สาลิกาคาบข่าว Vol.37/62

187

นายกฯ สั่งปิด 600 โรงงาน

แก้ปัญหาฝุ่นละออง

ครม.ออกมาตรการเร่งด่วน

www.thaigov.go.th

พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยการตรวจโรงงาน 100,000 แห่ง ปรากฏมีโรงงานที่เข้าข่ายความเสี่ยงประมาณ 1,700 แห่ง จึงได้สั่งการให้โรงงานที่มีปัญหามากสุดประมาณ 600 แห่งหยุดปรับปรุง ส่วนใหญ่เป็นโรงงานที่ใช้ความร้อนด้วยการต้มน้ำ และหากมีความจำเป็นจริงๆ ก็จะขอความร่วมมือให้ภาคอุตสาหกรรมปิดโรงงานในบางช่วงเวลา ด้าน พ..อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะเร่งด่วนคือหากพื้นที่ใดปริมาณฝุ่นเกินกว่า 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ให้เพิ่มจุดตรวจจับควันดำ 20 จุด ห้ามรถ ขสมก.ที่มีควันดำออกวิ่ง ปรับใช้น้ำมัน บี20 เร่งนำน้ำมันดีเซลเทียบเท่ามาตรฐาน EURO 5 มาใช้ ห้ามรถยนต์มีมลพิษสูงวิ่งในกรุงเทพฯ ชั้นกลางและชั้นนอก ฯลฯ หากฝุ่นยังไม่ลดและมีแนวโน้มสูงขึ้นให้ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นกรณีเร่งด่วนพิเศษ และพิจารณาแนวทางนำเสนอนายกรัฐมนตรี

ซูมิโตโม มิตซุยขยายลงทุน

ยาหอมไทยโดดเด่นในสายตาญี่ปุ่น

www.thaigov.go.th

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังหารือกับนายโคอิชิ มิยาตะ ผู้บริหารสูงสุดของธนาคาร ซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (SMBC) ประเทศญี่ปุ่น ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ซูมิโตโม มิตซุยได้เข้ามาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ซึ่งเขามีมุมมองในเรื่องนี้จะเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อไม่สามารถเจรจาให้จบได้โดยเร็ว และอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของกำแพงภาษี อย่างไรก็ตามในส่วนของประเทศไทยที่มีการผลักดันและส่งเสริมนโยบายไทยแลนด์ 4.0 มาอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ประเทศไทยมีความน่าสนใจที่นักลงทุนญี่ปุ่นจะข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นและขยายการลงทุนเพิ่มเติม ขณะที่ซูมิโตโมฯ ต้องการที่จะขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ได้เข้าพบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้ว

อีอีซีแม่เหล็ก ดันกนอ.’

ขายที่ดิน 700 ไร่ เม็ดเงินลงทุน

กว่า 5,000 ล้านบาท

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลได้เปิดการประมูลโครงสร้างพื้นฐานหลักใน 5 โครงการเป็นตามเป้าหมาย ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่เริ่มเข้ามาลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยพบว่ายอดขายและเช่าที่ดินของนิคมอุตสาหกรรมในไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2562  (ตุลาคมธันวาคม 2561) รวมทั้งสิ้น 700.74 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ขายและเช่าในพื้นที่อีอีซี รวม 664.06 ไร่ นอกพื้นที่อีอีซี  56.69  ไร่ รวมมูลค่าการลงทุน 5,561.86 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าการลงทุนในพื้นที่อีอีซี 2,839.95 ล้านบาท และมูลค่าการลงทุนพื้นที่นอกอีอีซี 2,721 .91 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลให้การส่งเสริมในการเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน โดยเฉพาะการเดินสายโรดโชว์ไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งในปีนี้ กนอ.ได้ตั้งเป้ายอดขายที่ดินไว้ที่ 3,500 ไร่ มั่นใจว่าจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ จากการที่นักลงทุนมีการติดต่อและสอบถามข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง และคาดว่านักลงทุนมีแผนการเข้ามาลงทุนเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

ขุนคลังเตือนธปท.ระวัง

นโยบายการเงินก่อวิกฤต

กกร.ห่วงบาทแข็งทุบส่งออกโตแค่ 5%

www.mof.go.th

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เป็นหน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องดูแล ขณะเดียวกันควรชี้แจงและดำเนินการให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย เนื่องจากมีคนวิจารณ์ว่าตอนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 40 สาเหตุมาจากนโนยบายการเงิน ดังนั้นการดำเนินนโยบายการเงินในปัจจุบันต้องดูให้ดี ไม่ทำให้เกิดปัญหากับเศรษฐกิจเหมือนในอดีต ขณะที่นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (...) กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน3สถาบัน (กกร.) ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ว่า กกร.มีความเป็นห่วงเรื่องค่าเงินบาทที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งหากเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการส่งออกของไทยในปี 2562 โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2562 จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 3.4% แข็งค่ามากสุดเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาค เป็นรองเพียงค่าเงินรูเปียะห์อินโดนีเซียที่แข็งค่าขึ้น 3.7% ซึ่งการแข็งค่าของเงินบาทอาจทำให้การส่งออกของไทยในปี 2562 ขยายตัวชะลอลงมาอยู่ในกรอบ 5-7%

อังค์ถัดชี้ไทยได้ประโยชน์อันดับ 12

ศึกสงครามการค้าสหรัฐจีน

รายงานจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) ประเมินผลดีผลเสียต่อการตั้งกำแพงภาษีระหว่างสหรัฐกับจีน รวมถึงความเสี่ยงที่สหรัฐอาจขึ้นภาษีจาก 10% เป็น 25% กับสินค้าจีนมูลค่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐว่า จะทำให้หลายประเทศได้อานิสงส์ด้านการส่งออกแทนสองประเทศดังกล่าว โดยสหภาพยุโรป หรือ อียูจะได้ประโยชน์มากที่สุดอันดับ 1 คาดว่าจะส่งออกเพิ่มได้ 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนี้เป็นการทดแทนส่งออกจีนไปตลาดสหรัฐถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วยอันดับ 2 คือเม็กซิโก และญี่ปุ่นอันดับ 3 ขณะที่ไทยจะได้ประโยชน์เป็นอันดับ 12 โดยจะมีปริมาณการค้าเพิ่มมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 155,000 ล้านบาท

.หอการค้าไทยเผยปัญหาฝุ่นพิษ

กระทบเศรษฐกิจเดือนละหมื่นล้าน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กว่า 72.2% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าปัญหาฝุ่นละอองส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่กังวลในเรื่องของสุขภาพ และความไม่ปลอดภัยจากการเดินทางออกนอกบ้าน เป็นต้น หากจำแนกออกเป็นค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องจ่ายในช่วงที่ผ่านมาคิดเป็น 594 บาทต่อคน ทั้งนี้ คาดว่าปัญหาฝุ่นละอองอาจจะยืดเวลาออกไปอีก 6 เดือน เท่ากับประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 4,812 บาทต่อคน หรือคิดเป็น 802 บาทต่อเดือน ซึ่งหากปัญหาฝุ่นยังไม่คลี่คลายเร็วๆ นี้ หรือยืดเวลาออกไปอีก คาดว่าเศรษฐกิจในประเทศจะได้รับผลกระทบกว่า 8,000-10,000 ล้านบาทต่อเดือนเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่จะเข้ามาเยือนไทยน้อยลงทั้งนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนคือการเร่งทำฝนเทียมเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว

มาดูโรสกัดสิ่งของบรรเทาทุกข์

จากมะกันเข้าเวเนซุเอลา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา ว่าประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร สั่งทหารตั้งด่านตรวจและนำยานยนต์หุ้มเกาะมาจอดขวางบริเวณจุดผ่านแดนที่รัฐตาชีรา ซึ่งมีพรมแดนทางตะวันตกติดกับโคลอมเบีย ไม่อนุญาตให้คาราวานสิ่งของบรรเทาทุกข์จากสหรัฐข้ามพรมแดนจากโคลอมเบียเข้าไปยังเวเนซุเอลา เนื่องจากเขามองว่าความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นการวางแผนของสหรัฐเพื่อแทรกซึมทางทหาร ซึ่งหากรัฐบาลวอชิงตันและพันธมิตรต้องการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวเวเนซุเอลาจริง ขอเพียงแค่ยุติมาตรการคว่ำบาตรและมาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจดีกว่า ขณะที่นายฮวน ไกวโด ผู้นำฝ่ายค้านและประธานสมัชชาแห่งชาติ ที่สถาปนาตัวเป็นผู้นำคู่กับมาดูโร โดยได้รับการรับรองจากสหรัฐและหลายประเทศในยุโรป แสดงความไม่พอใจต่อมาตรการดังกล่าว ด้วยการกล่าวหากองทัพเวเนซุเอลาสร้างกำลังความลำบากให้กับชาวเวเนซุเอลามากกว่า 300,000 คน ที่ขาดแคลนสิ่งของอุปโภคบริโภคจำเป็นในการดำรงชีวิต