แม้ว่าทุกโพลการสำรวจระดับโลก จะฟันธงตรงกันว่า ปี 2562 นี้ เศรษฐกิจในแดนมังกรจะชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ผลสำรวจล่าสุดจาก Chinese International Travel Monitor (CITM) กลับเห็นต่าง โดยออกมายืนยันข้อเท็จจริงที่ได้จากการสำรวจที่ระบุว่าในปี 2561 ที่ผ่านมา ชาวจีนในทุกช่วงวัยมีการใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีแนวโน้มและพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มชาวจีนที่เกิดในช่วงทศวรรษที่ 1990 หรือกลุ่ม ‘นักท่องเที่ยวจีน’ รุ่นใหม่ พร้อมแนะช่องทางทำเงินว่า ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวควรเรียนรู้พฤติกรรมนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ชาวจีนเหล่านี้ไว้ เพื่อปรับการให้บริการให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ซึ่งอาจทำเงินให้โดยไม่รู้ตัว


ทำความรู้จักกับ 5 กลุ่ม นักท่องเที่ยวจีน จากผลสำรวจล่าสุดของ CITM

เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเช่นที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการไทยควรหันมาให้ความสนใจและศึกษาพฤติกรรมของ นักท่องเที่ยวจีน รุ่นใหม่ ซึ่งการสำรวจของ CITM  ฟันธงแล้วว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังในการใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวสูง และเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย

โดย CITM ได้แบ่งประเภทของนักท่องเที่ยวจีนไว้ 5 กลุ่ม ตามพฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวจีน ดังนี้

  1. เดินทางกับครอบครัว เน้นประหยัด เกิดในยุค 60-70 เน้นเที่ยวเพื่อความสัมพันธ์ในครอบครัว
  2. ท่องเที่ยวเป็นสิ่งหลัก ราคาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการตัดสินใจ เกิดในยุค 70 เน้นเที่ยวแบบเจาะลึก  
  3. พักโรงแรม 5 ดาว ใช้จ่ายเพื่อสร้างความสุขในการท่องเที่ยว เกิดในยุค 80 เน้นเที่ยวเพื่อความสุขใจ
  4. พักโรงแรมบูทีค เที่ยวตามรีวิวจากสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดียเป็นหลัก เกิดในยุค 80-90 เน้นเที่ยวเพื่อเปิดประสบการณ์ชีวิต
  5. วางแผนล่วงหน้าก่อนเที่ยว ใช้จ่ายอย่างประหยัด เกิดในยุค 90 เน้นเที่ยวแบบเรียบง่าย

อยากรับทรัพย์ ต้องปรับตัว ทำความเข้าใจกับบุคลิกของ กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่

ดังนั้น เพื่อสร้างความเข้าใจ แนะเทคนิคการปรับตัวให้กับภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยเพื่อต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนรุ่นใหม่ การประชุมเวทีเสวนาภายใต้หัวข้อ “เจาะลึกและแสวงหาโอกาสในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายใต้กระแสความนิยมสมัยใหม่ของจีน” จัดโดยบริษัท Now Travel Asia Media Group จึงเกิดขึ้น โดยได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยดังในมณฑลเสฉวน และตัวแทนวิสาหกิจด้านการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ทั้งไทยและจีน เข้าร่วมเสวนาหารือและวิเคราะห์ถึงพฤติกรรม พร้อมทั้งจุดเด่นของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่

โดยเวทีเสวนานี้ได้สรุปคุณสมบัติ 7 ข้อสำคัญ ของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ให้ได้เห็นภาพ ได้แก่ หนึ่ง เป็นนักช็อปที่ฉลาดหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต สอง อายุไม่มากและประสบความสำเร็จรวดเร็ว สาม มั่นใจและทำในสิ่งตนที่รัก สี่ ท่องเที่ยวคนเดียวเพื่อเปิดประสบการณ์ชีวิต ห้า ชอบความเรียบง่ายและสะดวกสบาย หก ชอบความเสี่ยงและกล้าใช้จ่ายเงิน เจ็ด เลือกที่จะแตกต่างและชอบแสดงสถานะทางสังคม

ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยดังในมณฑลเสฉวน จึงแนะนำว่า ผู้ประกอบการโรงแรมและที่พัก รวมถึงธุรกิจร้านค้าต่างๆ ควรจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรจัดให้มีวิธีการจ่ายเงินที่สะดวกรวดเร็วด้วยมือถือ สมาร์ทโฟน โดยพัฒนาระบบสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชันต่างๆที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมใช้ เช่น WeChat ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นักท่องเที่ยวชาวจีนใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะจ่ายเงินให้กับสินค้าหรือบริการนั้นๆ หรือไม่

นอกจากนั้น ต้องมีการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆของโรงแรมที่พักควบคู่ไปด้วย เช่น การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ภายในตัวเมือง ระบบเชื่อมต่อ Wi-Fi ความเร็วสูง และการให้บริการอื่นๆ ที่จะช่วยให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ตลอดจน ควรแนะนำหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการจองตั๋ว หรือซื้อบัตรในการเข้าร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวที่สะดวกรวดเร็ว เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์จากกิจกรรมอื่นๆที่แปลกใหม่ และลงไปในระดับท้องถิ่นมากขึ้น


แนะ 8 แอปพลิเคชัน มีไว้ ก็พิชิตใจชาวจีน

ดังที่ได้กล่าวถึงแอปพลิเคชัน ที่ชาวจีนส่วนใหญ่มักมีติดสมาร์ทโฟน หรือแทบเลต อย่าง WeChat ที่เป็นแอปฯยอดนิยมลำดับต้นๆ ที่ชาวจีนใช้ในการสื่อสาร และในปัจจุบันยังมีบริการ WeChat Pay ที่ใช้สำหรับการรับ-จ่ายเงิน สามารถเรียกแท็กซี่ สั่งอาหาร ซื้อของออนไลน์ได้ในแอปเดียว ทำให้คนจีนนิยมใช้ WeChat Pay เพราะมันทั้งรวดเร็วและอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันหลายๆ อย่างได้อีกด้วย

นอกจากนั้น ยังมีอีก 7 แอปพลิเคชัน ที่แค่โหลดธุรกิจก็ฉลุย เป็นตัวช่วยสำหรับคนทำธุรกิจกับชาวจีนที่สำคัญอย่างมาก ต่อไปนี้

Alibaba หากเอ่ยชื่อของ Alibaba ทุกคนในโลกย่อมคุ้นหู เพราะเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซในเครือของ Alibaba Group มีทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันสัญชาติจีนที่ได้รับมาตรฐานสากล เหมาะสำหรับการติดต่อกันในการทำธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ทุกคนสามารถค้าขายแบบปลีก-ส่งได้จากทุกมุมโลก โดยการขายสินค้าใน Alibaba ไม่จำเป็นที่ต้องมีโรงงานเป็นของตัวเอง ถือว่าอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีของผู้ประกอบการชาวไทยด้วย

Tmall เป็นแพลตฟอร์มค้าปลีกรูปแบบหนึ่ง ที่เมื่อสมัคร Account ในเครือ Alibaba group ก็สามารถซื้อขายสินค้าและรับข่าวสารด้วยกันได้ใน Account เดียว โดยแพลตฟอร์ม Tmall เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่ ร้านค้าชั้นนำ หรือธุรกิจที่มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง ที่ต้องการเข้ามาขายสินค้าในจีน โดยเจาะกลุ่มธุรกิจร้านค้าแบรนด์ดัง เก็บค่าใช้จ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย เก็บค่าบริการเป็นรายปี

Taobao อีกหนึ่งแพลตฟอร์มค้าปลีกในเครือ Alibaba Group ที่เปิดให้คนที่ต้องการขายสินค้ามาเปิดร้านค้าออนไลน์บนแฟลตฟอร์มได้ฟรี และจะเก็บค่าใช้จ่ายเมื่อผู้ขายต้องการทำการตลาดหรือโฆษณาสินค้า ปัจจุบันเถาเป่ามีคนขายสินค้าในระบบประมาณ 400 ล้านราย เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจรายย่อยที่ต้องการขายของให้กับชาวจีน

Weibo อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ Weibo คือแอปพลิเคชันที่รวม Twitter และ Facebook เข้าด้วยกัน มีฟีเจอร์ รีโพสต์ แฮชแท็ก ที่สามารถทำได้เหมือน Twitter แต่สามารถโพสต์เนื้อหาข้อความและภาพได้ยาวเหมือน Facebook สามารถ Live ได้เหมือน Facebook ซึ่งภายในฟีเจอร์ดังกล่าว ยังมีฟังก์ชันที่เลือกช้อปปิ้งได้ทันที เป็นโซเชียลมีเดียหลักในการติดตามข่าวสารบ้านเมือง ดาราคนดัง การแสดงความคิดเห็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศจีนก็สามารถติดตามได้ใน Weibo ทำให้ทุกพื้นที่ของ Weibo สามารถขายของได้หมด ไม่ว่าจะเป็นแบนเนอร์ หรือบริการซื้อขายออนไลน์ ตลอดจนจองตั๋วหนังด้วย

Tencent QQ คนรุ่นใหม่อาจจะไม่ทันใช้โปรแกรมแชท QQ แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน QQ เป็นโปรแกรมแชทที่นิยมใช้เป็นอย่างมากรวมทั้งในไทยด้วย แต่ถึงแม้ตอนนี้ความนิยมในไทยจะลดลง แต่ผู้ใช้ในจีนนั้น QQ คือโซเชียลมีเดียที่อยู่คู่กับคนจีนมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1998 และได้รับการพัฒนามาเรื่อยๆ จนกลายเป็นแอป Tencent QQ ในปัจจุบัน ซึ่งในภายแอปมีฟีเจอร์การ์ตูนออนไลน์ มีส่วนที่เป็นข่าวสารทั่วไปให้ติดตาม สามารถฟังเพลง หรือดูคลิปวิดีโอได้ ทำให้ปัจจุบัน Tencent QQ เป็นแอปที่มีผู้ใช้งานกว่า 900 ล้านคนเลยทีเดียว

Little Redbook (Xiao Hong Shu) แอปพลิเคชันน้องใหม่ที่เจาะตลาดสาวๆโดยเฉพาะ และกำลังมาแรงมากในตอนนี้ เป็นแพลตฟอร์มเพื่อขายสินค้าออนไลน์กลุ่มความสวย ความงาม แฟชั่น นอกจากจะมีการซื้อขายกันเองภายในแอปแล้ว ยังมีพื้นที่ให้สาวๆ แบ่งปันข้อมูล รีวิวสินค้า และทำบล็อกของตัวเองภายในแอป ถือเป็น Community สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งสำหรับผู้ประกอบการชาวไทย ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเครื่องสำอาง สมุนไพร และผลิตภัณฑ์สปา ก็สามารถใช้ประโยชน์จากแอปนี้ได้

Alipay แน่นอนว่าสังคมไร้เงินสดของจีน ชาวจีนส่วนใหญ่มักจะใช้จ่ายกันผ่าน Alipay ดังนั้นหากใครที่ต้องทำธูรกิจกับชาวจีน ก็ควรต้องมีบัญชี Alipay เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินให้กับชาวจีนด้วย ซึ่งถ้าจะเปรียบ Alipay ก็เหมือนกับ PayPal ระบบจ่ายเงินชื่อดังทางฝั่งที่ชาวตะวันตกนิยมใช้กัน เมื่อซื้อสินค้าผ่าน E-bay หรือ Amazon แค่ในประเทศจีนมักจะนิยมใช้ Alipay มากกว่าเท่านั้นเอง เพราะสามารถทำธุรกรรมโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารได้สะดวก รวดเร็วและไม่เสียค่าธรรมเนียมในการโอนนั่นเอง


อ้างอิง :


แนะเทคนิคทำเงินในภาคการท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มเติม อ่านต่อเลย

12 เดือนมานี้ นักท่องเที่ยวจีน ฮิตเที่ยวที่ไหน เมืองไทยโดนเทหรือยัง?

ผลสำรวจระดับโลกการันตี กรุงเทพฯ ติด Top 10 เมืองน่ากิน น่าชอป ของโลก กระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวไทย ปี 2562 โตแรง

ทำไมดีลธุรกิจกับคนจีนสำเร็จยากจัง? เผยอุปสรรค-โอกาส-ทางลัด โดยซีอีโอ TeC ‘กุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ’