ขึ้นชื่อว่า “วิทยาลัยการอาชีพ” ย่อมมีความโดดเด่นและมีความชำนาญในการผลิตบุคลากรสายอาชีพ ทว่า สำหรับ วิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นสถาบันผลิตกำลังคนอาชีวศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี นอกจากจะต้องจัดการเรียนการสอนที่มีความชัดเจนในการผลิตและพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะในการประกอบอาชีพตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานโดยรวมแล้ว ยังต้องศึกษาความต้องการของเหล่าผู้ประกอบการ เจ้าของบริษัท และนักลงทุนในพื้นที่อีอีซี เพื่อผลิตกำลังคนสายอาชีพ ตามแนวทาง Demand driven ล่าสุดที่นำเสนอโดย EEC-HDC หรือ คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่มีใจความสำคัญ คือ

“การเชื่อมการศึกษาเข้ากับระบบการผลิตยุคใหม่ สร้างหลักประกันการมีงานทำให้แก่นักศึกษาทุกระดับ และวางพื้นฐานความรู้ตั้งแต่ในโรงเรียนที่เชื่อมต่อถึงการผลิตบุคลากรและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเดินหน้าสร้างอนาคตที่ดี มีประสิทธิภาพ มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการจริงของสถานประกอบการที่เป็นผู้ใช้กำลังคนเหล่านี้ นับเป็นหนึ่งในภารกิจของภาคการศึกษายุคนี้ที่จะผลิตกำลังคนเพื่อตอบสนองความต้องการบุคลากรใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างเร่งด่วนที่สุด”

โดยล่าสุด วิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสถาบันอาชีวศึกษาที่มีบทบาทในการผลิตกำลังคนในสาขาวิชาที่วิทยาลัยฯเปิดทำการเรียนการสอน และมีความเชี่ยวชาญมานาน ซึ่งนั่นก็คือ กำลังคนด้านดิจิทัล ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ S-curve ที่ทางภาครัฐต้องการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นในโครงการอีอีซี


รู้จัก หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ กับบทบาทการผลิตกำลังคนวิชาชีพ ป้อนสถานประกอบการทุกประเภท

ต่อภารกิจนี้ ว่าที่พันตรีวัชรพล ลักษณลม้าย ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม ได้กล่าวถึงความเป็นมาของหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของทางวิทยาลัยฯ ที่เปิดสอนมาตั้งแต่ปี 2557 ว่า

“เราเล็งเห็นว่ากำลังคนที่มีความสามารถและทักษะวิชาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จะต้องทวีสำคัญและมีความต้องการเพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน ดังนั้น ในฐานะที่เราเป็นสถาบันอาชีวศึกษาและเป็นวิทยาลัยการอาชีพ จึงต้องมีบทบาทสำคัญในการผลิตกำลังคนตรงนี้เพื่อป้อนให้ภาคอุตสาหกรรมด้วย ที่ผ่านมา เราเปิดหลักสูตรนี้ตั้งแต่ปี 2557 ทั้งในระดับ ปวช. และ ปวส. โดย นักศึกษา ปวช. รับนักศึกษาจำนวน 120 คน ต่อปี และในระดับ ปวส. รับนักศึกษาทั้งหมด 50 คน ต่อปี ซึ่งที่ผ่านมา นักศึกษาที่ผลิตออกไป โดยเฉพาะในระดับ ปวส. มีอัตราการได้งานทำเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์”

โดย ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา นักศึกษาอาชีวศึกษาที่ผลิตออกไป ได้กระจายไปทำงานในสถานประกอบการหลากหลายรูปแบบ ที่ต้องการพนักงานที่มีความเชี่ยวไปปฏิบัติงานในฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศขององค์กร ส่วนใหญ่ทั้งในภาคตะวันออกและภาคกลาง รวมทั้งในปริมณฑล อย่าง ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปราจีนบุรี และราชบุรี เป็นต้น

ทว่า ตั้งแต่มีโครงการอีอีซี ก็มีนักศึกษาที่จบการศึกษาทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดอีอีซีเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม อาจารย์วัชรพล ก็สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่า ในตอนนี้กำลังการผลิตกำลังคนในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของสถานประกอบการ บริษัท ที่จะเข้ามาลงทุนใน 3 จังหวัดอีอีซี อย่างแน่นอน ทางวิทยาลัยฯ จึงมีความตั้งใจว่าจะเพิ่มจำนวนการรับนักศึกษาทั้งระดับ ปวช.และปวส. ให้เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการปรับหลักสูตร โดยเพิ่มรายวิชาที่เกี่ยวกับองค์ความรู้ใหม่ๆ ทาง ‘ดิจิทัล’ มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างกำลังคนวิชาชีพที่มีทักษะเหมาะสมและจำเป็นในศตวรรษที่ 21 นี้

ด้าน อาจารย์พจนกร เป้าเปี่ยมทรัพย์ หัวหน้างานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน วิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม และยังมีหน้าที่รับผิดชอบดูแล ศูนย์การผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาเขตพัฒนาพิเศษ จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศของวิทยาลัยฯเพิ่มเติมว่า

“ด้วยการกำหนดหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่แรกเริ่มให้เป็นในรูปแบบของหลักสูตรทวิภาคี ทำให้นักศึกษาในระดับชั้น ปวส. ของเรา เมื่อเรียนในภาคทฤษฎีที่วิทยาลัยฯได้ 1 ปี จากนั้น ปีการศึกษาต่อไปก็จะกระจายไปทำงาน ไปฝึกอาชีพในสถานประกอบการจริงที่ส่วนใหญ่ก็เป็นเครือข่ายที่ลงนามความร่วมมือไว้ในหลักสูตรทวิภาคีร่วมกับทางวิทยาลัยฯ ซึ่งในระหว่างทำงานเขาก็ได้รายได้ระหว่างเรียนด้วย การเรียนการสอนในรูปแบบนี้จึงมีส่วนทำให้ เมื่อนักศึกษาเหล่านี้เรียนจบตามหลักสูตรคือ 2 ปี ถ้าทางสถานประกอบการนั้นพึงพอใจในความสามารถของพวกเขา นักศึกษาก็มักจะได้งานทำเลยกับสถานประกอบการที่ตนเองไปทำงานระหว่างเรียนเลยทันที”

ด้วยผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจนี้ จึงมีส่วนทำให้ที่ผ่านมา ในทุกปีที่เปิดรับสมัครนักศึกษาในหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศก็มักจะมีนักศึกษามาสมัครครบตามจำนวนที่ตั้งไว้ทุกปี โดยเฉพาะในระดับ ปวส. ซึ่งจะมีการเรียนการสอนที่เข้มข้น สร้างกำลังคนที่สามารถออกไปทำงานได้เลยทันที


บทบาท วิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม กับภารกิจผลิต ‘กำลังคนดิจิทัล’ ตอบโจทย์ Demand Driven ในอีอีซี

เมื่อถามว่าจุดแข็งของกำลังคนอาชีวะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่วิทยาลัยการอาชีพพนมสารคามผลิตเพื่อป้อนภาคอุตสาหกรรมตลอดเวลาที่ผ่านมา อาจารย์พจนกร ให้คำตอบว่า

“นักศึกษาที่มาเรียนในหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศฯ ทุกคน จะได้เรียนรู้หลักวิชาพื้นฐานในเรื่องการเขียนเว็บไซต์ การสร้างแอนิเมชัน (Animation) เพื่อตอบโจทย์การสื่อสารขององค์กร การติดตั้งและซ่อมแซมระบบอินเทอร์เน็ต ไปจนถึงการออกแบบกราฟิก แผ่นพับ โบชัวร์ แผ่นป้าย สร้างสื่อมัลติมีเดีย ซึ่งถ้าในระดับ ปวส. การเรียนการสอนนั้นจะเน้นการปฏิบัติเพื่อสร้างกำลังคนที่มีความสามารถในระดับที่ผลิตสื่อที่กล่าวมานี้ได้ทั้งหมด”

นอกจากนั้น ที่ผ่านมาทางวิทยาลัยฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ผู้สอน รวมถึงสถานประกอบการ ก็จะมีการมาประชุม ระดมสมอง ปรับหลักสูตรกันอยู่แล้ว ทั้งในแบบเป็นทางการซึ่งทำกันทุกปี และในช่วงประเมินผลการฝึกอาชีพของนักศึกษา ที่เปิดรับฟังความคิดเห็นของสถานประกอบการด้วยว่าต้องการให้ทางวิทยาลัยฯเพิ่มเติมการสอนทักษะด้านไหนให้กับเด็กของเราบ้าง ซึ่งที่ผ่านมา ทักษะด้านวิชาชีพเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทางสถานประกอบการก็มีความพึงพอใจ แต่สิ่งที่อยากให้เพิ่มเติมกลับเป็น Soft Skill อย่างความรับผิดชอบ ความมีวินัย ความตรงต่อเวลา ที่นักศึกษาอาชีวศึกษาจากวิทยาลัยฯทุกคนมีอยู่แล้ว แต่ให้เน้นให้เข้มข้นขึ้น

หลักการ Demand Driven

และเพื่อพัฒนาทักษะด้านการเป็นผู้ประกอบการเพิ่มเติม อาจารย์พจนกร อธิบายว่า

“ล่าสุด ทางวิทยาลัยฯ ได้ปรับหลักสูตร โดยสอดแทรกทักษะให้นักศึกษาต้องสามารถนำเสนองาน หรือ present งานของตนได้ ไปจนถึงต้องตั้งราคาขายผลงานของตนได้ด้วย นอกจากนั้น ด้วยนักศึกษาของเราได้ไปทำงานในสถานประกอบการหลากหลายสาขา อย่างล่าสุด มีนักศึกษาได้เข้าไปทำงานในธุรกิจที่รับออกแบบแพคเกจจิง ทำให้ทางวิทยาลัยฯก็ได้ทราบว่า ทักษะที่จำเป็น สำหรับคนทำงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับทักษะการออกแบบกราฟิก ออกแบบตราสินค้า ฉลาก แพคเกจจิง ไปจนถึงการคิดกลยุทธ์การสื่อสาร โฆษณา ที่เหมาะสมกับงานของตนทั้งช่องทางการสื่อสาร ซึ่งสมัยนี้มีทั้งการสื่อสารออนไลน์และทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ด้วย”

ส่วนการพัฒนาบุคลากรผู้สอน อาจารย์พจนกร กล่าวว่า ทางวิทยาลัยฯใช้วิธีการพัฒนาผู้สอนด้วยการส่งครูอาชีวศึกษาไปพัฒนาวิชาชีพในสถานประกอบการที่ทางวิทยาลัยฯได้ลงนามความร่วมมือไว้ในทุกภาคการศึกษา เพื่อเรียนรู้วิทยาการสหสาขาวิชาใหม่ๆ ทุกด้าน และปรับเอามาใส่ในบทเรียนการสอนนักศึกษา ขณะเดียวกัน ได้เชิญบุคลากรในสถานประกอบการมาเป็นครูพิเศษสอนนักศึกษาด้วย เพราะบุคคลเหล่านี้มีความรู้ ความสามารถร่วมถึงประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์มาถ่ายทอดให้กับนักศึกษาเห็นภาพในการทำงานจริงได้

ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลสมัยใหม่ที่กำลังมีนักลงทุนและบริษัทต่างๆ ที่สนใจเข้ามาขยายฐานการผลิตในพื้นที่โครงการอีอีซี และมีความกังวลในเรื่องของกำลังคน ทางวิทยาลัยการอาชีพพนมสารคามจึงเข้าร่วมเป็นหนึ่งในเครือข่ายสถาบันการศึกษาที่ทำงานร่วมกับ EEC HDC พัฒนากำลังวิชาชีพด้านดิจิทัล โดยในภารกิจนี้ อาจารย์วัชรพล มองว่า บุคลากรที่จะผลิตออกไปนั้นจะต้องมีทักษะ ความสามารถ ในเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ ด้วย

“นักศึกษาอาชีวศึกษาที่ทางวิทยาลัยฯผลิตออกไปในปีการศึกษานี้ นอกจากจะมีความรู้พร้อมทั้งทักษะที่จำเป็นพื้นฐานของการวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ทักษะการสื่อสารด้วยสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดียที่เหมาะสมกับการทำงานและตอบสนองความต้องการขององค์กรแล้ว ยังมีทักษะที่จำเป็นในการบริหารจัดการสื่อดิจิทัล อย่างการออกแบบแอปพลิเคชัน ภาพยนต์แอนิเมชั่น อินโฟกราฟิก ด้วย โดยในปีการศึกษาหน้าเราวางแผนว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตกำลังคนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัลเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในเขตพื้นที่อีอีซีด้วย”


อัปเดต ภารกิจผลิตกำลังคนตอบสนองโครงการอีอีซี ของสถาบันการศึกษาต่างๆ กันต่อ

เปิดภารกิจ วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี หัวหอกปั้นกำลังคนอาชีวศึกษาพันธุ์ใหม่ ป้อนระบบควบคุม & ซ่อมบำรุงระบบขนส่งทางราง

EEC HDC จัดสัมมนาให้บุคลากรภาคการศึกษา ชี้ ‘หลักการ Demand Driven’ ช่วยการศึกษาไทยรอด

‘มิติใหม่การศึกษาไทย ในศตวรรษที่ 21’ เส้นชัยหลังเลือกตั้ง ที่ฝากความหวังไว้กับ 7 พรรคการเมือง ว่าที่รัฐบาลใหม่