คนทำงานในฝ่าย HR จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเฟ้นหาพนักงานในบริษัทที่มี DNA ตรงกับวัฒนธรรมองค์กร ไม่ใช่แค่มีความรู้ความสามารถตรงตามตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบเท่านั้น ซึ่งในยุคนี้ AI ปัญญาประดิษฐ์ ช่วยได้

จากบทความเรื่อง “จับตา 3 ประเด็น ยุค AI พลิกโฉมวงการ HR” (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562) ได้ให้ความรู้ในเรื่องการปฏิวัติวงการ HR ที่มาแรงในปีนี้ไว้อย่างน่าสนใจ โดยระบุว่า ฝ่าย HR ในยุคนี้ต้องปรับตัวเพื่อยกระดับตัวเองสู่ “HR Tech” หรือ “Digital HR” ด้วยการปรับเอาเทคโนโลยีเข้ามาเสริมประสิทธิภาพในการสรรหาบุคลากร เพื่อให้องค์กรได้ผู้ปฏิบัติงานมืออาชีพที่มีคุณภาพมาทำงานอย่างตอบโจทย์องค์กรมากขึ้น

ขณะเดียวกัน เพื่อประหยัดเวลาในการกลั่นกรองประวัติผู้สมัครงาน ซึ่งอาจมีจำนวนมาก จนกระทั่งสามารถเฟ้นหาผู้ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งงานเฉพาะด้านนั้นๆ ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น


ระบบการจัดการคนเก่ง ด้วย ‘AI ปัญญาประดิษฐ์’ Key Success เปลี่ยนองค์กร ไปสู่ Digital HR

ในบทความนี้ เปิดเผยข้อมูลอ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ของ โช คอนโด หัวหน้า Talentmind หน่วยธุรกิจในเครือ AnyMind Group บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีทรัพยากรบุคคลระดับโลก ที่มาฉายภาพว่า ขั้นตอนการสรรหาทรัพยากรบุคคลแต่เดิมทำกันมาตั้งแต่ระบบจดบันทึกข้อมูลพนักงานส่วนบุคคล จนมาถึงยุคที่บริษัท องค์กรต่างๆ เริ่มให้ความสำคัญกับระบบการสรรหาคนเก่งหรือบุคลากรที่มีความสามารถสูง (Talent Management Systems) เพื่อขับเคลื่อนองค์กร ผลักดันงานให้ไปถึงเป้าหมายความสำเร็จได้เร็วขึ้น

โดยสาเหตุที่หลายองค์กร ยินดีมาลงทุนกับทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถสูง ก็เพราะศักยภาพการทำงานของคนเก่งส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า สร้างชื่อเสียงให้กับองค์กร นอกจากนั้น จากการสำรวจยังพบว่ากลุ่มบุคลากรที่มีความสามารถสูงนี้ ยังมีความจงรักภักดีกับองค์กรสูงกว่าพนักงานทั่วไป ทำให้องค์กรนั้นสามารถลดอัตราคนลาออกได้

Digital HR

ยิ่งไปกว่านั้น โช คอนโด ยังยืนยันเพิ่มเติมว่า ถ้าบริษัทนั้นมีระบบการจัดการคนเก่งที่มีประสิทธิภาพ ระบบนี้จะหนุนเสริมพัฒนาศักยภาพคนเก่งเหล่านี้ให้เก่งยิ่งขึ้นในสายอาชีพของพวกเขา ซึ่งเป็นการพัฒนาองค์กรโดยรวมให้มีความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว และในปัจจุบัน ก็มีการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบการจัดการการรับสมัครงาน หรือแพลตฟอร์มที่มีส่วนในการปรับปรุงการสรรหาและการจับคู่ผู้สมัครกับบริษัทที่เหมาะสมกัน โดยใช้เทคโนโลยี AI ปัญญาประดิษฐ์ นั่นเอง


จับตา 3 ประเด็น ปัญญาประดิษฐ์ Disrupted HR Trend

เมื่อให้ โช คอนโด วิเคราะห์ทิศทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ หรือ HR Trend ของปีนี้ เขาอธิบายว่า ปัจจัยที่มีผลต่อทิศทางของงาน HR ปีนี้ ส่วนหนึ่งยังอิงกับการปรับองค์กรให้ตอบรับกับนโยบายของภาครัฐที่มุ่งเน้นการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม 4.0 ตอบโจทย์โลกยุค Disruptive Technology ที่เทคโนโลยียังส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ใน 3 ประเด็นสำคัญต่อไปนี้

  • ข้อมูลของพนักงาน นำไปคาดการณ์อนาคตขององค์กรนั้นได้ ด้วย Big Data & AI

Employee Management System หรือระบบการบริหารจัดการข้อมูลพนักงานแบบใหม่ ที่หลายองค์กรใช้ในปีนี้ จะสามารถจัดการฐานข้อมูลพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างอัตโนมัติ ทั้งนี้ การบริหารจัดการนี้รวมถึงการจัดการการลา และการเข้างานประจำปีผ่านสเปรดชีตให้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยแพลตฟอร์ม AI ปัญญาประดิษฐ์ บวกกับการเพิ่มความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้สมัครจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) ซึ่งจะเก็บข้อมูลได้มากขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่กล่าวมา

โดยประโยชน์ของการเก็บข้อมูลได้มากขึ้นนี้ เอื้อต่อการวิเคราะห์และจัดทำแผนการทำงานต่างๆ ได้มากขึ้น ลดความลำเอียง ปราศจากอคติของคนทำงาน สร้างระบบที่ไว้วางใจได้ มีความเป็นธรรม ตรงไปตรงมา ทำให้ได้ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับงานในตำแหน่งต่างๆ มากขึ้น ที่สุดแล้ว ย่อมเกิดบรรยากาศการทำงานที่สร้างสรรค์เพราะมีความพึงพอใจเกิดขึ้นทั้งกับนายจ้างและคนทำงาน

  • ซอฟต์แวร์ HR Tech ตัวช่วยให้การสรรหารวดเร็ว แม่นยำ แถมลดต้นทุนได้ด้วย

เนื่องจากบริษัทต่างๆ เริ่มให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการปรับเอา AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการสรรหาคนให้ง่าย รวดเร็ว แม่นยำ และมีต้นทุนที่ลดน้อยลง ด้วยเหตุนี้ Recruiting Software จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมากในฐานะตัวช่วยหรือเครื่องมือที่ทำให้ฝ่าย HR ในองค์กรทำงานง่ายขึ้น

การสรรหาบุคลากร

จากเดิมที่ฝ่าย HR ต่างรู้กันดีว่า อุปสรรคสำคัญในกระบวนการสรรหาบุคลากรที่ผ่านมามีความซับซ้อน และมักจะมีความรู้สึกของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องในการตัดสินใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กอปรกับการคัดเลือกผู้สมัครงานในบางตำแหน่งมีผู้สมัครเข้ามาจำนวนมาก ทำให้ฝ่าย HR หรือผู้ที่มีส่วนในการพิจารณา คัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัตรตรงตามลักษณะงานที่ต้องการนั้น ต้องทำงานกันหนักและใช้เวลานานมาก

ด้วยเหตุนี้ AI จึงเข้ามาตอบสนองปัญหา อุปสรรคนี้ได้อย่างตรงจุด เนื่องจากโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับงาน HR นี้ จะมีส่วนช่วยคัดเลือกผู้สมัครตามข้อกำหนดที่องค์กรตั้งไว้ โดยไม่มีอารมณ์มนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงเพิ่มความชัดเจน ลดคำครหาในกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครงาน

แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ดูยังเป็นข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้โปรแกรม AI ที่ โช คอนโด ชี้ให้เห็นคือ การใช้ AI ในการคัดกรองพนักงาน อาจทำให้ได้พนักงานที่ขาดความเป็นมนุษย์ รวมถึงทักษะ Soft Skill ที่คนทำงานควรต้องมี ทำให้แทนที่จะได้มนุษย์ที่มีจิตใจมาทำงาน กลับได้มนุษย์ที่เป็นหุ่นยนต์มาทำงานแทนหรือไม่ ? ต่อความกังวลนี้ ทำให้การคัดเลือกบุคลากรในขั้นตอนสุดท้ายยังมีความจำเป็นต้องใช้มนุษย์เข้ามาตัดสินร่วมด้วย เพื่อบรรเทาความกังวลด้านนี้ไปก่อน จนกว่าจะสามารถพัฒนาโปรแกรม AI สำหรับงาน HR ที่มีความสามารถรอบด้านได้

  • จัดเก็บข้อมูลมหาศาลของ HR ไว้บนคลาวด์ เข้าสู่ยุค Paperless แบบเต็มตัว

เทคโนโลยีการทำงาน การประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลบนระบบออนไลน์ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลในระบบได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า คลาวด์ นั้น จะเข้ามาเปลี่ยนระบบการจัดเก็บข้อมูลมหาศาลของฝ่าย HR ในยุคนี้ โดยทำให้ข้อมูลต่างๆ ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ตไม่จำเป็นต้องมีฮาร์ดแวร์เครื่องใหญ่ไว้ประมวลผล รวมถึงเอกสารจำนวนมากที่คนทำงานฝ่าย HR ต้องใช้ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสัญญา เอกสารสมัครงานต่างๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหาย ก็สามารถอัปขึ้นจัดเก็บไว้ในระบบคลาวด์ หรือ Cloud Software ได้เลย และทุกคนที่เกี่ยวข้องก็สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ทุกที่ ทุกเวลาด้วย

ข้อมูลที่ว่านี้ รวมถึงข้อมูลวันลาที่ไม่ต้องใช้ใบลาแล้ว ขณะที่ HR สามารถรู้ได้อย่างรวดเร็วว่า พนักงานคนใดลาป่วย เมื่อไร สามารถอัปเดตข้อมูลเมื่อมีพนักงานได้เลื่อนตำแหน่ง ย้ายฝ่าย ซึ่งข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ที่สุดแล้ว จะช่วยให้องค์กรนั้นมีการวางแผนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่เข้าถึง ตอบโจทย์ พนักงานทุกฝ่ายในองค์กรได้มากขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทรัพยากรบุคคลย้ำว่า “แน่นอนว่าเทคโนโลยีอย่าง AI มีส่วนช่วยให้การทำงาน การใช้ชีวิตของมนุษย์ง่ายขึ้น สะดวกสบายขึ้น แต่ก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขด้วยว่ามนุษย์จะปรับเอาเทคโนโลยีนี้ไปใช้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์อย่างไรด้วย


ที่มา : เรียบเรียงจากบทความเรื่อง “จับตา 3 ประเด็น ยุค AI พลิกโฉมวงการ HR” (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562)


ในยุคที่เทคโนโลยี Disrupted การทำงานในทุกด้าน คนทำงานจะปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอด ไปอ่านกันต่อ

6 ข้อสรุปที่ต้องรู้ จากกระแส ‘อุตสาหกรรม 4.0’ เพื่อรู้เท่าทันและเพิ่มโอกาสอยู่รอด

นำ AI ไปประยุกต์ใช้ในบริษัทไม่ใช่เรื่องหมูๆ แล้วจะให้ ‘ผู้ประกอบการ’ อย่างเราทำอย่างไร?

5 เครื่องมือใหม่แห่งยุค รับมือภัยไซเบอร์ สร้าง ‘ความปลอดภัยทางไซเบอร์’ อย่างได้ผล