สาลิกาคาบข่าว Vol.38/62

171

เร่งรัฐวิสาหกิจลงทุนหนุนเศรษฐกิจโต 4%

สครยอมรับล็อตแรกอืด

www.thaigov.go.th

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจว่า ขอให้รัฐวิสาหกิจเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้ได้ตามแผนงานที่วางไว้ และไม่ควรลดเป้าหมายการเบิกจ่าย โดยต้องการให้การเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยทำให้เศรษฐกิจในปี 2562 อยู่ในระดับ 4% จากในปี 2561 ที่คาดว่าจะเกินกว่า 4% อยากให้ทุกคนเร่งทำงานในช่วงที่กำลังเปลี่ยนรัฐบาล เพราะยังเหลือเวลาที่จะมีรัฐบาลใหม่อีก 3-4 เดือน โดยในปีนี้เศรษฐกิจโลกไม่ดี และมีความไม่แน่นอนสูงมาก ปัญหาสงครามการค้าคาดว่าจะยาว ดังนั้นรัฐวิสาหกิจควรต้องรักษาระดับการลงทุนไว้ เพื่อประคองเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 1-2 ปีนี้ ให้เติบโตต่อไปได้ ด้านนายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะโฆษก สคร. กล่าวถึงการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจว่า กรอบลงทุนทั้งปีของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแล มีมูลค่าสูงถึง 395,664 ล้านบาท โดยเป็นของรัฐวิสาหกิจที่มีวงเงินลงทุนขนาดใหญ่ 18 แห่ง จำนวน 386,191 ล้านบาท หรือคิดเป็น 98% ของกรอบลงทุนทั้งหมด ทั้งนี้ รัฐวิสาหกิจ 18 แห่ง ดังกล่าวมีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมปี 2562 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 – มกราคม 2562 จำนวน 34,819 ล้านบาท หรือคิดเป็น 58% ของแผนการเบิกจ่ายสะสมซึ่งถือว่าการเบิกจ่ายยังค่อนข้างล่าช้า

ยังจบไม่ลง! รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

ลุ้นต่อ 12 .. รฟทยันยึดเงื่อนไขตามทีโออาร์

นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมืองสุวรรณภูมิอู่ตะเภา) งบประมาณ 2.15 แสนล้านบาท ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาระหว่างคณะอนุกรรมการฯกลุ่มย่อยกับทางเอกชนในส่วนของกลุ่มที่ 2 ซึ่งอยู่ในข้อเสนอเพิ่มเติมซองที่ 4 ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะให้เอกชนได้ตามเงื่อนไข ตามที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะทำให้รัฐเสียผลประโยชน์หรือไม่ เช่น การการันตีรายได้ การกู้เงินให้เอกชนดำเนินการ รวมถึงการเปลี่ยนสัดส่วนการถือหุ้น โดยยืนยันว่าคณะกรรมการฯได้พิจารณาตามเงื่อนไขทีโออาร์กำหนดไว้ ซึ่งได้ระบุชัดเจนว่าหากไม่สามารถสรุปเงื่อนไขกับเอกชนที่เป็นกลุ่มผู้ชนะการประมูลที่เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดได้ ก็สามารถเรียกผู้เสนอราคาในลำดับถัดไปเข้ามาพิจารณาเงื่อนไขได้อยู่แล้ว โดยยังคงตั้งเป้าว่าจะพยายามสรุปผลการเจราจาทั้งหมดให้ได้ภายในเดือน ก..นี้ สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้มีการหารือเจรจาในกรอบที่ 1 และ 2 จากทั้งหมด 3 กรอบ โดยถือว่าเป็นการพิจารณาข้อเสนอที่ยังไม่เสร็จสิ้น จึงได้นัดเอกชนมาประชุมอีกครั้งในวันที่ 12 .นี้

ต่างชาติแห่เก็บหุ้นไทย

หลังเฟดส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ย

www.thaigov.go.th

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยสถานการณ์ตลาดทุนตั้งแต่ต้นปีหุ้นไทยปรับขึ้นมา 5% ถือว่ากลับมาได้ครึ่งทางจากที่ลดลงไป 10.8% ในปี 2561 ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต่างประเทศกลับมาซื้อสุทธิ 7,300 ล้านบาท จากสิ้นปีที่แล้วขายสุทธิไปถึง 2.87 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเม็ดเงินต่างชาติที่ออกจากตราสารหนี้ระยะสั้นมาสู่ตลาดทุนไทยมากขึ้น ซึ่งผิดกับปีก่อนที่ไหลเข้าแต่ตราสารหนี้ระยะยาวเป็นหลัก โดยหุ้นไทยเด้งกลับมาแรงกว่าหลายๆ ประเทศในภูมิภาค เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเงินทุนต่างชาติไหลออกน้อยลง ในเดือน ม..ที่ผ่านมา มีเงินทุนไหลเข้ามา 214 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นของตลาด รวมถึงการที่เฟดคงอัตราดอกเบี้ย

พาณิชย์ออกตัวแรง

สวนทางสำนักพยากรณ์ ยันเป้าส่งออก 8%

..บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในงานเสวนามองโลก มองไทย : ทิศทางส่งออกปี 2562”ว่า ในปี 62 กรมฯยังตั้งเป้าการส่งออกไทยขยายตัว 8% หรือคิดมูลค่าส่งออก 272,685 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉลี่ยเดือนละ 22,724 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าสำนักพยากรณ์เศรษฐกิจขององค์กรต่างๆจะปรับลดเป้าส่งออกในปีนี้เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐจีน, ความผันผวนอัตราแลกเปลี่ยน และอื่นๆก็ตาม โดยในช่วงปลายเดือน ก.. นี้ เตรียมหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ หอการค้าไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ในการหามาตรการขับเคลื่อนการส่งออกเป็นรายตลาด เน้นสินค้ามูลค่าเพิ่มและเป็นที่ต้องของผู้บริโภคให้มากขึ้นพร้อมกันนี้จะผลักดันกลยุทธ์การตลาดให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและชุมชนเพื่อส่งออกผ่านทางออนไลน์มากขึ้น

..แจงประชาพิจารณ์เห็นด้วย

ขยายอายุเกษียณราชการสรุปผลภายในปีนี้

www.ocsc.go.th

นางเมธินี เทพมณี เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (..) กล่าวภายหลังจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากหลายภาคส่วนพบว่าส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการขยายอายุเกษียณราชการให้สอดคล้องกับลักษณะงาน ทั้งนี้ สำนักงาน ก.. ยังต้องศึกษาประเด็นต่างๆ ประกอบ ทั้งในแง่งบประมาณค่าใช้จ่ายในการขยายอายุเกษียณ การจำแนกตำแหน่งตามลักษณะงานของข้าราชการพลเรือนสามัญ และข้าราชการประเภทต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับหากมีการขยายอายุเกษียณ โดยคาดว่าภายในปีนี้จะมีข้อสรุปที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามหากมีการขยายอายุเกษียณจริงจะต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการประเภทต่างๆ ซึ่งขั้นตอนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต้องใช้ระยะเวลา

วาเลนไทน์เงินสะพัด 3,701 ล้านบาท

ติดลบครั้งแรกรอบ 13 ปี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,200 รายทั่วประเทศเกี่ยวกับทัศนคติ พฤติกรรม และการใช้จ่ายช่วงวันวาเลนไทน์ปี 2562 พบว่ามีเงินสะพัดเฉลี่ยรวม 3,701 ล้านบาท ลดลง 3.17% ซึ่งเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 13 ปีนับตั้งแต่มีการสำรวจ ส่วนวงเงินต่ำสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 2,318.96 บาท ต่ำสุดในรอบ 4 ปีเช่นกัน สำหรับการสำรวจโพลล์วาเลนไทน์แยกออกเป็น 2 ประเด็นคือ ในด้านเศรษฐกิจอัตราขยายตัวติดลบครั้งแรกรอบ 13 ปี เนื่องจากคนระมัดระวังการใช้จ่ายในเดือนก.. ที่มีวันกิจกรรมจำนวนมากตั้งแต่เทศกาลตรุษจีนช่วงต้นเดือน วันวาเลนไทน์ช่วงกลางเดือน และวันมาฆบูชาช่วงปลายเดือน ทำให้คนเลือกการใช้จ่ายที่จำเป็นก่อน นอกจากนี้ยังเกิดจากปัจจัยที่ต้องซื้อน้อยลงเนื่องจากสินค้าแพงขึ้น ส่วนที่มาของเงินที่ใช้ในช่วงวันวาเลนไทน์ ส่วนใหญ่ใช้เงินเดือนมากสุด 73.1% รองลงมาเงินออม 21.6% และ โบนัส 1.4%

โลกร้อนเผาน้ำแข็งเทือกเขาหิมาลัย

1 ใน 3 จ่อละลาย วอนนานาชาติ

ทำตามข้อตกลงปารีส

www.sci-news.com

นักวิทยาศาสตร์จาก The International Centre for Integrated Mountain Development (ICIMOD) เปิดเผยสถานการณ์ภาวะโลกร้อนที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ จะส่งผลให้ในอนาคตไม่เกินศตวรรษนี้ หรือภายในปี 2100 น้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยและฮินดูกุช ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ละลายหายไป ซึ่งการละลายของน้ำแข็งจะส่งผลกระทบต่อประชากรราว 250 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับเทือกเขาดังกล่าว และผลกระทบนี้จะลามไปสู่ประชากรอีกราว 1,600 ล้านคนที่พึ่งพาแม่น้ำสายสำคัญต่างๆ ที่ไหลผ่านอินเดีย ปากีสถาน จีน และอีกหลายประเทศ ซึ่งทำการเกษตรกรผลิตอาหารป้อนประชากรกว่า 70% ของทวีปเอเชีย อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้จะทุเลาลงหากนานาชาติทำตามข้อตกลงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการลงนามในปฏิญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (paris agreement) หรือข้อตกลงปารีสลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์อย่างจริงจัง