การแทรกแซงการเมืองของรัฐศูนย์กลางอย่างเพนตากอนนั้น กรณีการรับรองประธานาธิบดีรักษาการเวเนซุเอลา ‘ฮวน กัวโด’ เป็นหมากตัวหนึ่งที่สำคัญในการเล่นกระดานหมากรุกโลกของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งทรัมป์รับปากว่าจะจัดหนักสำหรับประเทศที่ซื้อขายน้ำมันกับการาคัสเพราะใช้มาตรการคว่ำบาตรอยู่


หากสังเกตก่อนหน้านี้ ปลายปีที่ผ่านมาทรัมป์ประกาศถอนตัวออกจากซีเรีย ดูแล้วเหมือนกับพ่ายแพ้ แต่รุกต่อละตินอเมริกาซึ่งน่าจะเป็นการโต้ตอบมอสโควในกรณีซีเรีย แต่ในกรณีเวเนซุเอลา คาดว่าเพนตากอนยังไม่ส่งทหารเข้าไปแทรกซึมหรือเผชิญหน้ากับคาราคัส เนื่องจากแตกต่างจากอิรักที่กองทัพยังมีความภักดีต่อประธานาธิบดีที่ชอบธรรมของประเทศ และวอชิงตันไม่มีทรัพยากรเพียงพอที่จะสู้รบ

โดยทั่วไปแล้ว กองทัพสหรัฐมีความสามารถในการใช้อาวุธกับประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศกึ่งทะเลทรายอย่างอิรัก แต่สำหรับเวเนซุเอลานั้น ภูมิประเทศเต็มไปด้วยภูเขาและป่าไม้ อาวุธที่ทันสมัยกว่านั้นกลับไม่มีประสิทธิภาพ

ดังนั้น ทุกอย่างสามารถจบลงแบบสนามรบเวียดนามใหม่ รัฐบาลฮาวาน่ารับปากว่าจะให้การช่วยเหลือรัฐบาลของนิโกลัส มาดูโร เพราะฉะนั้นมาดูโรจึงให้ความมั่นใจว่า สนามรบเวียดนามกำลังกลับมา นั่นหมายถึง ต้องใช้ทหารรับจ้างในการต่อสู้หากสหรัฐบุกเวเนซุเอลา

ในขณะที่รัฐบริวารในละตินอเมริกาอย่างโคลัมเบียและบราซิล ที่แม้ว่าพวกเขาจะสนับสนุนสหรัฐแค่การทูต แต่ไม่กล้าจัดการทางทหารอย่างรัฐที่ส่งออกยาเสพติด โคลัมเบียเพิ่งเสร็จสิ้นจากสงครามกลางเมืองที่ดำเนินมากว่าหลายปี ประชาชนเบื่อหน่ายการสู้รบ ด้านการเมืองของบราซิลก็ยังไร้ความมั่นคง แต่สนใจแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ในขณะที่เม็กซิโกซึ่งเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาครายใหญ่ก็เริ่มแสดงตัวตนไม่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตยของรัฐบาลที่สหรัฐหนุนหลัง

จากตรงนี้เพนตากอนไม่สามารถใช้ภูมิรัฐศาสตร์ของแต่ละประเทศในแง่สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ได้ ต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากและต้องเผชิญหน้ากับกองทัพที่แข็งแกร่งนับล้าน กองกำลังเวเนซุเอลาน่าจะยากเกินไปสำหรับกองทหารสหรัฐเพราะมีอยู่กระจัดกระจายไปทั่วโลก จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะดำเนินการอย่างรวดเร็วกับเวเนซุเอลา

เห็นตรงนี้แล้วน่าจะไปกดดันนาโต้ เนื่องจากกองกำลังภาคพื้นดินของสหรัฐที่อยู่ในยุโรปกำลังพักผ่อนอยู่ แต่นาโต้ป้องกันอะไรให้ยุโรปในเวลานี้ นั่นคือหมากที่สำคัญของทรัมป์

อย่างไรก็ตาม ในกรณีเวเนซุเอลา นาโต้แสดงให้เห็นถึงความไร้ประโยชน์ต่อสหรัฐ

ดังนั้น ทรัมป์จึงต้องการแก้ปัญหาอเมริกาใต้เพื่อคืนความสงบเรียบร้อย นั่นเป็นเหตุผลที่ชาญฉลาดกว่าโอบามา โดยใช้นโยบายกลับบ้านตนเองเพื่อก่อให้เกิดการยอมรับในสภาคองเกรส ซึ่งแผนยั่วยุวิกฤตในเวเนซุเอลาสามารถแพร่กระจายวิกฤตจนลุกลามไปทั่วอเมริกาใต้ นั่นคือสิ่งสำคัญที่ทรัมป์ต้องการ

กลยุทธ์อเมริกาใต้ของทรัมป์นั้นไม่ธรรมดา อาจเป็นไปได้ว่าได้รับคำแนะนำจากกูรูระดับโลกด้านภูมิรัฐศาสตร์ อดีตเลขาธิการรัฐ เฮนรี คิสซิงเกอร์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของทรัมป์ ตอนแรกนั้นอาจเป็นการลวงของทรัมป์ว่า ต้องการเผชิญหน้ากับรัสเซียเพราะผิดหวังจากซีเรีย

แต่เมื่อประเมินการสู้รบภาคสนามแล้ว กลยุทธ์ของเพนตากอนล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ดังที่กล่าวมา ดังนั้นหมากของทรัมป์คือ ต้องการลดเครดิตนโยบายแบบเดิมของเดโมแครทและโลกาภิวัตน์ในสายตาผู้นิยมเดโมแครทและชาวโลกที่เห็นผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์กรณีเวเนซุเอลา

และหากต้องการปกป้องสหรัฐ ทรัมป์จะต้องได้รับการสนับสนุนจากการเลือกตั้งปี 2020 และถอนตัวออกจากทวีปต่างๆ มุ่งเฉพาะทวีปอเมริกาอย่างเดียวจะดีกว่า หรือไม่ก็อยู่ภายใต้การสนับสนุนโดยนักกลยุทธ์สายเหยี่ยวอย่าง จอห์น โบลตัน ต่อไป เมื่อนั้นจะสามารถจัดระเบียบในอเมริกาใต้รวมทั้งเวเนซุเอลาได้

การสนับสนุนยูเครนของสหรัฐเพื่อประชิดชายแดนรัสเซีย เพนตากอนลงทุนไป 5 พันล้านดอลลาร์เพื่อซื้อเจ้าหน้าที่ระดับสูงในยูเครนที่แอบอ้างประชาธิปไตยในการดำเนินกิจการต่างประเทศ และในขณะที่รัสเซียปล่อยสินเชื่อเครดิตแก่เวเนซุเอลากว่า 6 พันล้านดอลลาร์เพื่อรักษาดุลยภาพราคาน้ำมันในตลาดโลกและขยายอิทธิพลในอเมริกาใต้เพื่อต่อรองกับสหรัฐ เป็นก้าวต่อไปที่ทรัมป์ต้องเผชิญในยุคที่ต้อง ‘ป้องกันประตูหลังบ้านตนเอง’


ความเหลื่อมล้ำ เกษตรกร ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย เรื่อง : ชินสัคค สุวรรณอัจฉริย